มิจฉาชีพ…ใครว่ารู้ทัน!

มีซองหนึ่งวางอยู่กับผมมาหลายวันแล้ว

ตั้งใจว่าจะหยิบมาคุยหลายครั้ง แต่มีเรื่องนั้นเรื่องนี้แทรกเข้ามาเสียก่อน

ซองจากคุณประยูร พาหา

เจ้าตัวอ่านข่าวคนถูกมิจฉาชีพหลอกแล้วคงอัดอั้นอยู่พอสมควร ถึงกับขึ้นต้นมาว่า “ผมอ่านข่าวทุกวันแล้วทนไม่ไหวจริงๆ”

ผมอ่านแล้วก็เก็บไว้ เพราะเรื่องแบบนี้ถึงข่าวหนึ่งจะผ่านไป อีกไม่กี่วันก็มีข่าวใหม่มาแทน

คนละชื่อ คนละจังหวัด เงินหายคนละจำนวน

แต่เรื่องคล้ายกันเหลือเกิน

ที่สำคัญ ผมสะดุดอยู่ประโยคหนึ่งในซองคุณประยูร

“ทำไมคนบ้านเราโดนหลอกกันง่ายขนาดนี้”

ตอนแรกผมก็เกือบพยักหน้าตาม

แต่คิดอีกที…

คนที่โดนเขา “ง่าย” จริงหรือ หรือเป็นเพราะเรารู้ตอนจบแล้ว เลยรู้สึกว่าทำไมเขาไม่รู้ตั้งแต่ต้น

เรื่องนี้ค่อยว่ากันหลังอ่านจดหมายครับ

เปิดซองคุณประยูรก่อน

เรียน คุณเสมอต้น เปิดซองออนไลน์ ไทยโพสต์

ผมอ่านข่าวทุกวันแล้วทนไม่ไหวจริงๆ อยากจะขอระบายลงคอลัมน์สักหน่อยเถอะ

ทุกวันนี้เปิดทีวีดูข่าวเวลาไหน เห็นแต่คนโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินจนหมดตัว เห็นแล้วมันท้อใจ สงสัยอยู่ในหัวตลอดเวลาว่าทำไมคนบ้านเราโดนหลอกกันง่ายขนาดนี้

เมื่อก่อนก็คิดว่ามีแต่คนแก่ๆ เกษียณแล้วอยู่บ้านคนเดียวที่ไม่ทันคน แต่ตอนนี้เด็กวัยรุ่นอยู่กับมือถือมาตั้งแต่เด็ก เล่นเน็ตเล่นโซเชียลเก่งกว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ ตั้งเยอะ ก็ยังโดนมันหลอกเอาได้เหมือนกัน

อย่างข่าวล่าสุดที่เพิ่งอ่านเจอเนี่ย เด็กนักศึกษา มช. คณะเกษตรฯ ถูกพวกมิจฉาชีพโทรขู่ว่าไปทำผิดกฎหมาย เด็กมันตกใจก็กลัวจนสติหลุด โดนสั่งให้ไปเปิดห้องพักคนเดียวที่โรงแรม แถมบังคับเปิดกล้องวิดีโอคอลค้างไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่ให้คุยกับใคร พอไม่มีเงิน มันก็ขู่ให้โกหกพ่อแม่ว่าสอบได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอก ต้องวางเงินประกัน พ่อแม่ก็นึกว่าเรื่องจริง หวังดีอยากให้ลูกมีอนาคต รีบหาเงินโอนมาให้ 500,000 บาท สุดท้ายเด็กก็โดนหลอกโอนต่อไปบัญชีม้าหมดเกลี้ยง ดีนะที่ตำรวจกับอาจารย์เขาตามไปช่วยออกมาได้ปลอดภัย

เห็นข่าวแบบนี้แล้วสะเทือนใจมาก เงินห้าแสนไม่ใช่บาทสองบาท เงินเก็บทั้งชีวิตของคนหาเช้ากินค่ำ เงินส่งลูกเรียน ต้องมาสูญเปล่าเพราะพวกหลอกลวงไม่กี่คำ คนเราเวลามันกลัว มันตกใจ ใครพูดอะไรก็เชื่อหมด

อยากถามหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจริงๆ เมื่อไหร่จะปราบพวกคอลเซ็นเตอร์ พวกรวมถึงบัญชีม้าพวกนี้ให้หมดไปเสียที ชาวบ้านเขาเดือดร้อนกันจะตายอยู่แล้ว รับสายแปลกๆ ทีไรต้องมานั่งระแวงตลอด ช่วยจัดการให้มันเด็ดขาดจริงๆ จังๆ สักทีเถอะ ก่อนจะมีคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัวไปมากกว่านี้

นับถือครับ
ประยูร พาหา

อ่านซองคุณประยูรแล้ว ผมขอกลับมาที่ประโยคเดิมครับ

“ทำไมคนบ้านเราโดนหลอกกันง่ายขนาดนี้”

เรื่องนี้ผมเห็นไม่เหมือนคุณประยูรอยู่นิดหนึ่ง

ถ้าเรานั่งอ่านข่าวอยู่หน้าจอ พอเห็นพาดหัวว่าใครถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไปกี่แสนกี่ล้าน เรารู้เรื่องก่อนคนในข่าวเสียอีก รู้แล้วว่าปลายสายเป็นมิจฉาชีพ รู้แล้วว่าตำรวจที่โทรมานั้นตำรวจปลอม รู้ด้วยว่าอีกเดี๋ยวถ้าโอนเงิน เงินหายแน่

อ่านจากตรงนี้ ใครก็รู้ทันครับ

ผมนี่ก็เก่งเลย รู้หมดว่าตรงไหนตำรวจปลอม ตรงไหนบัญชีม้า

แหม...ก็ข่าวเขาเฉลยมาแล้วนี่ครับ

ผมเองก็เคยคิดเหมือนกัน บางข่าวอ่านไปยังนึกในใจว่า ขนาดนี้แล้วยังเชื่ออีกหรือ

แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ได้เริ่มต้นจากตรงเดียวกับเรา

อย่างกรณีนักศึกษา มช.ที่คุณประยูรเล่ามา ถ้าเจ้าตัวรู้ตั้งแต่รับสายว่าคนที่กำลังคุยด้วยเป็นมิจฉาชีพ เรื่องก็คงจบตั้งแต่วางโทรศัพท์แล้ว

ปัญหาคือในเวลานั้นเขาเชื่อว่าตัวเองกำลังมีปัญหา เชื่อว่าคนที่ติดต่อมาเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ และยิ่งถูกทำให้กลัว การตัดสินใจก็ยิ่งไม่เหมือนตอนเรานั่งอ่านข่าวอยู่ที่บ้าน

ตรงนี้ผมกลับเห็นด้วยกับอีกประโยคในซองคุณประยูรที่ว่า เวลาคนเรากลัวหรือตกใจ ใครพูดอะไรก็เชื่อหมด

อาจไม่ถึงกับใครพูดอะไรก็เชื่อหมดหรอกครับ แต่พอตกใจขึ้นมา สติที่เคยมีเต็มร้อยมันคงไม่ได้อยู่กับเราครบร้อยเหมือนเดิม

มิจฉาชีพถึงไม่ได้มีหน้าที่แค่หลอกให้เราเชื่อ มันต้องทำให้กลัว ทำให้รีบ หรือทำให้เรื่องที่แต่งขึ้นมานั้นพอดีกับชีวิตของคนที่กำลังคุยด้วย

เมื่อก่อนเราจำกันง่ายๆ ว่า ถ้ามีคนโทรมาบอกว่ามีพัสดุตกค้าง ให้ระวังไว้ก่อน

พอคนเริ่มรู้ มุกนั้นก็เริ่มใช้ยาก

มันก็เปลี่ยนเรื่องครับ

เดี๋ยวอ้างตำรวจ เดี๋ยวอ้างธนาคาร บางทีก็มาชวนลงทุน หรือไปอีกทางเลย หลอกให้รักกันเสียก่อนแล้วค่อยเอาเงิน

กรณีนี้เล่นเรื่องทุนการศึกษา ถ้าคนรับสายเป็นนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ เรื่องเรียนต่อ เรื่องทุน หรือโอกาสไปต่างประเทศ มันก็เป็นเรื่องใกล้ตัวเขาอยู่แล้ว

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับว่า มิจฉาชีพพวกนี้ขยันทำมาหากินเหลือเกิน

ถ้าเอาความขยันขนาดนี้ไปทำมาหากินสุจริต ป่านนี้ไม่รู้รวยไปถึงไหนแล้ว

พูดถึงมุกใหม่ๆ ล่าสุดมาถึงไทยโพสต์เสียเองครับ

มีมิจฉาชีพเอาเลขบัญชีไทยโพสต์ที่เปิดไว้ให้ผู้อ่านสนับสนุน ไปใช้หลอกคนให้โอนเงินเข้ามา

ผมฟังแล้วยังงง

ปกติหลอกเขา ก็ต้องอยากได้เงินเขา แต่นี่หลอกเขาแล้วให้เอาเงินมาเข้าไทยโพสต์

และมีคนโอนเข้ามาจริงๆ ด้วย

ทีนี้มันจะเอายังไงต่อ ผมก็ยังไม่รู้

ไทยโพสต์ไม่ได้ขายอะไรให้คนกลุ่มนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเพจหรือกลุ่มไลน์ที่ไปชักชวนเขา และไม่ได้อนุญาตให้ใครเอาบัญชีไปใช้

รู้แต่ว่าคนถูกหลอกเดือดร้อน ไทยโพสต์ก็วิ่งกันวุ่น

พวกนี้วันๆ ไม่รู้เอาเวลาไหนไปคิดกันนัก

ขยันผิดที่ผิดทางจริงๆ

เพราะฉะนั้นผมถึงไม่ค่อยกล้าพูดเต็มปากว่า “ถ้าเป็นผม ไม่มีทางโดน”

ตอนนี้ยังพูดได้ครับ เพราะมุกที่อ่านอยู่ในข่าว ผมรู้เฉลยหมดแล้ว

แต่ถ้าวันหนึ่งมันไม่ได้มาด้วยเรื่องที่ผมเคยอ่าน แล้วดันรู้ว่าจะพูดเรื่องอะไรให้ผมเชื่อขึ้นมา เรื่องนั้นค่อยว่ากันอีกที

คนที่ยังไม่เคยโดน ก็คือยังไม่เคยโดน

เอาแค่นั้นก่อน

ส่วนคำถามท้ายซองของคุณประยูรที่ว่า เมื่อไหร่หน่วยงานรัฐจะปราบพวกนี้ให้หมดเสียที

อันนี้คุยกันต่อได้อีกยาว

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมนึกถึงสมัยก่อนเหมือนกัน

เมื่อก่อนใครจะต้มตุ๋นใคร อย่างน้อยส่วนใหญ่ยังต้องมาเจอหน้ากัน ต้องพูดจาหว่านล้อมให้เชื่อ บางคนหลอกขายของ บางคนชวนลงทุน พอเรื่องแดงขึ้นมา อย่างน้อยก็ยังพอรู้ว่าหน้าตาคนที่เอาเงินเราไปเป็นอย่างไร

เดี๋ยวนี้โทรศัพท์เครื่องเดียวทำอะไรได้สารพัด เรื่องที่เมื่อก่อนต้องเดินทางไปธนาคาร ไปซื้อของ ไปติดต่อคนนั้นคนนี้ นั่งอยู่บ้านก็จัดการได้เกือบหมด

ความสะดวกแบบเดียวกัน มิจฉาชีพก็ใช้เป็นครับ

บางคนเงินที่เก็บมาครึ่งชีวิตหายไปจากบัญชี โดยไม่เคยเห็นหน้าคนที่เอาไปด้วยซ้ำ

ทีนี้กลับมาที่คำถามท้ายซองของคุณประยูร

เมื่อไหร่หน่วยงานรัฐจะปราบพวกนี้ให้หมดเสียที

ถ้าถามว่าเมื่อไหร่จะ “หมด” ผมตอบไม่ได้เหมือนกันครับ

ขนาดนั่งเขียนเรื่องมิจฉาชีพอยู่ มุกใหม่ยังวิ่งมาถึงที่ทำงานผมเลย

เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่คนโทรมาหลอก กับคนรับสายที่เผลอเชื่อ

เงินที่ถูกโอนไปต้องมีทางไปของมัน

มีบัญชีรับ มีคนเปิดบัญชี มีการโยกเงินต่อ และมีช่องทางอีกสารพัดกว่าจะตามกันเจอ

ที่ผ่านมา รัฐก็ไม่ได้อยู่นิ่ง และผลที่ออกมามีพอให้เห็นจากตัวเลข

ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ความเสียหายจากการหลอกให้เหยื่อโอนเงินเอง ลดจากประมาณ 8,600 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2567 เหลือประมาณ 1,800 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569

ลดลงเยอะครับ

แปลว่ามาตรการที่ทำมาไม่ได้เสียเปล่า

แต่เงิน 1,800 ล้านบาทที่ยังหายไปก็ไม่ใช่น้อย และสำหรับคนที่โดนเข้าไป ต่อให้ตัวเลขรวมทั้งประเทศลดลงแค่ไหน เงินของเขาก็หายอยู่ดี

เรื่องบัญชีม้าก็ถูกไล่กันหนักขึ้น ธนาคารมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีต้องสงสัย และขยับจากการตามเฉพาะบัญชีไปถึงตัวบุคคล เพราะปิดบัญชีหนึ่ง พวกนี้ก็ไปหาบัญชีใหม่มาใช้

ตรงนี้ผมว่าคุณประยูรพูดถูกอยู่เรื่องหนึ่งครับ

จะบอกให้ชาวบ้านระวังตัวกันอย่างเดียวไม่ได้

เราไม่มีทางไปปิดบัญชีม้าเอง ไม่มีทางรู้ว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาอยู่ที่ไหน หรือเงินที่โอนไปกำลังวิ่งผ่านบัญชีใครบ้าง เรื่องพวกนี้ต้องเป็นงานของคนที่ดูแลระบบด้วย

ส่วนพวกเราก็คงต้องระวังตัวกันต่อไป

แต่จะให้จำกลโกงมิจฉาชีพทุกแบบคงไม่ไหว วันนี้รู้ทันเรื่องหนึ่ง พรุ่งนี้มันอาจคิดเรื่องใหม่มาอีกแล้ว

ผมเลยคิดว่าวิธีง่ายที่สุดอาจไม่ใช่พยายามจำว่า “มันจะหลอกเรื่องอะไร”

จำอย่างเดียวก็พอครับ

ถ้ามีใครโผล่เข้ามาแล้วทำให้เรากลัว ทำให้ตกใจ แล้วรีบพาไปถึงเรื่องเงิน…

อย่าเพิ่งรีบตามมันไป

วางสายก่อน โทรกลับไปหาเบอร์ของหน่วยงานนั้นเอง หรือเรียกคนข้างๆ มาช่วยฟังสักคน

เสียเวลาไม่กี่นาที ดีกว่าเสียเงินที่เก็บมาหลายปี

และอย่าเพิ่งมั่นใจว่าเรื่องแบบนี้เกิดกับคนอื่น ส่วนเราไม่มีทางโดน

คนที่ถูกหลอกจำนวนไม่น้อย ก่อนถูกหลอกก็คงคิดแบบเดียวกันนี่แหละครับ

เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากเก่งจากประสบการณ์ตรงหรอก

อ่านข่าวของคนอื่นไว้เป็นประสบการณ์ก็พอ

— เสมอต้น
7 ตุลาคม 2569

📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยโพสต์ แจ้งเตือน

ไทยโพสต์ได้รับแจ้งว่า มีผู้ได้รับการชักชวนจากเพจ Facebook และกลุ่ม LINE ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อ-ขายหนังสือและการเปิดร้านค้าออนไลน์ และในขั้นตอนการทำธุรกรรม มีการแจ้งให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของ ไทยโพสต์

‘ธนาธร' ประกาศชวนทุกฝ่ายร่วมเขียนกติกาประเทศ ยุติระเบิดเวลาทางการเมือง

'ธนาธร' ชี้ไทยเจอ '2 ทศวรรษที่สูญหาย' ซัดวงจรอุบาทว์แก้ปัญหาไม่ถูกจุดลั่นประชาธิปไตยคือทางออกเดียวชวนทุกฝ่ายร่วมเขียนกติกายุติระเบิดเวลาทางการเมือง

‘อภิสิทธิ์’ ชูทางออกผ่าวิกฤตไทย รื้อกติกาการค้า -แก้ไข รธน. -ยกระดับคน

"อภิสิทธิ์" ผ่า วิกฤตไทยติดกับดักรายได้ปานกลางเตือนทุนผูกขาด-คอร์รัปชันรั้งประเทศ ก้าว ไม่พ้นประชานิยม จี้ รื้อกติกาการค้า-แก้รัฐธรรมนูญทะลวงทางตัน  ต้องจับมือประชาชนลั่น บอก  "ถ้าเอานักการเมืองเป็นตัวตั้งก็เถียงกันจนตาย"  

วันนี้..ไม่, ต่อไปมีแน่!

ช่วงนี้..... ชาวบ้านเป็นโรค “ผวาฝน” กันไปหมดแล้ว ตื่นขึ้นมาเห็นฟ้ามืดตึ๊ดตื๋อ ก็ห่อเหี่ยวเป็นข้าวเหนียวแล้งน้ำ