
“เนื่องจากผมไม่ได้เล่นการเมือง
และไม่เคยคิดจะลงสมัครรับเลือกตั้ง สจ. สส.อะไร ผมคิดว่ามันเป็นทุกข์ครับ มันเป็นทุกข์นะฮะ เป็นทุกข์
ถ้าวันนี้สมมติว่าผมเนี่ยต้องลงเล่นการเมือง ผมก็ต้องจัดทีมลงกาญจนบุรีสัก 5 คน ราชบุรีสัก 5 คน จังหวัดประจวบฯ สัก 3 คน เพชรบุรี 3 คน นครปฐม 5 คน
ผมต้องใช้เงินเท่าไหร่อะ ผมต้องใช้เงินเท่าไหร่ แล้วถ้าผมได้เป็น ผมก็ต้องไปเจรจาต่อรองร่วมรัฐบาล แล้วถ้าได้ไปเป็นรัฐมนตรีกับเขา ผมก็ต้องดูแล สส.ในกลุ่ม ก็เงินเดือนเท่ากันนะ
รัฐมนตรีก็เงินเดือนประมาณสัก 118,000 สส.ก็เงินเดือนเท่ากัน แต่ก็ต้องดูแล เพราะ สส.ต้องไปเยี่ยมชาวบ้าน ต้องไปงานโน้นงานนี้
ดูแลกันต่ำสุดก็ 50,000 บาท 100,000 ถึง 2 แสน 3 แสน มันก็ต้องทุจริตอย่างเดียวนะครับ
แล้วก็ถามว่าไปเป็นรัฐมนตรีมันบินได้หรือเปล่าวะ รถติดแล้วมันเหาะไปได้รึเปล่าวะ มันไม่ได้ มันก็ต้องเดิน เดินดินกินข้าวแกงเหมือนกันอย่างเงี่ยนะ
เอาแค่ว่าทำอย่างไรให้มันพบแต่ความสุขกายสุขใจ สุขภาพร่างกายแข็งแรง อย่างนี้จะดีกว่านะครับ ก็พอมีบำนาญกินนะครับ
ก็ถัวเฉลี่ยให้ได้ว่า เติมน้ำมันไปแต่ละวันเนี่ย เติมน้ำมันรถไปเท่าไหร่ ผมเหลือใช้จ่ายเท่าไหร่ เจียมมีเจียมอยู่อย่างนี้ดีกว่า ไปไหนก็สบายใจ ไม่ต้องมีใครล้อมหน้าล้อมหลังนะ
ก็เลยปวารณาตัวเอาไว้ว่าจะไม่ลงเล่นการเมืองเด็ดขาดนะครับ ใช้คำว่า “เด็ดขาด” บางคนก็จะหาว่าผมนี่หิวแสงใช่มั้ย เดี๋ยวก็ลงเล่นการเมือง
เรวัชเนี่ยพูดคำไหนคำนั้น ตลอดชีวิตนี้ยึดถือคำมั่น ยึดถือสัจจะมาตลอดนะครับว่า คำไหนคำนั้น..”
ครับ..ทั้งหมดนี้เป็นคำพูดจากปาก พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส. ต่อหน้าสาธารณชนเมื่อไม่นานมานี้
ซึ่งใครได้ดู-ได้ฟัง โดยเฉพาะผม ได้แต่ชื่นชม สรรเสริญ เยินยอ ด้วยความศรัทธา..คนจริง!
แต่เมื่อ พล.ต.ท.เรวัชมาพลิกลิ้น ตระบัดสัตย์ ประกาศลั่นตั้งพรรคการเมืองพร้อมกับอาสาเป็น “หัวหน้า” เสียเองอย่างนี้แล้ว..
ก็..เป็นอันว่า “คำไหน คำนั้น” ของท่านไม่มีอยู่จริง!
และเมื่อตลอดชีวิตนี้ยึดถือคำมั่น ยึดถือสัจจะเป็นเพียง “ลมปาก” ก็เห็นจะต้องบอกกับ พล.ต.ท.เรวัชตรงๆ ไว้ตรงนี้ ให้เตรียมตัว-เตรียมใจไว้เถอะ..
จากนี้ “ลมปาก” ของท่านนั้นจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ เข้มขลัง เป็นที่เชื่อถือ-ศรัทธาของใครได้อีกต่อไป!
ยิ่งได้ฟังเหตุผลของการตั้งพรรคการเมือง.. “ผมรวยสู้ท่านไม่ได้ ท่านมีอำนาจวาสนา แต่อย่ามาดูถูกกันเลย ผมไม่ชอบให้ใครดูถูก
ไอ้คำว่ากระจอก เลือกตั้งไปจะได้กี่เสียง ทำหน้าทำตา ผมทำใจไม่ได้ ผมจำเป็นต้องสู้ ถึงจะสู้ท่านไม่ได้ แต่จะสู้ ผมจึงตัดสินใจแน่นอนแล้วว่า จะลงการเมือง จะเล่นการเมือง จะคุมทีมสู้..”
นี่..เห็นจะคิด-มองเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจาก พล.ต.ท.ท่านนี้ มี “วาระส่วนตัว” เป็นแรงขับเคลื่อนมากกว่าการคิดหรือปวารณาตัวเป็น “ผู้แทนของปวงประชา”!
การตั้งพรรคการเมืองที่เกิดจาก “วาระส่วนตัว” มักจะขาดความมั่นคงในระยะยาว เนื่องจากโครงสร้าง-อุดมการณ์ของพรรคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับผลประโยชน์ของประชาชน..
แต่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายเฉพาะกิจของตัวบุคคล และวันใดที่ผลประโยชน์นั้นบรรลุผลหรือล้มเหลว พรรคก็จะหมดความหมาย ล้มหายไปในที่สุด!
เนี่ย..ก็ต้องจับตา-คอยดูกันว่า พล.ต.ท.เรวัชจะใช้ “ยุทธศาสตร์” ก่อนและหลังเลือกตั้งตามที่สมมติอย่างไร?
และที่ประกาศว่า.. “เตรียมส่งผู้สมัครครบ 400 เขต” นั้น ท่านจะเอาทุน-เอาเงินมาจากไหน?
อย่างไรก็ตาม เมื่อ พล.ต.ท.เรวัชได้ตัดสินใจเช่นนี้แล้ว ก็ขอเป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จ มีจำนวน สส.เป็นสิบเป็นร้อย!
แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ การตั้งพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งตั้งขึ้นจาก “วาระส่วนตัว”ด้วยแล้ว ก็อย่างที่เห็นมา..ล้มหายตายจากกันไปเสียส่วนใหญ่!
ที่เหลือก็ประเภท โดดเดี่ยว-โด่เด่ อาศัยกระแสความนิยมส่วนตัวที่เอาแน่เอานอน-หาความมั่นคงไม่ได้..
บางคนจึงต้องสร้างความเกลียดชัง ความก้าวร้าว ดุดันไว้คอยหล่อเลี้ยง (กระแส) ด้วยรู้-ด้วยเข้าใจ..
สังคมไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปกป้องด้วยการทำผิด?
“ด้วยปรากฏว่า.. นายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส มีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา
มอบกำลังใจให้ ‘กุลสตรี’
ผมเห็นด้วยกับ “บทสรุป”.. ที่ว่า.. “ระหว่างการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศไทยจึงควรเดินสองทางไปพร้อมกัน คือ “สร้างรัฐธรรมนูญใหม่” ควบคู่กับ “ซ่อมกลไกเดิมที่มีปัญหา”
รำลึก.. ‘ขวัญใจคนเดิม’
เผลอแผล็บ..13 ปีแล้วนะ! ครับ..ผมกำลังจะพูดถึง “พี่เป้า” สายัณห์ สัญญา อดีตนักร้องขวัญใจคนเดิมของมิตรรักนักเพลงลูกทุ่ง ที่ได้ลาลับจากโลกไปเมื่อปี 2556 น่ะ!
กรรมของประเทศไทย?
มันกำลังจะกลับมา.. ก็..เรื่องราวความขัดแย้งและศึกสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ “ครุฑ” กับ “พญานาค” จากคำสาปที่ทำให้ต้องห้ำหั่นกันไม่รู้จบ นั่นไง!
จะมีคนโยงมั้ย?
“เกิดมาเพิ่งเคยเจอ... คอนเสิร์ตบัตรแพงสุด 7,000 บาท คนดูต้องอพยพเพราะพื้นยกระดับทรุด สุดท้ายยกเลิกคอนทั้งรอบ
'พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี'
“ไม่รู้ว่า ครม.สัญจร หรือ “บันเทิงสัญจร” ดื่ม กิน เที่ยว ร้องเพลงอย่างสนุกสนาน ผลาญภาษีประชาชนไปเท่าไร น่าอนาถแท้”

