
นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อปรากฏผลงานการปราบปรามขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยเฉพาะการจับ ประวิทย์ จารุรัชกุล หรืออดีต "นายกเฮง" อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ ตัวการระดับแม่ข่ายเบอร์หนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ
ความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมครั้งนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดผู้ริเริ่มและผลักดันอย่างจริงจัง และต้องขอชื่นชมความมุ่งมั่นของ "สส.แนน" อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย และประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จเกิดจากวิสัยทัศน์และการทำงานเชิงรุกของ “สส.อาสพลธ์” ที่ได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันที่ 5 มค. 2567 ในยุคที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) เพื่อสะท้อนปัญหาการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ
การกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการจุดประกายความโปร่งใส จนนำมาสู่การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2567 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้กลไกของรัฐบูรณาการกำลังกันตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
จากความพยายามอย่างไม่ลดละ จนกลายเป็นผลงานเชิงประจักษ์เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ บก.ปปป.ได้สนธิกำลังบุกจับกุม นายกเฮง และสามารถตีแผ่พฤติการณ์การเรียกรับผลประโยชน์ที่สูงถึงรายละ 650,000 บาท โดยพบการแก้ไขคะแนนสอบให้ผู้สมัครผ่านถึง 57 ราย และยังมีผู้เสียหายอีกกว่า 40 รายที่จ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้รับการบรรจุ ถือเป็นการทลายเครือข่ายระดับแกนนำที่สร้างความขุ่นมัวต่อระบบคุณธรรมอย่างเด็ดขาด
บทบาทของ “สส.อาสพลธ์” ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. ยังไม่หยุดเพียงการจับกุมตัวการระดับพื้นที่ แต่ยังเดินหน้าเปิดเผยข้อมูลสำคัญเพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการตามช่องทางต่างๆ ต่อไปให้หมดลงทั้งประเทศ
การตรวจสอบเข้มข้นครั้งนี้ ก็หวังว่าจะสาวลึกไปถึงผู้บงการ หรือ “บิ๊กบอส” ได้ในที่สุดและเป็นไปตามที่สังคมคาดหวังไว้.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กำแพงดอกไม้
เผือกร้อนชิ้นโตอย่างปม ฮั้วเลือก สว. ที่กองอยู่เต็มโต๊ะ 7 เสือ กกต. ทำเอา กกต.บางท่านในช่วงระยะเวลานี้ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหนเป็นต้องโดนไล่ต้อนจี้ถามมติลับ มติแจ้ง ว่าจะส่งศาลเชือดล้างบางเมื่อไหร่ กี่ราย
'รักษาสุขภาพ'
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เหล่า สส.ต่างก็ทำหน้าที่กันขยันขันแข็ง ทั้งงานในพื้นที่ รวมถึงงานในที่ประชุมสภา ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
ลุยงานยามดึก
วันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา ไม่เห็นเจ้ากระทรวงบัวแก้ว “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ เนื่องจากติดราชการไปต่างประเทศยาวๆ ในการเดินทางเยือนไนจีเรียและเอธิโอเปียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2569 และเข้าร่วมกิจกรรม Lunch Talk ในหัวข้อ “Building Sustainable Partnerships : Connecting Youth, Innovation and Business between Thailand and Nigeria”
แพ้กล้องจริงๆ
ปกติแหล่งข่าวแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือหัวหน้าส่วนราชการ มักสู้มือ มักสู้กล้อง เจอนักข่าวรุมดักสัมภาษณ์จะชื่นชอบ เพราะได้หน้าสื่อฟรีๆ เพื่อพรีเซนต์ตัวเองด้วย
ผู้ใหญ่ปลื้ม
การเมืองยุคนี้ที่เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการสาดโคลนใส่กันทุกวี่ทุกวัน จนบางทีข่าวสารด้านลบมันกลบเสียงของการทำงานของรัฐบาลไปเสียหมด การที่คนกล้าออกมายืนแนวหน้า คอยรับกระสุน ป้องกันพรรค และช่วยชูผลงานรัฐบาลแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน จึงเป็นเรื่องของพรรคสีน้ำเงินในเวลานี้
แสบคอแล้วครับ
วงการนักข่าวสายปราบโกงรู้ดีว่า ถ้าเรื่องไหนถึงมือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นต้องเกาะติดห้ามปล่อย โดยเฉพาะมหากาพย์คดี “โกงสอบท้องถิ่น” ที่ทำเอาคนทั้งประเทศนั่งไม่ติด เพราะกระทบอนาคตผู้สอบและส่อเค้าสาวไปถึงบิ๊กข้าราชการระดับสูง

