
ชื่อรายการ “คุยให้คิด”!
ฉะนั้น..พวกเราช่วยคิดกันสิว่า ค่าตัว 40,000 บาทต่อตอนของ “ผู้ดำเนินรายการ” คุณวีระ ธีรภัทร ก็ดี คุณสุทธิชัย หยุ่น ก็ดี มันแพงไปไหม?
สำหรับผมน่ะ ไม่แพงหรอกเมื่อเทียบกับความร่ำรวยของสถานีอย่าง “ไทยพีบีเอส” ที่ได้เงินสนับสนุนจาก “ภาษีบาป” ปีละ 2,000 ล้านบาท..
และ..อย่าว่าแต่ 40,000 บาทต่อตอนเลย ให้เป็น 100,000 บาท ขนหน้าแข้งก็ไม่ร่วง!
แต่ถ้าถามว่า “จำเป็นแค่ไหนที่จะต้องจ้างผู้ดำเนินรายการอายุปูนนี้ด้วยค่าตัวขนาดนี้” ก็เห็นจะตอบตามตรงล่ะว่า.. “ไม่จำเป็น”!
ยิ่งได้เห็น-ได้ฟังลีลาการพูดคุยกันของ “3 ผู้เฒ่า” ด้วยแล้ว ก็ให้แอบนึกเสียดายเงินค่าตัวอยู่เหมือนกัน..
นี่..อย่าว่าโง้นงี้ เชิญคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ไปนั่ง “คุยให้คิด” นอกจากจะมีข้อคิด-น่าสนใจ ยังไม่ต้องเปลืองค่าตัว-ค่าน้ำมัน เพราะเขาไม่รับค่าตอบแทนซักแดงเดียว!
หรือว่า ไทยพีบีเอส โจทย์คือให้ทำหน้าที่เป็น “สื่อสาธารณะ” ที่ไม่ต้องง้อสปอนเซอร์ ไม่ต้องไล่ล่าเรตติ้ง รายการจึงเลยหมุนเวียนอยู่แต่เฉพาะกลุ่มคนกันเอง..
ในขณะที่สื่อช่องอื่นๆ ต้องดิ้นรนแทบตายเพื่อความอยู่รอด ต้องคิดคอนเทนต์ให้ถูกใจคนดูเพื่อดึงโฆษณา!
อะไรไม่ว่า ในท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงถึงความร่ำรวยของสถานี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ได้เข้าไปตรวจสอบการบริหารจัดการภายในองค์กร..
โดยพบความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างผลิตรายการด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง รวมถึงการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ
จนมีคำสั่งให้ไทยพีบีเอสชดใช้เงินคืนหลวงสูงถึง 85.22 ล้านบาท พร้อมแจ้งฟันวินัยพนักงานที่เกี่ยวข้องอีกต่างหาก
ซึ่งก็กลายเป็น “ตลกร้าย” ที่ชาวบ้านขำไม่ออก เงินภาษีบาปที่ควรเอามาสร้างประโยชน์ให้กับสังคม กลับต้องมาสูญเสียไปกับระบบบริหารงานที่บกพร่องและหละหลวม!
จากที่บางคนเฉยๆ ไม่คิดอะไรกับการที่ไทยพีบีเอสได้เงินไปปีละสองพันล้าน และแม้จะทำรายการไม่ว่าจะเป็นประเด็นการเมือง หรือนโยบายรัฐบาล
มักจะเห็นภาพการรายงานข่าวที่ให้น้ำหนักกับมุมมองของนักวิชาการกลุ่มเดิมๆ หรือเอียงไปทางขั้วความคิดใดขั้วความคิดหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
รวมถึงการเน้นย้ำประเด็นที่สอดคล้องกับแนวคิดของคนในสถานีก็ตามที!
แต่พลันได้ยินข่าว ภายในองค์กรใช้เงินไม่โปร่งใสจนโดน สตง.สั่งปรับ ประชาชนก็เริ่มจะเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า.. “แล้วเราจะจ่ายเงินภาษีส่วนนี้ไปเพื่ออะไร
เงินจำนวนนี้ถ้าโยกไปพัฒนาโรงพยาบาล โรงเรียน หรือสาธารณูปโภคให้ชาวบ้านตามต่างจังหวัด น่าจะเห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมมากกว่า”
ซึ่งก็ไม่แน่ว่า อาจจะกลายเป็นกระแสเรียกร้องให้ทบทวนอย่างจริงๆ จังๆ..เรายังจำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะแบบนี้อยู่จริงหรือไม่?
ครับ..วานนี้ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะ “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” พร้อมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ยกเว้นพรรคกล้าธรรม)
ได้แถลงยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 18 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ไปแล้ว มีรัฐมนตรีท่านใดบ้างก็คงจะได้ทราบกันแล้ว
คุณเท้งบอกว่า..ฝ่ายค้านต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบประเทศ” โดยมองว่าเป็นศัตรูต่อระบอบประชาธิปไตย
และขยายอำนาจครอบคลุมทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ตลอดจนกลไกตรวจสอบถ่วงดุลและองค์กรอิสระ
เนื้อหาการอภิปรายจึงครอบคลุมทั้งข้อกล่าวหาเรื่องฮั้ว สว. ทุจริตสอบท้องถิ่น และการบริหารจัดการวิกฤตที่กระทบประชาชน รวมถึงน้ำท่วม
ก็..รอดู-รอฟัง ฝ่ายค้านอภิปรายรัฐบาล หรือรัฐบาลอภิปรายฝ่ายค้าน?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบื้องหน้า'คิงคอง'คือ..?
“รถติด น้ำท่วม ไฟดับ รถไฟฟ้าแพง ความเหลื่อมล้ำ ผู้ว่าฯ ต้องแก้ให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าอาสามาเป็นผู้ว่าฯ”
สภา ‘ไฮยีนา’?
“มิตร ชัยบัญชา ดาราคนนางเลิ้ง” นี่..ชื่อ งานรำลึกถึง “มิตร ชัยบัญชา” ตำนานพระเอกหนังไทยอันดับหนึ่ง เนื่องในวาระครบรอบการเสียชีวิตจากการตกบันไดเฮลิคอปเตอร์..
ที่เสวยสุขของพวกปรสิต?
ผมรู้ (ไม่) ทันเจิมศักดิ์.. ก็..อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เจ้าของหนังสือ “รู้ทันทักษิณ” นั่นแหละ ซึ่งได้อ่าน-ได้ฟังที่ใครต่อใครนำมาพูดหลังท่านไปนั่งสนทนากับพิธีกรทางจอทีวีแล้ว..
ยิ่งกว่าเจอ ‘ก็อตซิลล่า’
เพิ่งได้ออกจากกะลา เอ๊ย ไม่ใช่..นอกบ้านสิ! ไม่ได้เข้าที่ทำงาน แต่ได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ “น้ำลด” เพื่อไปพบปะกับไอ้เกลอแถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา
พอได้คลาย ‘แพนิก’?
เพิ่งได้ออกจากกะลา เอ๊ย ไม่ใช่..นอกบ้านสิ! ไม่ได้เข้าที่ทำงาน แต่ได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ “น้ำลด” เพื่อไปพบปะกับไอ้เกลอแถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา
'สภาสถาปนิกอุทกศาสตร์แห่งชาติ'
คุณอนุทินอยากนั่งอยู่บนเก้าอี้นายกฯ ไปจนก้นงอกรากไปเลยไหม?

