ผ่านไปหนึ่งวัน ซองแรกยังเดินทางมาไม่ถึง ไม่รู้หลงทางอยู่ไหน หรือคนอ่านกำลังดูเชิงว่า “เปิดซองออนไลน์” นี่มันจะเปิดอะไรของมัน
ก็ดูกันไปครับ รอได้ ซองยังไม่มา ก็เขียนของเราไปก่อน
ซองยังไม่มา แต่ “ผู้ตรวจการกองทัพ” มาก่อน
“ผู้ตรวจการกองทัพ” เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคประชาชน ว่าด้วยกลไกตรวจสอบกองทัพ เรื่องนี้ถูกหยิบขึ้นมาพูดอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลามีเรื่องทหาร ความมั่นคง กอ.รมน. หรือชายแดนใต้
ถ้าวันหนึ่งพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล และนโยบายนี้เกิดเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาจริงๆ เรื่องคนจะมานั่งเก้าอี้นี้คงหาไม่ยาก
“รอมฎอน ปันจอร์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน…เหมาะครับ
เจ้าตัวคลุกอยู่กับเรื่องทหาร เรื่องความมั่นคง เรื่องชายแดนใต้มานาน แถม “ผู้ตรวจการกองทัพ” ก็เป็นนโยบายที่รอมฎอนหยิบมาพูดอยู่บ่อยๆ
ลองนึกภาพวันแรกของการทำงาน รถคันใหญ่เลี้ยวเข้ากระทรวงกลาโหม ประตูเปิด “ผู้ตรวจการกองทัพคนแรกของประเทศไทย” ก้าวลงมาในเครื่องแบบเต็มยศ เครื่องแบบจะหน้าตาอย่างไรไม่รู้ เอาเป็นว่า เต็มยศไว้ก่อน
ด้านหน้า นายทหารตั้งแถวรอรับกันพร้อม
“กองทหาร…ตรง!”
รอมฎอนค่อยๆ เดินตรวจแถว ทอดน่องดูซ้ายทีขวาที นายพลยืนอกผายเรียงกันเป็นตับ เดินผ่านคนหนึ่งก็เหลือบมอง ผ่านอีกคนก็ชำเลืองดู ก่อนเดินไปจนสุดแถว หยุดแล้วหันกลับมา
“เรียบ…อาวุธ!”
โอ้โห…คงเท่น่าดู (ฮา)
ที่หยิบรอมฎอนมาแต่งเต็มยศวันนี้ก็มีเรื่องของเรื่องอยู่ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่งเกิดเหตุรุนแรงมากกว่า 51 จุด ทั้งเผายาง วางเพลิง วางระเบิด ทำลายทรัพย์สิน โปรยตะปูเรือใบ จนนราธิวาสต้องประกาศเคอร์ฟิว
รอมฎอนออกมาระบุว่า การโจมตีแบบประสานกันที่มุ่งพื้นที่พลเรือน รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะและเอกชน “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”
ก็ชัดครับ ยอมรับไม่ได้ก็คือยอมรับไม่ได้ จะไปหาว่ารอมฎอนไม่พูดก็คงไม่ได้
เพียงแต่เวลาเป็นเรื่องทหาร รอมฎอนมีเรื่องพูดได้ละเอียดกว่านั้นเยอะ ตั้งแต่กองทัพต้องอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ปฏิรูปกองทัพ ปรับโครงสร้าง ยุบ กอ.รมน. ไปจนถึงตั้ง “ผู้ตรวจการกองทัพ” ที่เพิ่งจับรอมฎอนแต่งเต็มยศเดินตรวจแถวกันไปเมื่อกี้
เวลามีข้อสงสัยว่าทหารหรือเจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อชาวบ้าน รอมฎอนก็ตั้งคำถาม ตรวจสอบ เรียกร้องคำตอบ เรื่องนี้ก็ถูกครับ ชาวบ้านถูกละเมิด ถูกทำร้าย หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ต้องตรวจสอบ
แต่ชาวบ้านไม่ได้ถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายเดียว เหตุรุนแรงและก่อกวนมากกว่า 51 จุดที่ผ่านมา มีทั้งยิง วางระเบิด วางเพลิง เผายาง ปล้นร้านสะดวกซื้อ และก่อเหตุอีกหลายรูปแบบ คนก่อเหตุก็ทำให้ชาวบ้านเจ็บ ตาย สูญเสียทรัพย์สินได้เหมือนกัน เจ้าหน้าที่รัฐทำผิดก็ต้องตรวจสอบ คนก่อเหตุทำร้ายชาวบ้านก็ต้องประณาม
ตรงนี้แหละครับที่ชวนสงสัย เรื่องทหารรอมฎอนมีทั้งคำถาม ข้อเสนอ และคำวิจารณ์มาเต็ม แต่พอถึงคนก่อเหตุ คำวิจารณ์กลับสั้นลงเหลือ “ยอมรับไม่ได้”
เอ๊ะ…ทำไมพอถึงคนก่อเหตุถึงประหยัดคำขึ้นมาเสียอย่างนั้น
อย่างนี้ก็ไม่แปลกที่เจ้าตัวจะถูกวิจารณ์แรงๆ ถึงขั้นเรียกกันว่า “สส. BRN”
แต่เอาเถอะ ชื่อตำแหน่งเขาเรียก “ผู้ตรวจการกองทัพ” ไม่ได้เรียก “ผู้วิจารณ์คนก่อเหตุ” นี่นา
ส่วนกองทัพกับฝ่ายความมั่นคง เรื่องนี้ก็มีคำถามรออยู่เหมือนกัน
มากกว่า 51 จุดในคืนเดียว ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยข่าว มีทั้งคน มีทั้งงบ มีทั้งเครื่องมือ แล้วการข่าวไปอยู่ตรงไหน
หลังเกิดเหตุ ภาษาราชการที่คุ้นเคยก็ตามมา ประณามผู้ก่อเหตุ เร่งติดตามตัว เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย กำชับทุกหน่วยเฝ้าระวัง โดยเฉพาะคำนี้ “เพิ่มความเข้มงวด”
เพิ่มกันมาหลายปี ถ้าเก็บสะสมได้ ป่านนี้ความเข้มงวดคงล้นโกดังไปแล้ว แต่เหตุยังเกิด
บ้านเรานี่แปลกอยู่เหมือนกัน พอระเบิดดัง ความเข้มงวดก็มาทันที ประชุมด่วน สั่งการด่วน เพิ่มด่าน เพิ่มกำลัง เพิ่มมาตรการ ทุกอย่างคล่องแคล่วขึ้นมาหลังเกิดเหตุ
ถ้าความเข้มงวดพวกนี้มาก่อนระเบิดบ้างก็คงดี ไม่ใช่ระเบิดดังแล้วค่อยเข้ม…อย่างนั้นคนร้ายเขาไม่รอครับ
อีกคำที่ได้ยินบ่อยไม่แพ้กันคือ “ถอดบทเรียน” บทเรียนไฟใต้นี่ถ้าถอดกันมาตลอดตามที่เป็นข่าว ป่านนี้น่าจะมีเป็นห้องสมุดแล้ว
แต่คนร้ายยังสอบผ่านอยู่เรื่อย
เรื่องนี้จะด่าทหารก็ด่าให้ถูกคน คนออกลาดตระเวน ตั้งด่าน เก็บกู้ระเบิด พวกนี้อยู่หน้างาน บางคนเอาชีวิตไปเสี่ยง จะไปลงกับเขาก็ผิดตัว
แต่ไม่ลงกับทหารหน้างาน ไม่ได้แปลว่าที่เหลือห้ามถาม
กองเชียร์กองทัพบางคนชอบเป็นแบบนั้น พอถามเรื่องการข่าวก็หาว่าโจมตีกองทัพ พอถามผู้บังคับบัญชาก็หาว่าไม่เข้าใจงานความมั่นคง แตะนิดเดียวสะดุ้งก่อนทหารเสียอีก
มากกว่า 51 จุดในคืนเดียว จะไม่ให้ถามเรื่องการข่าวเลยก็กระไรอยู่ รู้ก่อนหรือไม่รู้ ถ้ารู้ ทำไมกันไม่ได้ ถ้าไม่รู้ เหตุพร้อมกันขนาดนี้หลุดไปได้อย่างไร
เรื่องเกิดไปแล้ว การไล่ติดตามคนก่อเหตุก็ต้องทำ แต่คำถามก่อนเกิดเหตุก็ยังอยู่เหมือนเดิม
ประตูคอกเปิดได้อย่างไร
ไม่อย่างนั้นก็วนอยู่แบบเดิม วัวหายก็ล้อมคอก พอเกิดเหตุใหม่ก็ล้อมกันใหม่ ปัญหาไม่ใช่ว่าหลังเกิดเหตุจะเพิ่มด่าน เพิ่มกำลัง หรือเพิ่มความเข้มงวดได้เร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่ทำอย่างไรไม่ให้วัวหายตั้งแต่แรก
อีกเรื่องคือ “กระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่ฝ่ายไทยพูดคุยกับกลุ่มอย่าง BRN ซึ่งทางการมักเรียกว่า “กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ” เพื่อหาทางลดความรุนแรง เรื่องนี้ทำกันมาหลายปี เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนคนรับผิดชอบ การพูดคุยก็มีมาเป็นระยะๆ
ว่าแต่ “ผู้เห็นต่างจากรัฐ” นี่ก็น่าสนใจ ตกลงเห็นต่างกันเฉยๆ หรือเห็นต่างแล้วต้องยิง ต้องเผา ต้องวางระเบิด สังหารเจ้าหน้าที่ ฆ่าผู้บริสุทธิ์กันด้วยก็ไม่รู้ ภาษาไทยนี่บางทีก็ใจดีกับคนใช้ความรุนแรงเหลือเกิน
เอาเป็นว่าจะเรียกอะไรก็เรียกกันไป แต่คุยกันมาถึงวันนี้แล้วเกิดเหตุพร้อมกันมากกว่า 51 จุด ก็ต้องถามว่าได้ผลแค่ไหน คนที่คุยด้วยมีน้ำหนักกับคนก่อเหตุจริงหรือเปล่า ถ้ามี ทำไมเหตุขนาดนี้ยังเกิด ถ้าไม่มี…แล้วเราคุยกับใครอยู่
เรื่องนี้ก็หาคำตอบกันต่อไป ส่วนตำแหน่ง “ผู้ตรวจการกองทัพ” วันนี้เราได้คนแล้ว
รอมฎอนวันนี้ก็โดนจับแต่งเต็มยศ เดินตรวจแถวนายพลเรียบร้อย เครื่องแบบก็จัดให้ แถวทหารก็ตั้งให้ เหลืออย่างเดียว พรรคประชาชนต้องได้เป็นรัฐบาลเสียก่อน
ว่าแล้ว…กลับมารอซองกันต่อ
ใครมีเรื่องอยากเล่า อยากถาม อยากบ่น อยากแย้ง เรื่องการเมือง สังคม เรื่องชาวบ้าน ข้าราชการ นักการเมือง ตำรวจ ทหาร หรือเรื่องอะไรที่คิดว่าน่าเอามาคุยกัน ก็เขียนมา
จะเขียนสั้นเขียนยาว จะมาเป็นเรื่องเป็นราว หรือมาแค่ไม่กี่บรรทัด ส่งมาก่อนครับ
ส่งมาที่ 📩 [email protected]
ซองไหนน่าเปิดก็เปิด…ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่มีอีกก็ไม่เป็นไร ผมก็เขียนของผมต่อ
ดูจากบ้านเมืองตอนนี้ หาเรื่องเขียนง่ายกว่าหาคนส่งซองเยอะ (ฮา)
—เสมอต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อึ้ง! 5 จังหวัดใต้ชง 199 โครงการวงเงิน 5.7 หมื่นล้านให้ ครม.สัญจรเคาะ
ครม.สัญจรสงขลาเตรียมถกข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 200 โครงการ วงเงินกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท 'พิพัฒน์' ย้ำกลั่นกรอง เลือกโครงการที่มีความพร้อม คุ้มค่า เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่
'ความจริง ชุดที่ ๓'
เอาละโว้ย! โลกกำลังจะ GO SO BIG แล้วละโว้ย สหรัฐฯ “เจ้าโลก” ยื่นโนติสแล้ว ให้ประเทศ “ทั่วโลก”
นายกฯ ลั่นการข่าวต้องปรับอีกเยอะ เหตุป่วนใต้ถี่ยิบ สั่ง มทภ.4 สอบให้ชัดเจนปมยิงจาก ฮ.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า ถ้าตนลงไปจะทำความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่เปล่าๆ แต่การสั่งการให้แนวทางปฏิบัติเตรียมความพร้อมของผู้เกี่ยวข้องได้มารายงานและหารือนำไปสู่การปฏิบัติ
โฆษก กอ.รมน. ชี้ปมยิงจาก ฮ. เป็นไปได้ยาก ไม่ใช่กระสุนปืนสงคราม ขอให้รอผลนิติวิทย์ฯ
กอ.รมน. แจงแม่ทัพภาค 4 ไม่ได้ฟันธง เหตุเผา อบต.เกี่ยวการเมือง เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต ชี้งานการข่าวมี 2 ด้าน “รุกและรับ” ส่วนเชิงลึก แบบรู้ข้อมูล 100% เป็นเรื่องยาก ขณะที่เหตุเฮลิคอปเตอร์ยิงวัยรุ่น ยังต้องพิสูจน์หลักฐาน ขอให้รอผลสืบสวน-นิติวิทยาศาสตร์ ที่ไม่โกหก และเป็นกลาง แม้อาจจะช้า แต่ต้องไม่จับผิดตัว หวั่นเสียมวลชน พร้อมขอความเป็นธรรมให้ จนท.รัฐ อย่ายอมให้ไปเข้าทางผู้ก่อเหตุ
เป็นห่วงจัด! 'รอมฎอน' จี้ 'อนุทิน' ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงกรณียิงจากฮ.โดยด่วน อ้างกลัวขัดแย้งบานปลาย
นายรอมฎอน ปันจอร์ เส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความย้ำประเด็นการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ในคืนที่มีการก่อการร้าย 50 ก
เปิดซองออนไลน์…เรื่องมันมีอยู่ว่า
บ้านเมืองทุกวันนี้ ข่าวสารวิ่งกันเร็วยิ่งกว่ารถส่งพัสดุเสียอีก บางเรื่องยังไม่ทันรู้ต้นสายปลายเหตุว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร อีกเรื่องก็วิ่งแซงขึ้นหน้ามาแล้ว

