ก่อนส้มจะล่มสลาย

แสดงความยินดีด้วย...

วานนี้ (๓๐ มิถุนายน) ที่ประชุมวุฒิสภาผ่าน พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ด้วยคะแนน ๑๐๓ เสียงต่อ ๓ เสียง

หลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้คือให้ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองพ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย รวมทั้งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว

ขอบเขตการบังคับใช้ กำหนดให้พระราชบัญญัตินี้มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดฐานสำคัญๆ ดังนี้

ทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒

การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗     

 หรือที่เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

ร่างกฎหมายนี้ถูกเสนอโดยมีวัตถุประสงค์ “สร้างเสริมสังคมสันติสุข” เพื่อบรรเทาความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมานานหลายปี

มีความคาดหวังว่าจะสร้างบรรยากาศที่ทำให้สังคมกลับมามีความสงบ

มีโอกาสปรองดองมากขึ้น จะทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดลดลง

หากมองสาเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยนั้น พบว่ามีพลวัตทางสังคมสูงมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

การจับขั้วแบ่งสีเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

จากแดงปะทะเหลือง

หลากสีปะทะแดง

น้ำเงินปะทะส้ม

มีการจับขั้วสีใหม่ น้ำเงิน แดง ปะทะ อดีตเหลือง มีส้มปน อยู่ในขั้นที่เรียกว่านัวเนียจนแยกได้ยากขึ้นทุกวันว่า ใครมีอุดมการณ์อะไรกันแน่

แต่เบื้องต้นทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่ล้วนได้รับอานิสงส์จากพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข

จะมีแค่ ม.๑๑๒ ทุจริต ที่ยังต้องชดใช้กรรมกันต่อไป

ฉะนั้นร่างกฎหมายนี้ตอบโจทย์ปรองดองอยู่บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด เพราะกระแสความขัดแย้งในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากอดีตแล้ว

ไม่ใช่การต่อต้านระบอบทักษิณ

ถ้าจะเรียกชื่อตามที่คู่ขัดแย้งตั้งให้ระหว่างกัน จะเป็นการต่อสู้ระหว่างแก๊งล้มเจ้ากับระบอบสีน้ำเงิน

ปัญหามันโยกจากประเด็นคอร์รัปชันมาเป็นความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์

เมื่อกลุ่มเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐมิได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้ การรีบสรุปว่า ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข จะสามารถสร้างความปรองดองของคนในชาติก็ดูจะเร็วเกินไปหน่อย

ที่จริงความขัดแย้งเดิมระหว่างสีเหลือง แดง น้ำเงิน ได้เริ่มคลี่คลายลงตั้งแต่มีรัฐบาลเศรษฐาแล้ว และเห็นภาพชัดเจนขึ้นในรัฐบาลปัจจุบัน

ขณะที่ความขัดแย้งซึ่งดำรงอยู่คือ ส้ม กับ น้ำเงิน

อาจเรียกได้ว่าสมานฉันท์ก่อนมีร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยซ้ำ

ฉะนั้นหลังร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขประกาศใช้ ความขัดแย้งยังไม่จบครับ

เพจ ปราชญ์ สามสี โพสต์ จับสัญญาณจากสีหน้าและถ้อยคำ อ่าน “คุยข้ามรุ่น” ผ่านคำตอบของธนาธร

เนื้อหามีดังนี้ครับ...

“...จากรายการ 'คุยข้ามรุ่น EP.2' ของ Gens Lab สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 'ตอบอะไร' แต่ต้องฟังให้ลึกว่าเขาเลือกใช้คำแบบไหน วางน้ำหนักตรงไหน หลบตรงไหน เน้นตรงไหน และกำลังส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรออกมา โดยเฉพาะเรื่องเยาวชน มาตรา ๑๑๒ การชุมนุมบนท้องถนน และบทบาทของพรรคการเมืองในอนาคต เพราะหลายคำตอบไม่ได้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว แต่เหมือนการปูทางทางความคิดอย่างมีทิศทาง

๑.'การดึงคนเห็นต่าง' คือเปิดกว้างจริง หรือคือการรวบรวมกำลังเพื่อผลักวาระเดิม?

กรณีพรรคประชาชนดึงอาจารย์สุรพลเข้ามาร่วมงาน ธนาธรบอกว่าการดึงคนที่เคยเห็นต่างให้มาร่วมได้คือความสำเร็จ เพราะพลังที่มีอยู่วันนี้ยังไม่พอเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ฟังเผินๆ เหมือนเป็นการเมืองแบบเปิดกว้าง แต่คำถามคือ เปิดกว้างเพื่อแก้ปัญหาประชาชนจริง หรือเปิดกว้างเพื่อรวบรวมกำลังคนให้มากพอสำหรับเดินวาระทางการเมืองเดิมต่อ โดยเฉพาะเมื่อโยงเข้ากับรัฐธรรมนูญใหม่และมาตรา ๑๑๒ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรถูกปล่อยผ่านด้วยคำสวยๆ ว่า 'แสวงหาจุดร่วม'

๒.'เอานักโทษการเมืองออกจากคุกก่อน' คือความยุติธรรม หรือคือการช่วยพวกเดียวกันก่อน?

เมื่อถูกถามว่าถ้าเป็นนายกฯ วันแรกจะทำอะไร ธนาธรตอบว่าจะทำให้บ้านเมืองมีความยุติธรรม โดยเริ่มจากเอานักโทษการเมืองออกจากคุกก่อน คำตอบนี้ต้องถามให้ดังๆ ว่า 'นักโทษการเมือง' ในความหมายของเขาคือใคร ครอบคลุมคดีอะไร และจะใช้กลไกอะไรปล่อยออกมา หากเป็นการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมาก็ว่ากันไป แต่ถ้าความยุติธรรมเริ่มจากการช่วยคนในเครือข่ายความคิดเดียวกันก่อนพิสูจน์ผิดถูก นั่นไม่ใช่ความยุติธรรมของประเทศ แต่คือความยุติธรรมแบบเลือกข้างที่ใช้คำสวยห่อหุ้มการเมืองเอาไว้

๓.การยกย่องเยาวชนปี ๖๓-๖๔ คือชื่นชม หรือคือการใช้ความเสี่ยงของเยาวชนเป็นทุนทางการเมือง?

ช่วงที่ถูกถามว่า 'ลูกธนาธรติดทีมชาติ แต่ลูกชาวบ้านติดคุก' ธนาธรตอบว่าเยาวชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องมาตรา ๑๑๒ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ เป็นคนกล้าหาญ และเป็นผู้ผลักวาระนี้ให้กลายเป็นวาระสังคม คำถามคือ เมื่อเยาวชนต้องออกหน้า ถูกดำเนินคดี บางคนติดคุก บางคนเสียอนาคต แต่พรรคการเมืองสามารถนำกระแสเหล่านั้นไปต่อยอดเป็นคะแนนนิยม ใครกันแน่คือผู้เสียสละ และใครกันแน่คือผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางการเมือง ถ้าผู้ใหญ่ยกย่องเด็กให้กล้าเดินหน้า แต่สุดท้ายเด็กเป็นคนรับคดี ส่วนฝ่ายการเมืองรับคะแนน นี่คือเรื่องที่สังคมต้องถามให้หนัก

๔.'ช้างที่อยู่ในห้อง' คือการเปิดวงสนทนา หรือการลากวาระเดิมกลับมาอีกครั้ง?

ธนาธรเสนอว่าสังคมไทยควรพูดถึงเรื่องที่ทุกคนรู้แต่ไม่กล้าพูดอย่างมีวุฒิภาวะ โดยเฉพาะประเด็นสถาบันกษัตริย์ ฟังดูเหมือนเป็นภาษาของการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ แต่ต้องถามให้ชัดว่า ปลายทางของการพูดคุยนี้เปิดจริงหรือไม่ หรือถูกวางไว้แล้วว่าจะต้องนำไปสู่การลดทอน เปลี่ยนแปลง หรือรื้อโครงสร้างบางอย่าง ถ้าปลายทางถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น การพูดคุยก็ไม่ใช่การหาทางออก แต่คือการใช้ถ้อยคำที่นุ่มลงเพื่อผลักวาระเดิมให้กลับเข้าสู่สังคมอีกครั้ง

โดยสรุป จากคำตอบทั้ง ๔ ประเด็นของธนาธร เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่แค่การให้สัมภาษณ์ธรรมดา แต่คือการส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างเป็นระบบ เขายังยืนอยู่กับวาระเดิม ทั้งการยกย่องการเคลื่อนไหวปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ การชูประเด็น ๑๑๒ การพูดถึง 'นักโทษการเมือง' ในฐานะคนที่ต้องถูกปล่อยก่อน และการพยายามดึงเรื่อง 'ช้างที่อยู่ในห้อง' กลับมาสู่พื้นที่สาธารณะอีกครั้ง คำถามคือ นี่คือการเปิดวงสนทนาอย่างบริสุทธิ์ใจจริงหรือ หรือคือการค่อยๆ ปูทาง ปรับภาษา ลดความแข็งกร้าว แล้วเตรียมความชอบธรรมให้การเคลื่อนไหวรอบใหม่ในอนาคต...”

ปี ๒๕๗๓ “ธนาธร” จะพ้นโทษแบนทางการเมือง จึงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือทิศทางที่ “ธนาธร” ตีเส้นไว้ไม่ให้การเมืองสีส้มเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

เหยื่ออุดมการณ์ส้มที่ทั้งอยู่ในคุกและนอกคุก มิได้กำหนดชะตากรรมด้วยตัวเอง แต่ด้วยอิทธิพลของ “อีลิตสีส้ม” เพียงไม่กี่คน

การสร้างเสริมสังคมสันติสุขทำได้ดีที่สุดคือแก้ปัญหาเก่า

ส่วนความขัดแย้งรอบใหม่ยังคงรอวันปะทุ

คดี ๔๔ สส.พรรคส้ม เสนอแก้-ยกเลิก ม.๑๑๒ อยู่ในชั้นศาลแล้ว

ปลายทางก่อนส้มล่มสลาย ยังมีความขัดแย้งรอบใหม่รออยู่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปรากฏการณ์คายส้ม

คนกรุงเทส้ม กลายเป็นหัวข้อที่ถกเถียงร้อนแรงที่สุดในสื่อโซเชียล หลังเห็นคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ มันเหลือเชื่อมากๆ ตรงที่เลือกตั้ง สส.เมื่้อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรคส้มแลนด์สไลด์กวาดเรียบทั้ง ๓๓ เขต คะแนนรวมร่วมๆ ๑.๒ ล้านเสียง

ความในใจคนกรุง

ตามโผ... เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ไม่มีอะไรต้องลุ้น ในบรรยากาศอันเงียบเชียบ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” รักษาเก้าอี้ไว้ได้เป็นสมัยที่ ๒

ในวันที่ไทยเนื้อหอม

ไปดูข้อดีของสงครามตะวันออกกลางกันบ้างครับ หลังมีข่าวอย่างไม่เป็นทางการก่อนหน้านี้ว่า “ทุน” กำลังจะหนีออกจากตะวันออกกลาง เพราะประสบปัญหาใหญ่คือ “มีความไม่แน่นอนสูง”

วันข้างหน้าที่ลำบาก

เห็นคลิปแผ่นดินไหวที่เวเนซุเอลาแล้วเศร้าใจครับ มันยิ่งกว่าสงคราม เกิดความเสียหายเยอะจริง ตึกรามบ้านช่องในกรุงการากัส พังพินาศย่อยยับ

ผมไม่เกี่ยวครับ!

มาแล้วครับ... หลังจากเจ๊ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล กระทุ้งให้เลิกอมสาก วานนี้ (๒๔ มิถุนายน) "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" ชี้แจงเรื่องที่ถูกพาดพิงไปถึงคดีหลอกเทรดเงิน รวมทั้งเรื่องคลิปเชิญชวนเทรดกับ QRS โบรกเกอร์ ๑ ใน ๔ Forex เถื่อน

ได้กลิ่นความเจริญ

ยุ่งแล้ว... ลำพัง สส.คนเก่งของพรรคส้ม “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” ถูกดีเอสไอ การเมืองฝั่งตรงข้ามขุดเรื่อง Forex ไม่เว้นวันแล้ว นี่ต้องมาเจอคนกันเองกระทุ้งช่วยชี้แจงให้ชาวบ้านชาวช่องเขาเข้าใจหน่อยว่า ไปพัวพัน หรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร