การสืบราชสมบัติตามรัฐธรรมนูญไทย เหมือนหรือต่างจาก ประเทศอื่นๆที่ปกครองในระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ?

 

ไชยันต์ ไชยพร

ในบทความเรื่อง “การสืบราชสมบัติภายใต้รัฐธรรมนูญไทย” โดย อาจารย์สมชาย ปรีชาศิลปกุล  15 Jun 2026 (ดูในลิงค์)

มีข้อความตอนหนึ่งที่อาจารย์สมชายเขียนเกี่ยวกับเงื่อนไขการสืบราชสันตติวงศ์ตามรัฐธรรมนูญไทยปัจจุบันว่า

“หากราชบัลลังก์ว่างลงโดยที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วก็ให้องคมนตรีเสนอชื่อต่อคณะรัฐมนตรี ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอให้รัฐสภาทราบ กรณีนี้นับเป็นความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการสืบราชสมบัติอย่างสำคัญโดยหากพระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งรัชทายาทไว้ รัฐสภาก็จะมีหน้าที่เพียงการ ‘รับทราบ’ แต่ไม่มีอำนาจในการให้ความเห็นชอบในการขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด กระบวนการสืบราชสมบัติจึงเป็น ‘พระราชอำนาจ’ ที่กว้างขวางมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับอำนาจรัฐสภา จากเดิมที่จะเป็นองค์กรซึ่งทำหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบต่อการขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์องค์ใหม่อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ได้มีการแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม

---------------

ต่อจากข้างต้น อยากให้ผู้อ่านพิจารณาเงื่อนไขการสืบราชฯ ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้ อังกฤษ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก เบลเยี่ยม สเปน ญี่ปุ่น ครับ

ในประเทศดังกล่าว หากมีการตั้งมกุฎราชกุมาร หรือ มกุฎราชกุมารี ตามกฎมณเฑียรบาล (Royal Succession Act) ไว้แล้ว และเกิดกรณีพระมหากษัตริย์สวรรคตหรือสละราชสมบัติจะใช้หลักเดียวกัน คือ

"ผู้มีสิทธิในลำดับแรกขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐโดยผลแห่งกฎหมายทันที" (automatic succession by operation of law) โดยไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งหรือการลงมติของรัฐสภา

----

และเมื่อกลับมาพิจารณาของไทย จะพบว่า มาตรา 21 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้กำหนดไว้ว่า

“ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตาม กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบและให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบและให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ”

นั่นคือ หากพระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง “พระรัชทายาทไว้ตาม กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467” รัฐสภาไทยไม่ต้องลงมติรับรอง เช่นเดียวกันกับประเทศต่างๆข้างต้น

----

ข้อแตกต่างคือ ในต่างประเทศดังกล่าว มกุฎราชกุมาร หรือ มกุฎราชกุมารี มาจากกฎมณเฑียรบาลของประเทศนั้นๆโดยอัตโนมัติ ไม่ได้กำหนดว่า “พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง”

แต่กระนั้น กรณีของไทย แม้ว่ากำหนดไว้ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง” แต่ก็มีเงื่อนไขกำกับว่า ทรงแต่งตั้งตามกฎมณเฑียรบาล พระองค์ไม่ทรงสามารถแต่งตั้งได้ตามพระราชอัธยาศัย

………….

แต่ที่น่าสนใจกว่าและอยากชวนอาจารย์สมชายพิจารณาคือ ข้อความบางตอนในมาตรา 20 ครับ

เพราะในมาตรา ๒๐ กำหนดไว้ว่า “….การแก้ไขเพ่ิมเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็น พระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดําริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทํา ร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประธานองคมนตรีดําเนินการแจ้งประธานรัฐสภา เพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการและเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้”

--------------

อาจารย์สมชาย มีความเห็นอย่างไรครับ ?

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ปัดดีลการเมือง หลังควง 'เศรษฐา' ดูมวยราชดำเนิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนินกับ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูกโยงว่ามีการพูดคุยทางการเมือง ว่า ไม่มี ก็เป็นการเปิดหูเปิดตา

'ไชยชนก' ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่จำเป็นต้องดึง 'สส.กล้าธรรม' เข้ามาเพิ่ม

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้นตนไม่ได้ยิน

'อนุทิน' ขำข่าว 'งูเขียว' ซบน้ำเงิน โชว์น้ำมันเขียวกลางวงสื่อ ก่อนแซะ 'พรรคส้ม' กระโดดงับอีกแล้ว

“อนุทิน” บอกไม่รู้ข่าว 10 งูเขียวเข้าพรรคสีน้ำเงิน แจงภาพ “เนวิน-บุญยิ่ง” แค่ไปดูบอล อย่าโยงการเมือง ก่อนหยิบน้ำมันเขียวโชว์