กำแพงดอกไม้

เผือกร้อนชิ้นโตอย่างปม ฮั้วเลือก สว. ที่กองอยู่เต็มโต๊ะ 7 เสือ กกต. ทำเอา กกต.บางท่านในช่วงระยะเวลานี้ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหนเป็นต้องโดนไล่ต้อนจี้ถามมติลับ มติแจ้ง ว่าจะส่งศาลเชือดล้างบางเมื่อไหร่ กี่ราย

แต่ล่าสุดที่ผ่านมา ในงานเสวนาวิชาการของหลักสูตร พตส.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ได้คิว ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง รับหน้าที่ประธานเปิดงาน ทันทีที่ลงจากเวทีเหล่าผู้สื่อข่าวก็ตั้งป้อม ปักหลักรอดักรวบหัวรวบท้าย กะว่าจะกระแซะถามเรื่องฮั้ว สว.ให้สิ้นสงสัย แต่ระดับ กกต.สายเก๋ามีหรือจะไม่รู้แกว

เสร็จพิธีปุ๊บ ท่าน ฐิติเชฏฐ์ ไม่รอให้ใครตั้งตัว อาศัยจังหวะชุลมุนเดินเลี้ยวหลบออกประตูด้านข้างห้องประชุมแบบเงียบกริบ สับเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งอ้อมไปขึ้นรถประจำตำแหน่งที่ติดเครื่องรออยู่หน้าโรงแรม นักข่าววิ่งหน้าตั้งตามไปติดๆ กะจะประชิดตัวยิงคำถาม แต่ต้องเบรกตัวโก่งเพราะติด “กำแพงดอกไม้” สกัดดาวรุ่งเข้า

งานนี้ไม่ใช่การ์ดหน้าโหดหรือชายชุดดำที่ไหน แต่เป็นทีมงานสาวหน้าห้องของท่าน ฐิติเชฏฐ์ เอง ที่คนวงในรู้กันทั้งบางว่า “ห้องนี้ทีมงานหน้าตาดีที่สุดในบรรดา 7 เสือ กกต.ชุดนี้" ที่รีบเดินเข้าประกบ ตั้งโซนบล็อกเป็นบาเรียขวางทางปืนแบบเนียนกริบ ไร้รอยต่อ จนไมค์ข่าวไม่มีโอกาสได้เฉียดเข้าใกล้ตัวท่านแม้แต่คืบเดียว

​กลายเป็นยุทธวิธี “นารีป้องปราม” ของแท้ ปล่อยให้นักข่าวทำได้แต่เดินอยู่วงรอบนอก ยืนตาละห้อยมองรถเป้าหมายแล่นฉิวออกจากโรงแรมไปต่อหน้าต่อตา

แถมวงในยังแอบกระซิบแซวกันขำๆ อีกว่า ถือเป็นแต้มต่อสุดเฉียบ เพราะปกติเจอนักข่าวรุมทึ้ง ถ้าใช้การ์ดกล้ามโตผลักไสอาจโดนสื่อเคืองแถมลงข่าวถล่มยับ แต่พอเปลี่ยนมาใช้ "กำแพงดอกไม้" ส่งทีมงานหน้าตาดีมายืนขวางส่งยิ้มพิมพ์ใจให้แบบนี้ นักข่าวสายแข็งคนไหนจะไปกล้าส่งเสียงโวยวาย หรือฝ่าด่านบอสเข้าไปได้ลงคอ

ในเชิงชั้นการเมือง การเลือก "ใส่เกียร์ห้า-รูดซิปปาก" ของ กกต. ฐิติเชฏฐ์ นาทีนี้ บ่งบอกชัดว่าเรื่อง สว.กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม พูดผิดคำเดียวมีสิทธิ์งานเข้า การใช้แท็กติกนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว หลบฉากเอาตัวรอดไปได้อีกยก จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดของเจ้าตัว.

วอชเชอร์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขับเองเลย

ให้เขาเลยคนนี้! หนูกวาง–ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้หญิงเก่งที่ทำอะไรได้ด้วยตัวเองแทบจะทุกอย่าง

หัวอกพ่อ

แม้คำตอบเรื่องคดีความและการเมืองจะเป็นไปตามกระบวนการ แต่ลึกลงไปในสายตาของ “สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือนาทีที่หัวอกคนเป็นพ่อยิ่งใหญ่และหนักอึ้งที่สุด

ไม่มีคู่ไหนเลิก

ทำเอาสโมสรทหารบกแทบแตก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักข่าวสายการเมืองตัวจี๊ดของค่ายไทยโพสต์สละโสดทั้งที มีหรือที่พี่น้องในยุทธจักรอำนาจจะพลาด ทั้งบรรดานักข่าวสายการเมืองนับร้อย พร้อม “บิ๊กการเมือง” ตบเท้าหอบซองมาร่วมยินดีในงานมงคลสมรสกันเพียบ หัวขบวนหนีไม่พ้น “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ มท.1 ที่นำทัพรัฐมนตรีมาแสดงความยินดีกันเนืองแน่น ชนิดที่มองผ่านๆ นึกว่าเปิดประชุม ครม.ย่อยกลางงานวิวาห์

'ขาดการเชื่อมโยง'

เรื่องแรงงานไทยไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะเกี่ยวพันตั้งแต่ปากท้อง การมีงานทำ ไปจนถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งในการประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณาวาระพิจารณารายงานศึกษากรอบแนวคิดการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มการพัฒนาแรงงานแห่งชาติ ที่คณะกรรมาธิการการแรงงานพิจารณาเสร็จแล้ว

ลุยงานฝ่าดรามา

เรียกว่าเป็นมหากาพย์ที่ยังหาตอนจบไม่เจอ สำหรับความขัดแย้งภายในบอร์ดคณะกรรมการกิจการเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยิ่งล่าสุด สำนักงาน กสทช.ส่งหนังสือเชิญบอร์ดประชุมอีกครั้งในวันที่ 21 และ 22 ตุลาคมนี้ หลังการประชุมก่อนหน้าล่มซ้ำซากมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ก็ต้องจับตาว่าคราวนี้จะมีทางออก หรือจะเป็นเพียงหนังอีกม้วนที่ฉายซ้ำฉากเดิม

ทำงานใหญ่อยู่

เก็บตกบรรยากาศงาน ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ งานคืนสู่เหย้าของบรรดาศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อค่ำคืนวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ต้องบอกว่า อบอวลไปด้วยความหลังและความรักของนักการเมืองเป็นร้อยๆ ชีวิต