
ขออนุญาตพักซองผู้อ่านกันอีกสักวันนะครับ
พักมาหลายครั้งแล้ว ทั้งที่ยังมีจดหมายรอเปิดอยู่หลายซอง บางฉบับส่งมานานจนผมเองก็เกรงใจเจ้าของจดหมาย แต่รับรองว่ายังเก็บไว้ครบ ไม่ได้ลืมกันไปไหน
วันนี้มีเรื่องการเมืองอยากชวนคุยสักหน่อย เป็นเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งผมเห็นว่าสำคัญ เพราะเป็นโอกาสที่สภาผู้แทนราษฎรจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง จึงอยากขอแทรกคิวซองผู้อ่านสักวัน
คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มี สส.ลงชื่อรวม 145 คน ยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ต่อคุณโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151
รัฐมนตรีทั้ง 18 คนอยู่ในโควตาพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ไม่มีชื่อรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลอื่น
คุณณัฐพงษ์ระบุว่า การซักฟอกครั้งนี้ฝ่ายค้านไม่ได้มุ่งตรวจสอบเพียงการบริหารงานของรัฐบาล แต่ต้องการเปิดโปงสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งฝ่ายค้านกล่าวหาว่ากำลัง “กินรวบประเทศ”
เรื่องที่ฝ่ายค้านเตรียมหยิบมาอภิปรายจึงมีตั้งแต่ปัญหาการบริหารประเทศ ไปจนถึงข้อกล่าวหาเรื่องโกงเลือก สว. ทุจริตสอบท้องถิ่น การใช้อำนาจโดยมิชอบ และการแทรกแซงกลไกตรวจสอบต่างๆ
ส่วนข้อกล่าวหารัฐมนตรีรายบุคคลก็ใช่ย่อย
คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ถูกกล่าวหาว่า “เสแสร้งแกล้งรักชาติ” ถึงขั้น “เนรคุณแผ่นดิน” ส่วนคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ ก็เจอคำว่า “อำมหิต” เข้าไป
คุณทรงศักดิ์ ทองศรี ถูกกล่าวหาว่า “จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก” ขณะที่คุณศุภมาส อิศรภักดี ถูกระบุว่า “จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้”
โห! คนเราจะชั่วช้าเลวทรามจนไม่มีความดีหลงเหลืออยู่เลยเชียวหรือ ฝ่ายค้านไปตรวจสอบกันถึงในจิตใจเลยหรือครับ ถึงได้รู้ว่าใครเหลือความดีอยู่เท่าไร
เรื่องทุจริตหรือใช้อำนาจโดยมิชอบยังพอหาหลักฐานมาตรวจสอบกันได้ แต่เรื่องความดีในจิตใจนี่จะพิสูจน์กันอย่างไร ก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่เอาเถอะ...เห็นข้อกล่าวหาเหล่านี้แล้ว ก็อยากรู้เหมือนกันว่า ฝ่ายค้านมีอะไรอยู่ในมือบ้าง
เพราะการกล่าวหาว่ามีระบอบกำลังกินรวบประเทศ ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันเล่นๆ ยิ่งพ่วงข้อกล่าวหารัฐมนตรีแต่ละคนเข้าไปด้วย ก็ยิ่งน่าติดตามว่าข้อมูลและหลักฐานที่เตรียมไว้จะมีน้ำหนักสมกับสิ่งที่กล่าวหาหรือไม่
ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายค้านไม่มีหลักฐานนะครับ เขาบอกว่ามี และมั่นใจในข้อมูลที่เตรียมไว้เสียด้วย
ก็ดีครับ รอดูกัน
ส่วนรายละเอียดว่ารัฐมนตรีทั้ง 18 คนถูกกล่าวหาเรื่องอะไรบ้าง เว็บไซต์ ไทยโพสต์ รายงานไว้แล้ว ไม่ขอไล่เรียงซ้ำให้ยืดยาว
ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายถึง 5 วัน ส่วนวันอภิปรายจริงยังต้องรอขั้นตอนของสภา
คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ฝ่ายค้านจากพรรคประชาธิปัตย์ ยังบอกด้วยว่ามีบางเรื่องที่อาจไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน
ฟังอย่างนี้แล้วก็นึกถึงบรรยากาศการซักฟอกสมัยก่อนขึ้นมา
เวลาฝ่ายค้านประกาศว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหน คนติดตามการเมืองก็มักรอลุ้นว่าจะมีเอกสารอะไรออกมาเปิดกลางสภา บางเรื่องคนถูกอภิปรายยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฝ่ายค้านมีอะไรอยู่ในมือ
พอถึงเวลาอภิปรายก็มีให้ลุ้นกันว่าใครจะปล่อยหมัดเด็ด ใครจะมีหมัดน็อก
บางครั้งเปิดหลักฐานกันจนรัฐมนตรีตั้งตัวไม่ติด ถึงขั้นดับคาสภาก็เคยมีให้เห็น!
แต่บรรยากาศการเมืองสมัยนี้ต่างออกไป หมัดน็อกแทบไม่มีให้เห็น ข้อสอบมีโอกาสรั่วตั้งแต่ยังไม่เริ่มอภิปราย อย่างเรื่องการตรวจสอบภาพหรือสไลด์ก่อนนำมาใช้ประกอบการอภิปราย หากทำให้อีกฝ่ายรู้ไต๋ล่วงหน้า ความสนุกก็หายไปเยอะ
อีกอย่างหนึ่ง โลกทุกวันนี้ข่าวสารไปเร็วมาก เรื่องที่สมัยก่อนต้องรอเปิดกลางสภา เดี๋ยวนี้บางครั้งยังไม่ทันถึงวันอภิปรายก็เป็นข่าวกันไปทั่วแล้ว
เคยนั่งดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจบางครั้ง ฟังไปฟังมาก็ชักง่วง เพราะเรื่องที่ฝ่ายค้านหยิบมาพูดนั้นเคยอ่านจากข่าวมาแล้ว บางเรื่องคนแชร์กันในสื่อออนไลน์เสียจนรู้รายละเอียดกันแทบหมด
บางช่วงแทบไม่ต่างจากการเอาข่าวที่คนอ่านกันไปแล้วมาเรียบเรียงใหม่ เติมถ้อยคำให้ดุเดือดขึ้นหน่อย พูดเสร็จก็ตัดคลิปไปลงเพจตัวเอง
แหม…ถ้าจะฟังแค่นั้น เปิดโทรศัพท์อ่านข่าวเองก็ได้กระมัง
แต่เรื่องที่เป็นข่าวไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะเอามาอภิปรายให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ ข่าวเก่าก็อาจมีข้อเท็จจริงใหม่ที่ประชาชนยังไม่รู้ หรือมีรายละเอียดที่ทำให้เห็นเรื่องราวต่างไปจากเดิม
และนี่แหละที่ทำให้การซักฟอกครั้งนี้น่าติดตาม เพราะตลอดการอภิปราย ไม่ใช่แค่รัฐมนตรี 18 คนที่ต้องเตรียมคำตอบ ฝ่ายค้านเองก็ต้องเปิดให้เห็นเหมือนกันว่า อะไรทำให้มั่นใจถึงขั้นกล่าวหาว่ามี “ระบอบสีน้ำเงิน” กำลังกินรวบประเทศ
ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาจนแทบไม่มีความดีหลงเหลืออยู่เลย จะตอบกันอย่างไร ก็น่าฟังไม่แพ้กัน
แต่ถ้าถึงเวลาแล้วกลายเป็นเพียงฝ่ายค้านกล่าวหา รัฐบาลปฏิเสธ ต่างฝ่ายต่างพูดในสิ่งที่ตัวเองเตรียมมา โดยไม่มีอะไรให้ประชาชนได้รู้มากไปกว่าเดิม
พูดกันห้าวัน ลงมติกันวันหนึ่ง แล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน โดยคนดูยังไม่รู้เลยว่าตกลงเรื่องไหนจริง เรื่องไหนไม่จริง
เรื่องสำคัญขนาดนี้ ก็อย่าให้เหลือเพียงเวทีผลัดกันออกโทรทัศน์เลย
ว่าแต่ฝ่ายค้านเตรียมหมัดเด็ดอะไรไว้บ้าง ผมยังไม่รู้หรอก
รู้แต่ว่าเปิดศึกกันด้วยข้อกล่าวหาขนาดนี้ คนดูก็คงตั้งความหวังไว้ไม่น้อย
แต่ถ้าซักฟอกกันตั้งห้าวันแล้วไม่มีอะไรใหม่เลย...
คนที่ถูกน็อกก่อนรัฐมนตรี ก็คงเป็นประชาชนที่นั่งฟังอยู่นั่นแหละครับ!
เสมอต้น
9 ตุลาคม 2569
📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซักฟอก 'ระบอบ น.หนู' กินรวบ ใช้สภาเปิดแผล หวังผลนอกสภา
มีความชัดเจนแล้วสำหรับการเปิดศึกซักฟอกรัฐบาล โดยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร
ระบอบน.หนูกินรวบ ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก18รมต.ภท. จัดหนัก‘อนุทิน’เนรคุณแผ่นดิน
“เท้ง” นำทีมฝ่ายค้านยื่นประธานสภาฯ ซักฟอก 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย
‘คำเตือนหลวงปู่ศิลา’
07/10/69 เวลาบ่ายสาม ประชุมวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ตามน้ำของ กทม.ด้วย.....แม่มมมมม ไม่มีแผนอะไรเลย ทั้ง ขรก. ทั้งผู้ว่าฯ
'อนุทิน' ไม่หวั่นซักฟอก 18 รมต. เหน็บฝ่ายค้านแทบไม่มีอะไรทำ ย้อนถามทำไม 'กล้าธรรม' ไม่ร่วมยื่น
นายกฯ ลั่นถ้าไม่มีชื่อรัฐมนตรีภูมิใจไทยสิแปลก ยัน ครม.พร้อมแจงทุกข้อก
'กล้าธรรม' เทซักฟอก! ชี้ฝ่ายค้านมุ่งขยายประเด็นการเมือง ประชาชนไม่ได้ประโยชน์
"อรรถกร" ย้ำ "กล้าธรรม" ไม่ร่วมสังฆกรรมญัตติซักฟอก ชี้ข้อกล่าวหาหลายข้อไม่โยงบริหารประเทศ ตั้งคำถามฝ่ายค้านมุ่งปม “ฮั้ว สว.” มากกว่าตรวจสอบผลงานรัฐบาล
ดุเดือด! เปิดญัติซักฟอก 18 รัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย
พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี สังกัดภูมิใจไทยทั้งหมด ไร้ชื่อรัฐมนตรีเพื่อไทย กล่าวหา

