
มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ
น้ำท่วมที ด่ากันที
พอน้ำลดก็ลืมกันไป
ท่วมใหม่ก็ด่ากันต่อ
ไม่เฉพาะไทยครับ มันเป็นแบบนี้ทั่วโลก
รัฐบาลมีไว้ให้ด่า ก็เอาให้เต็มเหนี่ยวครับ สุดแท้แต่ใครจะมีความสามารถในการสรรหาคำด่าได้มากกว่ากัน
ครับ...น้ำท่วมกับการเมืองเป็นของคู่กัน และไม่มีครั้งไหนที่รัฐบาลไม่ถูกด่า
ก็คนมันเดือดร้อนจะให้ทำไง ฉะนั้นรัฐบาลก็ต้องก้มหน้ารับคำด่าจากชาวบ้านอย่างเต็มใจ
ส่วนสาเหตุ ข้อเท็จจริง เป็นอีกเรื่อง
บางรัฐบาลสมควรด่า เช่น กรณีน้ำท่วมใหญ่ภาคกลาง ที่ความผิดพลาดเกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ใช้เหตุผลทางการเมืองในการตัดสินใจ
แทนที่จะตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล
ปี ๒๕๕๔ เกิดจากปริมาณฝนสะสมมหาศาลจากอิทธิพลของพายุหลายลูกและปรากฏการณ์ลานีญา ลำพังน้ำจากฝนพอที่จะบริหารจัดการกันได้
พื้นที่น้ำท่วมจะอยู่ในขอบเขตจำกัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่น้ำท่วมทุกปี เนื่องจากเป็นที่ลุ่ม หรือแก้มลิง และน้ำจะลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ค้างเป็นเดือนๆ
แต่ปี ๒๕๕๔ มีอะไรพิเศษกว่านั้น
นั่นคือการที่เขื่อนขนาดใหญ่รับน้ำเกินความจุ
เขื่อนหลัก ๒๑ แห่งจาก ๓๓ แห่งทั่วประเทศประสบปัญหาน้ำล้นเขื่อน
ที่ล้นก็อย่างที่ทราบ เพราะมีการแทรกแซงการบริหารจัดการน้ำจนเกิดความผิดพลาดขึ้น
มีบทสัมภาษณ์ของ “ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร” นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ พูดถึงวิกฤตหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่
“...วิกฤตน้ำกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ซึ่งไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารจัดการผิดพลาดด้วย
โดยเฉพาะปี ๒๕๕๔ เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ส่งผลให้ปล่อยน้ำออกจากเขื่อนจำนวนมาก และมีการแทรกแซงบริหารจัดการดังกล่าว
ทั้งนี้ รวมถึงนโยบายรับจำนำข้าวที่ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าว ทำให้ต้องใช้น้ำจำนวนมาก ทุกอย่างจึงรวนเร...”
อดีตนักการเมืองใหญ่ภาคกลางไม่ยอมให้ปล่อยน้ำจากเขื่อนตั้งแต่แรก เพราะเกรงชาวนาในพื้นที่ตัวเองจะได้รับความเสียหาย เขื่อนจึงรับภาระหนัก
เก็บน้ำจนเต็มเขื่อน
ผลของปริมาณฝนที่มากกว่าปกติ บวกกับการปล่อยน้ำจากเขื่อนจำนวนมหาศาล ทำให้น้ำท่วมภาคกลางนานนับเดือน เพราะน้ำที่ไหลลงมาพร้อมๆ กันไม่มีที่ไป
ลำพังท่วมเพราะฝนตกหนักยังพอทำเนาครับ แต่ท่วมเพราะนักการเมืองแทรกแซงการบริหารจัดการน้ำพอเลย
มาครั้งนี้ที่ กทม. ฝน ๓๐๐ มิลลิเมตร ซึ่งเกิดจากตกแช่เป็นวันๆ ไม่มีเรื่องเขื่อนใดๆ ทั้งสิ้น
วิเคราะห์กันไปสารพัดครับว่า ที่ท่วมหนักแบบนี้เป็นเพราะรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ทำงานไม่เป็น อยู่ไปเปลืองภาษีประชาชน
ถ้าพรรคส้มเป็นรัฐบาลรับรองแก้ได้ในพริบตา...ก็ว่ากันไป
ยังไม่เห็นประเทศไหนในโลกที่สามารถสู้กับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ๆ ได้
เช่นแล้งหนักในรอบ ๑๐๐ ปี ฝนตกหนักในรอบ ๑ พันปี
เจอเมื่อไหร่เละเทะทั้งนั้นครับ
ไม่มีทางที่มนุษย์จะเอาชนะธรรมชาติได้
ต่อให้พรรคส้มเป็นรัฐบาลพรรคเดียว มี สส.สนับสนุน ๔๐๐ เสียง เจอฝน ๓๐๐ มิลลิเมตรเข้าไปก็ไม่รอด
แล้วอย่าคิดว่าจะสามารถจัดการอะไรได้ในทันทีเหมือนที่อวดอ้างกันในโซเชียล
นักวิชาการหัวเห็ดอย่าง พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต โพสต์ข้อความเชียร์พรรคส้มจนสุดลิ่ม
“...เห็นแต่พรรคประชาชนตั้ง War Room ช่วยประชาชนตั้งแต่เมื่อคืน ใครทราบบ้างไหมว่า รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยตั้งหรือยัง หรือรอเครื่องบินจากอังกฤษมาถึงก่อน...”
ข่าวของรัฐบาลเท่าที่เห็นวันนี้คือ รองนายกฯ รัฐมนตรีบางคนลงพื้นที่น้ำท่วม มีภาพข่าว มีข้อความโพสต์ลงโซเชียล แต่ยังไม่เห็นการทำอะไรที่เป็นระบบในนามรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย นี่ขนาดฝ่ายค้านสอนวิธีการทำงานให้แล้วนะ สงสัยยังมึนอยู่กับ “ฝนตกแช่”
“...เขามาถึงประเทศไทยแล้วชาวบ้านยังแช่น้ำเน่าหนีตายข้ามคืน แต่รัฐบาลกลับทอดสายตาข้ามหัวผู้ประสบภัย ฉวยจังหวะชุลมุนเร่งดันอภิมหาโปรเจกต์ ๒.๕ แสนล้านเข้า ครม. ๒๙ กันยายนนี้...”
รัฐบาลทำอะไรบ้าง ใครเรียกประชุมคอนเฟอเรนซ์สั่งการ ในข่าวมีหมดแทบจะทุกสำนักครับ อยู่ที่จะเข้าไปอ่านหรือเปล่า
ส่วนฝ่ายค้านก็ขยันครับ ลงพื้นที่พร้อมถ่ายภาพโชว์ในสื่อโซเชียล เป็นการยืนยันว่าไปช่วยน้ำท่วมจริงๆ
โดยเฉพาะพรรคส้มถือว่าทำงานการเมืองเรื่องน้ำท่วมเป็นระบบขึ้น หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคส้มไม่สนใจเรื่องน้ำท่วมก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะที่ภาคเหนือ
จน “หัวหน้าเท้ง” ต้องเอาไปชี้แจงในเวทีปราศรัยเลือกนายก อบจ.ปีที่แล้วว่า
"...เราลงพื้นที่ไม่ได้เอาของไปแจก ไม่ได้สร้างระบบบุญคุณ อุปถัมภ์ เราลงไปพบประชาชนเพื่อร่วมทุกข์ร่วมสุข เหตุการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ
ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการลงไปรับฟังเสียงสะท้อน มองเข้าไปในดวงตาของพี่น้อง ที่อยู่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบ..."
จากการไปจ้องตาโดยไม่หิ้วข้าวของเพื่อยังชีพไปด้วยนั้น วันนี้ “หัวหน้าเท้ง” ทำทุกอย่างแล้วครับ ครบถ้วนไม่ต้องให้ใครด่าได้อีก
หิ้วน้ำ
หิ้วข้าวกล่อง
ทำด้วยตัวเองกลางสายฝน
ครับ...ฝนตก ๓๐๐ มิลลิเมตร ได้เห็นอะไรหลายอย่าง
อย่างแรกพื้นที่ไหนแห้งไว ชมผู้ว่าฯคือการ “ชัชชาติ” กันขรม ว่า ยอดเยี่ยม ทำงานมีประสิทธิภาพมาก
อย่างที่สองพื้นที่ไหนรอระบายไม่มีลด ก็ด่าว่าเพราะ “อนุทิน” ทำงานไม่เป็น
และอย่างที่สามพรรคส้มทำงานช่วยชาวบ้านเป็นระบบ ถ้าพรรคส้มเป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ผู้ประสบภัยทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือถ้วนหน้าแล้ว
นี่แหละครับน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล ปี ๒๕๖๙ ต้องจารึกไว้ว่าพรรคการเมืองที่ชาวโซเชียลยกย่องว่ารู้เรื่องน้ำมากที่สุดคือพรรคส้ม
พรรคที่ไม่หิ้วน้ำหิ้วข้าวกล่องไปช่วยชาวบ้าน อ้างเรื่องบุญคุณ ระบบอุปถัมภ์
และวันนี้ “หัวหน้าเท้ง” สร้างบุญคุณ สร้างระบบอุปถัมภ์ ด้วยข้าวกล่อง น้ำขวด เรียบร้อยแล้วครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต้องโค่นล้มทำลาย
"ทักษิณ" ถูกโค่นได้ "อนุทิน" ก็ต้องถูกโค่นได้เช่นกัน การเมืองกำลังจะวนกลับไปสู่ที่เก่า นี่คือยุทธศาสตร์การเมืองของพรรคการเมืองบางพรรค กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม
บังคับนายกฯ!
กระหึ่ม! "น้องเนเน่" ทำได้ เป็นแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ใครๆ ก็พากันแสดงความยินดี
สถาบันนอกรีต
จะว่าไปแล้วการเมืองไทยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หากเทียบกับการเมืองอเมริกาวันนี้ คงผ่านหูผ่านตาไปแล้วกับการกล่าวสุนทรพจน์ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก
ความลับที่ห้องจูปิเตอร์
สุดจริงๆ ครับฝ่ายค้านยุคนี้ ไร้เอกภาพอย่างสิ้นเชิง แต่นั่น ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มเขาต้องการอยู่แล้ว เสียงในสภาฯ ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มคาดหวังมาตั้งแต่แรก เพราะโหวตอย่างไรก็แพ้
จะยุบภูมิใจไทย
การบ้านการเมืองช่วงนี้ เหมือนค็อกเทลกำลังถูกเขย่าให้กลมกล่อม ถ้าส่วนผสมพอดี ท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพทันที แต่หากขาดๆ เกินๆ คงได้เห็นภาพหนีเสือปะจระเข้
กูไม่กลัวมึง
ช่วงนี้สภาสูงประเทศไทยฮอตครับ “...ดิฉันอยากจะกระซิบดังๆ ว่า กูไม่กลัวมึง...” นั่นคือคำพูดของ สว.พันธุ์ใหม่ “นันทนา นันทวโรภาส”

