โลกหมุนเร็ว…ป้าค่อยๆ จิ้ม

วันจันทร์ ต้นสัปดาห์ครับ

แค่เรื่องงานที่รออยู่ตรงหน้าก็พอให้คิ้วขมวด ไหนจะข่าวสารบ้านเมือง เปิดไปทางไหนก็มีเรื่องให้ตาม เรื่องให้คิด เรื่องให้ลุ้นกันต่อ

สรุปว่ายังไม่ทันพ้นวันจันทร์ คิ้วก็ทำงานหนักกว่าเจ้าของเสียแล้ว

“เปิดซองออนไลน์” วันนี้เลยขอพักเรื่องหนักๆ ไว้ก่อน

มาคลายคิ้วกันสักซองดีกว่าครับ

เจ้าของซองชื่อ “เพ็ญประภา” อายุเลยเลขเจ็ดมาแล้ว ใกล้จะแตะแปดสิบเต็มที

ผมขออนุญาตเรียก “ป้า” ก็แล้วกัน

ป้าแนะนำตัวเองต่อท้ายชื่อว่า

“คนแก่ที่อยากทันโลก”

เห็นคำในวงเล็บแล้วผมก็อยากเปิดอ่านทันที

ป้าบอกว่าตาไม่ค่อยดี มือไม้ก็สั่น จะพิมพ์อะไรก็ต้องค่อยๆ จิ้ม กลัวจดหมายจะส่งมาไม่ถึงบ้าง กลัวคำจะตกหล่นบ้าง

แต่สุดท้ายก็มาถึง

แค่นี้ผมว่าป้าไม่ต้องกังวลเรื่องตามโลกไม่ทันแล้ว

ไหนๆ ป้าก็ค่อยๆ จิ้มมาจนถึงแล้ว เราค่อยๆ อ่านไปด้วยกันครับ

ถึง คุณเสมอต้น ที่นับถือ

ดิฉันเห็นคุณเสมอต้นเพิ่งเปิดคอลัมน์ เปิดซองออนไลน์ ได้ไม่กี่วันก็นึกสนใจค่ะ ยามว่างไม่มีอะไรทำก็เลยลองเปิดเข้ามาอ่านดู วันนี้เกิดนึกอยากร่วมคุยด้วยขึ้นมา เลยพยายามจิ้มแป้นพิมพ์ส่งจดหมายฉบับนี้มา ไม่รู้ว่าจะส่งถึงไหม หรือจะมีคำตกหล่นตรงไหนบ้างหรือเปล่า เพราะปีนี้อายุก็เลยเลขเจ็ดมาแล้ว ใกล้จะแตะแปดสิบเต็มที ตาไม่ค่อยดี แถมมือไม้ก็สั่น ไม่ได้คล่องแคล่วเหมือนพวกเด็กๆ เขา

คือช่วงนี้มองไปทางไหน ก็เห็นแต่คนก้มหน้าจ้องหน้าจอโทรศัพท์กันทั้งนั้นเลยค่ะ ไม่ว่าจะบนรถเมล์ ตามร้านค้า หรือแม้แต่ในบ้านตัวเอง เวลาลูกหลานกลับมาจากทำงาน แทนที่จะได้นั่งคุยสารทุกข์สุขดิบกันเหมือนแต่ก่อน กลับกลายเป็นว่าต่างคนต่างนั่งเงียบ จ้องแต่หน้าจอในมือตัวเอง บางทีนั่งอยู่ข้างกันแท้ๆ ยังพิมพ์ส่งข้อความหากันเลย ดิฉันเห็นแล้วก็แอบนึกในใจว่ามันแปลกดี แต่ก็น้อยใจอยู่นิดๆ ตามประสาคนแก่นั่นแหละค่ะ

แต่จะไปว่าเด็กสมัยนี้ฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้ เพราะเอาเข้าจริง คนรุ่นดิฉัน สุดท้ายมันก็หนีไม่พ้นต้องมานั่งฝึกใช้เจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมนี้อยู่ดี สมัยนี้จะทำอะไรก็ต้องผ่านแอปพลิเคชันไปหมด จะโอนเงินจ่ายค่าไฟ หรือจะไปคิวหาหมอที่โรงพยาบาล เขาก็ให้กดผ่านมือถือกันทั้งนั้น แต่คุณเสมอต้นเชื่อไหมคะว่ามันยากมากสำหรับคนวัยนี้ สายตาก็ฝ้าฟาง มองอะไรก็พร่าไปหมด ตัวหนังสือในจอก็เล็กนิดเดียว เพ่งจนปวดหัว ปวดตา สุดท้ายต้องไปหยิบแว่นสายตาบวกกับแว่นขยายมานั่งส่อง นิ้วมือก็แข็ง จิ้มผิดจิ้มถูก บางทีไปกดโดนอะไรเข้าก็ไม่รู้ เครื่องล็อกไปเลยก็มี ต้องนั่งรอให้ลูกหลานกลับมาแก้ให้

บางทีก็แอบนึกสงสัยนะคะว่า โลกเรามันหมุนไวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเทคโนโลยีพวกนี้ มันทำให้คนเราใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือจริงๆ แล้วมันยิ่งทำให้เราห่างกันออกไปเรื่อยๆ กันแน่

ที่เขียนมาวันนี้ ไม่ได้จะมานั่งบ่นอย่างเดียวนะคะ แต่อยากถือโอกาสชวนคุณเสมอต้น กับพวกเด็กๆ ที่อ่านคอลัมน์นี้คุยกันสักหน่อย

ดิฉันอยากถามจริงๆ ค่ะว่า ในมุมมองของพวกคนรุ่นใหม่ เวลาเห็นคนแก่ที่เลยเจ็ดสิบมาแล้วมานั่งจิ้มโทรศัพท์เงอะๆ งะๆ พวกคุณรู้สึกยังไงกันบ้างคะ เวลาพวกดิฉันถามคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ เรื่องวิธีใช้แอป หรือขอให้ช่วยเร่งเสียง ช่วยขยายตัวหนังสือให้ใหญ่ขึ้น คุณรำคาญกันบ้างไหม? แล้วคนรุ่นดิฉันควรจะปรับตัวยังไงดี ถึงจะอยู่ในโลกยุคนี้ได้อย่างไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ หรือโดนทิ้งไว้ข้างหลังแบบนี้

หวังว่าจดหมายจากคนแก่ตาฝ้าฟางฉบับนี้ จะพอมีประโยชน์ และได้รับเลือกมาลงคอลัมน์ของคุณเสมอต้นบ้างนะคะ

ขออวยพรให้คุณเสมอต้นและผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงค่ะ

ด้วยความนับถือ
เพ็ญประภา (คนแก่ที่อยากทันโลก)

ป้าครับ จดหมายถึงเรียบร้อย ตัวหนังสือก็อยู่ครบ ไม่ได้ตกหล่นจนผมต้องออกตามหาอย่างที่ป้ากังวล

อ่านแล้วผมชอบตรงที่ป้าไม่ได้เอาแต่นั่งบ่นว่าเด็กสมัยนี้เอาแต่ก้มดูโทรศัพท์ เพราะบ่นไปได้หน่อยเดียว ป้าก็หันกลับมาบอกเองว่า จะว่าเขาฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้ ในเมื่อคนรุ่นป้าเองสุดท้ายก็ต้องมานั่งฝึกใช้เจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมนี้เหมือนกัน

ผมว่าป้าคิดอย่างนี้ก็คุยกันง่ายครับ

ส่วนที่ป้าถามว่า เทคโนโลยีทำให้คนเราใกล้กันขึ้น หรือจริงๆ แล้วยิ่งห่างกันออกไป อันนี้ผมก็ตอบป้ายาก

เพราะคนอยู่คนละจังหวัด คนละประเทศ เดี๋ยวนี้อยากเห็นหน้าก็เห็น อยากคุยก็คุยได้ แต่ภาพที่ป้าเล่าว่า คนในบ้านนั่งอยู่ข้างกันแท้ๆ แล้วยังต่างคนต่างก้มดูโทรศัพท์ ผมก็เห็นอยู่เหมือนกัน

บางบ้านนั่งกันครบครับ

ขาดอย่างเดียว…คนคุยกัน

จะโทษโทรศัพท์ทั้งหมดก็คงไม่ได้อีก เพราะมันก็วางอยู่ของมันดีๆ เรานี่แหละหยิบขึ้นมาเอง

ป้าจะน้อยใจบ้างก็ไม่แปลกหรอกครับ ลูกหลานกลับถึงบ้าน คนรออยู่ก็คงอยากถามอยากคุย แต่เขาเองอาจกลับมาจากงานเหนื่อยๆ ยังมีอะไรติดพันอยู่ หรือบางทีก็มัวแต่เพลินกับโทรศัพท์จนลืมคนข้างๆ ไปเหมือนกัน

เอาเป็นว่าผมไม่ขอตัดสินแทนทั้งสองฝ่ายดีกว่า เดี๋ยวจากตอบจดหมายป้า จะกลายเป็นผมไปตัดสินคดีในบ้านคนอื่นเสียเอง

ทีนี้ป้าถามว่า เวลาคนวัยป้าถามเรื่องเดิมซ้ำๆ ลูกหลานรำคาญไหม

ผมตอบแทนเขาไม่ได้จริงๆ ครับ

แต่ผมนึกถึงตอนที่ลูกหลานยังเด็กมากกว่า ตอนนั้นคำถาม “นี่อะไร” “ทำไม” “แล้วทำไม” ก็น่าจะมากันไม่รู้กี่รอบ

วันนี้เพียงสลับกันนิดเดียว

จากคนเคยตอบ กลายมาเป็นคนถาม

ส่วนคนเคยถาม กลายมาเป็นคนตอบ

ผมว่าก็แฟร์ดีนะ

เรื่องจิ้มโทรศัพท์ ป้าก็ไม่ต้องไปแข่งกับใครหรอกครับ

ผมเองก็พอกัน วันนี้ปุ่มอยู่ตรงนี้ พรุ่งนี้หาอีกที อ้าว…หายไปไหนแล้ว 

ถ้าป้าถามซ้ำบ้าง ผมว่าไม่เห็นเป็นอะไร

ส่วนลูกหลานจะถอนหายใจก็…

เบาๆ หน่อยแล้วกัน ป้าเขาได้ยิน 😄

จริงๆ ผมว่าเรื่องนี้จะให้คนวัยป้าปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียวก็คงไม่ถูกนัก

ทุกวันนี้อะไรๆ ก็พากันไปอยู่ในโทรศัพท์ จะจ่ายเงิน ติดต่อหน่วยงาน หรือนัดหมอ คนทำระบบก็น่าจะเผื่อคนที่ไม่ได้จิ้มคล่องไว้บ้าง

ของที่ทำมาเพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้น ก็ควรทำให้คนใช้รู้สึกว่าง่ายด้วย ไม่ใช่เปิดมาแล้วต้องเรียกลูกเรียกหลานทุกครั้ง

แล้วมีอีกคำหนึ่งที่ป้าเขียนมา ผมว่าน่าคุยกว่าเรื่องจิ้มโทรศัพท์เสียอีก

ป้ากลัวว่าจะเป็น “ภาระ” หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เรื่องนี้ผมไม่อยากตอบแทนลูกหลานป้าครับ แต่ผมมองง่ายๆ ว่า คนในบ้านก็คงมีเรื่องให้พึ่งกันคนละอย่าง

วันนี้ป้าเรียกหลานมาถามว่าตัวหนังสือขยายตรงไหน วันหน้าเขาอาจเดินมาถามป้าเรื่องที่ป้ารู้ แต่เขาไม่รู้ก็ได้

ของแบบนี้ใครจะรู้

เจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมของป้าเก่งขึ้นทุกวันก็จริง แต่ผมว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่มันสู้คนที่ผ่านโลกมาเจ็ดสิบกว่าปีไม่ได้หรอกครับ

โลกหมุนเร็วก็ปล่อยมันหมุนไป

ป้าค่อยๆ จิ้มของป้าไปก็แล้วกัน

จิ้มผิดบ้าง ถามซ้ำบ้าง ไม่เห็นเป็นไร

ตามทันบ้างไม่ทันบ้าง ผมว่าพวกเราก็พอๆ กันนี่แหละ

ขอบคุณที่เขียนมาคุยกัน

แล้วก็ขอบคุณสำหรับคำอวยพรด้วยครับ

ขอให้ป้าสุขภาพแข็งแรงเช่นกัน โดยเฉพาะสายตา 

เพราะดูท่าแล้ว หลังจากจดหมายฉบับนี้ ป้าน่าจะยังต้องจิ้มอีกเยอะครับ

— เสมอต้น
14 กันยายน 2569

📌 เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ 📩 [email protected] หรือ 💬 Inbox เพจ Facebook เปิดซองออนไลน์ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว เรื่องที่พบเจอ หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

๑๔ กันยา.มีอะไรน่ากลัว?

เมื่อวานคึกคักดีนะ เห็นยกทัพกันมาครืนครั่นสนั่นเมืองยิ่งกว่าสงคราม ๙ ทัพ ทัพใหญ่ ๒ ทัพ ทัพแรก เป็นทัพของพรรคประชาชน นำโดยหัวหน้าเท้ง