วิบากกรรมที่ไม่ได้ก่อ?

มันเรื่องอะไรของเรา?

นี่..ไม่ใช่หัวข้อเริ่มต้นการสนทนา หากแต่เป็นการพูดคุยบนโต๊ะเหล้า-โต๊ะข้าวหลังหลายจอกผ่าน ซึ่งประโยคลอยๆ ที่หลุดจากเพื่อนคนหนึ่งนั้น..

มันก็มาจากกรณีที่ กกต.พิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือคดีฮั้ว สว. โดยมีมติส่งฟ้องต่อศาลฎีกา 77 ราย นั่นแหละ!

ด้วยบนโต๊ะมีการถกเถียง-อภิปรายกันไปตามทัศนะแต่ละคน จนฟังดูอื้ออึง ก่อนที่ประโยค “มันเรื่องอะไรของเรา” แทรกดังขึ้น

 และพลันการแสดงความคิดเห็นเงียบ (เสียง) ลง เพื่อนคนเดิมก็พูดต่อ.. “ระบบการเลือก สว. ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ ประชาชนอย่างพวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เลยตั้งแต่แรก

คนที่ร่างกติกาเขามีเจตนาและพยายามจะ “ตัดขาด” ความยึดโยงระหว่างนักการเมืองกับ สว. แต่พวกเขากลับเผลอ หรือจะเป็นความตั้งใจหรืออย่างไรไม่รู้..

ทำให้สายรกที่ผูกเชื่อม สว.ไว้กับประชาชนพลอยขาดไปด้วย”

เขาอธิบายต่อในขณะที่ทุกคนนั่งนิ่งฟัง.. “พวกเราน่ะถูกริบปากกา และทำได้เพียงนั่งมองผู้สมัครไม่กี่หมื่นคนเดินเข้าห้องประชุมไปกาคะแนนให้กันเอง..

เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราจะมานั่งเถียงกันให้เกิดอารมณ์ทำไม กกต.จะพิจารณาอย่างไรก็เป็นอำนาจของเขา เราไม่เห็นจะต้องไปเสือก-ไปเดือดร้อนด้วย”

“แต่มันก็ไม่ถูกต้องใช่ไหม”? เสียงใครอีกคนแทรกขึ้นมา “ไม่ถูกต้องตรงไหน” คนที่พยายามอธิบายย้อนถาม และว่า..

“ถ้าจะไม่ถูกต้องก็ต้องโทษรัฐธรรมนูญโน่น โดยเฉพาะคนที่ออกแบบ ที่กำหนดให้ผู้สมัคร สว.เลือกกันเอง เพราะเลือกตั้งกันเอง ถามจริงมีใครไม่พูดคุย-ไม่ตกลงกันวะ”!

“อย่างนั้นก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญที่มาของ สว.” เพื่อนอีกคนเสนอ.. “ถูกต้อง” ผมเอ่ยขึ้นมาบ้าง พร้อมกับอวดภูมิต่อ..

“แต่การจะแก้มันก็ไม่ง่ายเหมือนการแก้ผ้านะ ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากที่สุดด้วยมีความซับซ้อนสูง เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์มาเพื่อไม่ให้แก้ได้ง่ายๆ

พูดก็พูดเถอะ กูเห็นใจ กกต.ว่ะ ตัวเองเป็นแค่ผู้ควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย แทบไม่ได้ต่างอะไรจากกรรมการบนเวทีมวยหรือสนามฟุตบอล..

ที่ต้องตัดสินไปตามกติกาอันพิสดารที่คนอื่นเขียนไว้ให้!

พวกเขา-กกต.ไม่อาจก้าวล่วงข้อจำกัดที่ “ผู้ร่างกฎหมาย” วางโครงสร้างเอาไว้ได้ การขยับตัวที่ผิดไปจากบทบัญญัติเพียงก้าวเดียว

อาจหมายถึงการถูกฟ้องร้องฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้..อย่างนี้พวกมึงไม่นึกสงสารเขาหรือ?”

“ก็เห็นกระสันอยากเป็นกันจัง” เสียงใครไม่รู้สอดขึ้น.. “เอ้าเฮ้ย ไม่เกี่ยวกัน” ผมร้องทักก่อนที่อีกคนจะพูดขึ้นว่า..

“ก็น่าเห็นใจ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องยอมรับว่า กกต.ชุดนี้ได้สร้างความอึดอัดให้กับสังคมอย่างมาก และนี่ก็ไม่รู้ว่ามติส่งฟ้องศาล 77 รายจะช่วยคลายความตึงเครียดได้มากน้อยแค่ไหน”

ก่อนจะถอนหายใจ.. “เฮ้ออ..ประเทศไทยเราไม่ได้ไปไหนจริงๆ ติดหล่มอยู่กับการเมือง ที่จ้องจะแย่งชิงอำนาจอยู่อย่างนี้ไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีแล้ว น่าเบื่อ”

“เอาน่า เมื่อกติกาดีไม่ดี ไม่ตอบโจทย์ประชาธิปไตย ก็ค่อยๆ คิดค่อยๆ หาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันไป อีกอย่างคนเขียนก็ยังมีชีวิตอยู่

ไม่แน่..ท่านคงอาจจะเห็นใจและยื่นกุญแจพร้อมแจกแจงวิธีให้สามารถรื้อถอนกติกาที่บิดเบี้ยวนี้ และร่วมกันออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ที่วางอยู่บนหลักการพื้นฐานที่เรียบง่ายแต่มั่นคง นั่นคืออำนาจอธิปไตยต้องเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ได้สักวันข้างหน้า” ..ผมชิงสรุป!

ครับ..อย่างไรก็ตาม วิบากกรรม กกต.ต่อประเด็นนี้ก็เห็นจะยังคงมีอยู่ต่อไป เห็นคุณวัส ติงสมิตร สรุปท้ายข้อความที่โพสต์..

“มติ กกต. วันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ส่งฟ้องเพียง 77 ราย จากคดีฮั้ว สว.ทั้งระบบ ที่กรรมการชุด 26 เห็นควรส่งศาล 229 ราย

จึงเป็นตัวอย่างของการใช้กฎหมายผิดประเภทอย่างร้ายแรง การนำหมวด 6 (โทษทางอาญา) มาบดบังหมวด 4 (การควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริต)

ไม่เพียงแต่ทำลายระบบการตรวจสอบการได้มาซึ่ง สว. แต่ยังอาจเป็นเหตุแห่งความรับผิดทางอาญาที่ กกต.เสียงข้างมากต้องเผชิญในอนาคต

หากมีการพิสูจน์ได้ว่าการตัดตอนและเกณฑ์การวินิจฉัยดังกล่าวทำไปเพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้พ้นจากการถูกตรวจสอบ”

ก็..ตามดูกันไป!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รอพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง!

“เหลือจะเชื่อ! เตรียมจับพระดัง! ดังกว่า #ทิดโชติ ก็วัดนี้แหละ สายมูต้องเคยไป!! กังวลกลัวพระที่เก็บไว้จะขายไม่ออก คนซื้อไปแล้วจะแห่คืน!”

‘ภิกษุมหาโจร’?

7 กรกฎาคม 2556 ณ สวนสันติธรรม ศรีราชา.. “หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช” ได้เทศนาธรรมประดับปัญญาให้กับพุทธศาสนิกชน ตามความที่ผมใคร่ขออนุญาตคัดลอกจากเพจ “ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา” ดังนี้..

คำไหน-คำนั้น แค่ลมปาก!

“เนื่องจากผมไม่ได้เล่นการเมือง และไม่เคยคิดจะลงสมัครรับเลือกตั้ง สจ. สส.อะไร ผมคิดว่ามันเป็นทุกข์ครับ มันเป็นทุกข์นะฮะ เป็นทุกข์

ปกป้องด้วยการทำผิด?

“ด้วยปรากฏว่า.. นายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส มีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา

มอบกำลังใจให้ ‘กุลสตรี’

ผมเห็นด้วยกับ “บทสรุป”.. ที่ว่า.. “ระหว่างการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศไทยจึงควรเดินสองทางไปพร้อมกัน คือ “สร้างรัฐธรรมนูญใหม่” ควบคู่กับ “ซ่อมกลไกเดิมที่มีปัญหา”

รำลึก.. ‘ขวัญใจคนเดิม’

เผลอแผล็บ..13 ปีแล้วนะ! ครับ..ผมกำลังจะพูดถึง “พี่เป้า” สายัณห์ สัญญา อดีตนักร้องขวัญใจคนเดิมของมิตรรักนักเพลงลูกทุ่ง ที่ได้ลาลับจากโลกไปเมื่อปี 2556 น่ะ!