วอลเลย์บอลหญิงไทย กับคำว่า 'เรา'

วันนี้มีซองเข้ามาครับ สองสามซองด้วย

ผมเปิดอ่านแล้ว แต่ขอพักไว้ก่อนสักวัน เจ้าของซองอย่าเพิ่งน้อยใจ พรุ่งนี้มะรืนค่อยเปิดคุยกัน

วันนี้ขอผมแซงคิวหน่อย

เพราะเมื่อคืนดูวอลเลย์บอลหญิงไทยเจอจีนแล้วมันยังค้างอยู่ในหัว

ใครดูจนจบคงเข้าใจ ส่วนใครไม่ได้ดู ผมจะเล่าให้ฟังนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับพากย์ย้อนหลังทุกลูก เดี๋ยวคอลัมน์เปิดซองออนไลน์จะกลายเป็นสนามวอลเลย์บอลไปเสียก่อน

ไทยเจอจีนในรอบชิงชนะเลิศชิงแชมป์เอเชียที่เทียนจิน ประเทศจีน แถมมีตั๋วโอลิมปิก 2028 วางอยู่ตรงหน้า แค่คู่แข่งก็หนักแล้ว ยังเล่นในบ้านเขาอีก

เมื่อคืนผมไม่ได้ดูคนเดียว นั่งกินนั่งคุยกับเพื่อนอยู่ 6-7 คน แล้วก็เปิดวอลเลย์บอลดูกันไปด้วย

เซตแรก ไทยชนะ 25-20

บรรยากาศก็ดีสิครับ เสียงเฮดังขึ้นมาทันที ผมเองก็คิดว่า เออ…วันนี้มาดี

แต่เซตสองจีนกลับมาเล่นได้ดี ไทยแพ้ไป 11-25 จากที่นั่งคุยกันไปดูไปก็เริ่มจดจ่อกับหน้าจอมากขึ้น

เซตสามไทยสู้ได้สูสี คะแนนเบียดกันจนช่วงท้าย แต่จีนเอาไปอีก 25-23

จากที่เรานำ 1-0 กลายเป็นตาม 1-2

ตอนนั้นผมนั่งดูแล้วคิดอยู่ในใจเลยครับ

ไทยแพ้แน่!

คิดจริงๆ แต่ไม่กล้าพูดออกมา เพื่อนอีก 6-7 คนยังนั่งเชียร์กันอยู่ ขืนพูดว่า “ไทยแพ้แน่” ออกไปแล้วแพ้ขึ้นมาจริงๆ เดี๋ยวจะหาว่าปากเสีย

เลยเงียบไว้ก่อน

จีนต้องการอีกเซตเดียวก็จบ ส่วนไทยไม่มีทางเลือก ต้องเอาเซตสี่ให้ได้ แล้วสาวไทยก็กลับมาเล่นได้ดี ชนะ 25-18

เสมอ 2-2

ไอ้ที่คิดไว้เมื่อกี้ว่า “ไทยแพ้แน่” ก็เก็บให้มิดครับ อย่าให้เพื่อนรู้ (ฮา)

คราวนี้เซตห้าแล้ว

จากตอนแรกที่นั่งกินนั่งคุยกันไปด้วย พอถึงเซตตัดสินแทบไม่มีใครสนใจอย่างอื่นแล้ว ตาจ้องอยู่ที่จอ จีนได้แต้มก็เสียดาย ไทยได้แต้มก็เฮ บางลูกนี่ลุ้นกันจนผมรู้สึกว่าความดันน่าจะขึ้นตามคะแนนไปด้วย

15 แต้มของเซตห้าเมื่อคืน ทำไมมันนานกว่าปกติก็ไม่รู้

แล้วสาวไทยก็ค่อยๆ ทำแต้มจนมาถึง 15-10

ไทยชนะจีน 3-2 เซต

โอ้โห…ตอนนั้นเฮกันลั่นครับ

ไอ้ที่นั่งเกร็งกันมาตลอดเซตห้าหายหมด จากคนที่ก่อนหน้านี้ยังคิดอยู่ในใจว่า “ไทยแพ้แน่” พอชนะขึ้นมาผมนี่เฮเต็มเสียง เหมือนไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นมาก่อน (ฮา)

มันดีใจจริงๆ

ชนะจีนถึงบ้านเขา ได้แชมป์เอเชียสมัยที่ 4 แล้วที่ใหญ่กว่านั้นคือ วอลเลย์บอลหญิงไทยได้ไปโอลิมปิก 2028 เป็นครั้งแรก

ครั้งแรกนะครับ

คนที่ตามเชียร์วอลเลย์บอลหญิงไทยมานานคงรู้ดีว่า ตั๋วโอลิมปิกใบนี้รอกันมานานแค่ไหน ผ่านนักวอลเลย์บอลหญิงไทยมากี่รุ่นกว่าจะมาถึงวันนี้

พอรู้ว่าได้ไปโอลิมปิกแน่นอน คราวนี้ยิ่งเฮกันใหญ่ คุยกันเสียงดังไปหมด ผมก็ไม่ต่างจากเพื่อน เมื่อกี้ยังกลัวแพ้อยู่เลย ตอนนี้ทั้งดีใจทั้งพูดไปเรื่อยว่า “ได้ไปโอลิมปิกแล้วโว้ย”

แล้วตอนที่กำลังเฮกันอยู่นั่นแหละ ผมถึงสะดุดกับอะไรอย่างหนึ่ง

ตั้งแต่เริ่มดูจนจบ 5 เซต พวกเราพูดถึงสาวไทยว่าอย่างไรกันบ้าง

ตอนสาวไทยได้แต้มก็ “เราได้แล้ว!”

ตอนกลับมาตีเสมอ 2-2 ก็ “เราเสมอแล้ว!”

พอเซตห้าเริ่มเห็นทาง ก็มี “เฮ้ย เราจะชนะแล้ว!”

ไม่มีใครในวง 6-7 คนลงไปตบกับเขาสักลูก แต่พอถึงตอนนั้นเป็น “เรา” กันหมดแล้ว

เออ…คำว่า “เรา” นี่มันมาเองจริงๆ

และพอคิดถึงบ้านเมืองที่เราอยู่ทุกวันนี้ ผมว่านี่แหละ เรื่องที่ผมอยากคุยต่อ

เพราะคำว่า “เรา” ในบ้านเมืองทุกวันนี้ บางทีก็หายากเหมือนกัน

เปิดข่าวการเมืองขึ้นมา เดี๋ยวก็พวกเรา พวกเขา ฝ่ายนี้ ฝ่ายโน้น ส้ม แดง น้ำเงิน เหลือง ใครชอบรัฐบาลก็ทางหนึ่ง ใครไม่ชอบก็อีกทางหนึ่ง บางเรื่องยังไม่ทันได้คุยกันว่าเนื้อหาคืออะไร ก็ถามกันเสียก่อนแล้วว่าคนพูดอยู่ฝ่ายไหน

ผมเองก็เขียนเรื่องพวกนี้อยู่แทบทุกวัน

บางวันเขียนไปยังหมั่นไส้ไปด้วยเลยครับ

จะให้ทำอย่างไรได้ ก็คนมันมีความเห็น

แต่เมื่อคืนไม่มีใครสนใจเรื่องพวกนี้เลย อย่างน้อยในวงที่ผมนั่งอยู่ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพื่อน 6-7 คน ถ้าเอาบัตรเลือกตั้งมาวางตรงหน้าจะกาช่องเดียวกันกี่คน

และก็ไม่จำเป็นต้องรู้

เพราะเมื่อคืนมีกันอยู่สองฝั่ง

จีนกับไทย

ใครเชียร์พรรคไหนเก็บไว้ก่อน ตอนนั้นรู้แต่ว่าฝั่งเราคือไทย จีนได้แต้มก็เสียดาย ไทยได้แต้มก็เฮ ยิ่งพอถึงเซตห้า ผมว่าเรื่องอื่นหายออกจากวงไปหมดแล้ว

แล้วความรู้สึกแบบนี้ก็ไม่ใช่เพิ่งเกิดเมื่อคืน

คนที่ตามวอลเลย์บอลหญิงไทยมาหลายปีน่าจะรู้ดีว่า คำว่า “เรา” มันติดมากับทีมนี้นานแล้ว

ถ้าจะย้อนกลับไป ผมว่ายุคที่ทำให้คนไทยผูกพันกับวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติอย่างจริงจัง ก็คงหนีไม่พ้นยุค “7 เซียน” นุศรา ต้อมคำ, ปลื้มจิตร์ ถินขาว, อรอุมา สิทธิรักษ์, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, มลิกา กันทอง, วรรณา บัวแก้ว และอำพร หญ้าผา

ผมว่าคนที่ดูวอลเลย์บอลในยุคนั้นน่าจะจำความรู้สึกได้ จากกีฬาที่เมื่อก่อนอาจดูบ้างไม่ดูบ้าง กลายเป็นต้องคอยดูโปรแกรม วันนี้แข่งกี่โมง ช่องไหนถ่ายทอด เจอกับใคร

ถ้าเจอจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยิ่งต้องดู

เพราะมันสนุกตรงที่ได้ลุ้นว่า วันนี้เราจะสู้เขาได้แค่ไหน แล้วดูไปดูมา จากที่เคยลุ้นว่าจะสู้เขาไหวหรือเปล่า กลายเป็นว่าสาวไทยสู้ได้จริง บางวันก็ชนะเสียด้วย

7 เซียนจึงไม่ได้มีแค่เรื่องฝีมือหรือแชมป์ที่ทำไว้ แต่มีส่วนสำคัญที่ทำให้คนไทยผูกพันกับวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ รู้จักนักกีฬา รอเชียร์ และรู้สึกว่าทีมนี้เป็น “ทีมเรา”

ผมให้เครดิตตรงนี้กับพวกเธอเต็มที่

แต่ก็ไม่อยากลาก 7 เซียนมานั่งเปรียบเทียบกับนักกีฬาชุดปัจจุบันว่าใครเก่งกว่ากัน หรือถามว่าทำไมรุ่นนั้นไม่ได้ไปโอลิมปิก แต่รุ่นนี้ได้ไป

จะถามกันทำไมให้เสียเรื่อง

รุ่นนั้นทำของเขาไว้ดีแล้ว ส่วนความสำเร็จเมื่อคืนก็เป็นของนักกีฬาชุดนี้ รวมทั้ง “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร และทีมงานทุกคน จากตามจีน 1-2 เซต กลับมาชนะ 3-2 มันคงไม่มีใครทำคนเดียวได้

วอลเลย์บอลเล่นกัน 6 คนในสนาม แต่กว่าจะชนะหนึ่งนัด คนทำงานเยอะกว่านั้นมาก

ผมไม่รู้หรอกครับว่าลูกไหนต้องชมใครเป็นพิเศษ เรื่องแบบนี้ให้คนที่เขาดูเป็นวิเคราะห์ดีกว่า ผมดูเป็นอยู่สองอย่าง ไทยได้แต้มก็เฮ ไทยเสียแต้มก็เสียดาย

ขนาดตอนตาม 1-2 ยังวิเคราะห์ได้แม่นมากว่า “ไทยแพ้แน่”

เกือบไปแล้วไหมล่ะกู (ฮา)

แต่สุดท้ายทีมชุดนี้ก็พาวอลเลย์บอลหญิงไทยไปถึงสิ่งที่รอกันมานานจริงๆ

โอลิมปิก

และที่ผมย้อนมาพูดถึง 7 เซียนจนถึงทีมชุดปัจจุบัน ก็เพราะความรู้สึกที่คนดูเรียกทีมชาติชุดนี้ว่า “เรา” มันไม่ได้เพิ่งเกิดเมื่อคืน

คนไทยตามเชียร์กันมานาน รู้จักนักกีฬา รู้ว่าใครเล่นตำแหน่งไหน บางคนดูมาตั้งแต่รุ่นก่อนจนถึงรุ่นนี้ พอเมื่อคืนถึงแต้มสำคัญ คำว่า “เรา” จึงหลุดออกจากปากกันง่ายๆ โดยไม่ต้องมีใครนัด

ทีนี้พอกลับมามองเรื่องบ้านเมือง ผมก็อดคิดไม่ได้

เราใช้เวลากันไม่น้อยเหมือนกันนะครับกับการดูว่าใครอยู่ฝ่ายไหน

ผมเขียนข่าว อ่านข่าว อยู่กับการเมืองแทบทุกวัน บางเรื่องยังไม่ทันฟังกันจบ ก็เริ่มดูกันแล้วว่าคนพูดสีอะไร อยู่พรรคไหน เชียร์ใคร

ผมไม่เคยคิดว่าความสามัคคีแปลว่าต้องคิดเหมือนกันทั้งประเทศ ถ้าเป็นอย่างนั้นคงน่ากลัวมากกว่าน่าอยู่ ลองนึกดูว่าคน 60 กว่าล้านคนเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีพร้อมกันทุกเรื่อง ผมว่าตัวนายกฯ เองยังต้องหันไปถามว่า “พวกพี่เป็นอะไรกันหรือเปล่า” (ฮา)

คนเราก็ต้องมีเรื่องเถียงกัน

รัฐบาลทำไม่ดีก็ว่า ฝ่ายค้านพูดไม่เข้าท่าก็วิจารณ์ พรรคที่เราเลือกทำอะไรไม่ถูกก็ไม่จำเป็นต้องช่วยแก้ตัวให้ทุกเรื่อง ส่วนพรรคที่เราไม่ชอบ ถ้ามันทำอะไรถูก จะชมสักคำก็คงไม่ถึงกับเสียผู้เสียคน

ผมว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว

ไม่ได้หวังให้คนเห็นต่างกลับมารักกันปานจะกลืนกินหรอกครับ จะเถียงกันก็เถียง บางเรื่องถ้าเห็นว่าไม่ถูกก็ต้องถามกันแรงๆ ด้วยซ้ำ เพียงแต่อย่าให้มันเลยไปถึงขั้นว่า พอไม่เห็นด้วยกันเรื่องหนึ่งแล้ว อีกฝ่ายจะกลายเป็นคนละพวกกับเราไปทุกเรื่อง

เมื่อคืนวอลเลย์บอลทำให้ผมเห็นเรื่องนี้ชัดกว่าคำพูดเรื่องความสามัคคีเสียอีก ไม่มีใครนัดหมายกันหรอก พอถึงเวลาแข่ง คนก็นั่งหน้าจอแล้วเชียร์ไทยของเขาไป พอได้แต้มก็เฮ พอเสียแต้มก็บ่น

มันเกิดของมันเองอย่างนั้น

ส่วนเรื่องการเมือง พรุ่งนี้ค่อยกลับไปว่ากันใหม่ก็ได้ครับ ผมยังต้องอ่าน ต้องเขียน แล้วก็คงมีใครให้หมั่นไส้ตามปกตินั่นแหละ

ประเทศไทยไม่สงบสุขเพราะวอลเลย์บอลนัดเดียวหรอกครับ อย่าเพิ่งฝันไกล (ฮา)

วันนี้ให้สาวไทยเขาไปก่อน

หลังจากสร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วโอลิมปิกครั้งแรกแล้ว งานของทีมนี้ยังมีต่อ และโอลิมปิก 2028 นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

ถึงวันนั้นไม่ต้องถามหรอกครับว่าเจอใคร

วอลเลย์บอลหญิงไทยไปโอลิมปิกครั้งแรกทั้งที ยังไงก็ต้องดู

จะไปได้ไกลแค่ไหนเอาไว้ถึงวันนั้นค่อยลุ้นกัน วันนี้ขอดีใจกับนักวอลเลย์บอลหญิงไทย “โค้ชอ๊อต” ทีมงาน และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จครั้งนี้ก่อน รวมถึงคนรุ่นก่อนๆ ที่ช่วยกันทำให้วอลเลย์บอลหญิงไทยเดินมาถึงตรงนี้ด้วย

ว่าแต่ผมเขียนเรื่องวอลเลย์บอลเสียเพลิน จนเกือบลืมไปว่าวันนี้มีซองรออยู่สองสามซอง

เดี๋ยวเจ้าของซองจะสงสัยว่า ตกลงส่งมาถูกคอลัมน์หรือเปล่า (ฮา)

ส่งมาถูกแล้วครับ ผมเปิดอ่านแล้ว เพียงแต่วันนี้ขอแซงคิวมาเล่าเรื่องของผมให้ท่านอ่านก่อน

ไหนๆ ชื่อคอลัมน์ก็ “เปิดซองออนไลน์” แล้ว ผมว่าในซองไม่จำเป็นต้องมีแต่คำถามถึงผมหรอกครับ

มีเรื่องอยากเล่าก็ส่งมา

เหมือนวันนี้ที่ผมมีเรื่องอยากเล่า ก็เอามาเล่าให้ท่านอ่านอยู่นี่แหละ

วันไหนถึงคิวซองของท่าน ผมก็เป็นคนอ่านบ้าง แล้วถ้ามีอะไรอยากคุยด้วยก็ค่อยว่ากัน

คอลัมน์นี้ก็น่าจะสนุกตรงนี้

บางวันผมเล่าให้ท่านฟัง บางวันท่านเล่าให้ผมฟัง

ส่วนสองสามซองที่รออยู่ ไม่ต้องห่วงครับ

เดี๋ยวเราเปิดกันต่อ

— เสมอต้น
31 สิงหาคม 2569

📌 เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอยากเล่า อยากถาม อยากคุย อยากเถียง หรือเห็นต่างกันตรงไหน เขียนมาได้ที่ 📩 [email protected] จะเรื่องใหญ่เรื่องเล็กก็ไม่เป็นไร เขียนมาอย่างที่อยากเขียน แล้วเดี๋ยวเราเปิดซองคุยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ  แสดงความยินดีทีมวอลเลย์บอลหญิง สร้างความสุขคนไทยทั้งประเทศ พร้อมเชียร์ในโอลิมปิก

นายกฯโพสต์กลางดึกแสดงความยินดีทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้ชัยชนะยิ่งใหญ่ สร้างความสุขคนไทย พร้อมเชียร์ในโอลิมปิกเกมส์

‘สาวไทยไปโอลิมปิก’

ในที่สุด.... วอลเลย์บอลหญิงไทยก็ได้ไปแข่ง “โอลิมปิก” แล้วโว้ย! “๑๔ สิงห์สาว” สามารถชนะจีน ๓:๒ ด้วยสกอร์ ๒๕-๒๐, ๑๑-๒๕, ๒๓-๒๕, ๒๕-๑๘ และ ๑๕-๑๐ ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน เมื่อวาน (๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๙)