นี่คือประเทศของเรา

การเมืองช่วงนี้วนในกะลาครับ

ทันทีที่นักการเมืองระดับชาติ พรรคการเมือง เข้าไปแตะการเลือกตั้งไม่ว่าระดับไหน มันเลยดูสับสนวุ่นวาย ประหนึ่งว่าการเลือกตั้งนั้นมีปัญหา

มันก็สาดกันไปนั่นแหละครับ

ฝั่งหนึ่งด่าฮั้ว สว.

อีกฝั่งไล่แฉ ชี้นำ บงการ เลือกบอร์ดประกันสังคม

จนมันกลายเป็นความขัดแย้งที่ไม่รู้จบ

ฉะนั้นไปดูเรื่องใหญ่ระดับโลกที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยดีกว่า

ใช่แล้วครับ คือการประชุม  IMF-World Bank 2026 

สื่อต่างประเทศเขาตีข่าวเยอะแยะมากมายเกี่ยวกับการประชุมในครั้งนี้ มีหลากหลายประเด็นให้ติดตาม

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี ๒๕๖๙ นี้ จะชะลอตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

เนื่องจาก "ความยืดหยุ่น" ของประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วในการรับมือกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม

แต่ไอเอ็มเอฟก็เตือนว่าประเทศที่มีรายได้ต่ำยังคงมีความเปราะบางต่อภาวะขาดแคลนอุปทาน

ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่เผยแพร่ในการประชุมประจำปี ไอเอ็มเอฟ  ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๓.๓ เปอร์เซ็นต์

จากเดิม ๓.๕ เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้ว

รายงานฉบับนี้เตือนว่า ในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วหลายแห่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น ประเทศยากจนที่ไม่ได้รับประโยชน์จากความเจริญรุ่งเรืองดังกล่าว

กลับต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากในการรับมือกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

มีเสียงเตือนจาก “คริสตาลินา กอร์เกียวา” ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ที่ทุกประเทศต้องฟัง 

ความเสี่ยงที่แท้จริงคือการประมาท

เนื่องจากอัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ทั่วโลกอยู่ในระดับสูงอย่างมาก รวมถึงในประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ไอเอ็มเอฟจึงเรียกร้องให้รัฐบาลลดการใช้จ่ายและบริหารจัดการการกู้ยืม ซึ่งเป็นภารกิจที่ยากลำบากสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง

“กอร์เกียวา” พูดในที่ประชุมว่า "เราต้องยอมรับว่าโลกที่เคยให้คุณค่าเพียงสิ่งเดียวคือประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ บัดนี้เป็นโลกที่ต้องคำนึงถึงความมั่นคงด้วย"

สงครามที่สหรัฐฯ เริ่มขึ้นกับอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ ได้ทำให้ตะวันออกกลางตกอยู่ในความรุนแรง และทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากการตอบโต้ของอิหร่าน

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปยังคงสูงกว่าระดับก่อนสงครามระหว่าง ๗๐ ถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเพื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

นั่นคือความกังวลของไอเอ็มเอฟ

ที่จริงคนไทยเองควรเข้าใจสถานการณ์ด้านพลังงานของโลกด้วย อย่างน้อยๆจะได้รับรู้ข้อเท็จจริง ดีกว่าเอาแต่โทษกันไปมาสุดท้ายไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน จะแก้ไขกันอย่างไร

เรื่องพวกนี้ถ้าไม่เข้าใจก็ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายครับ

พวกที่ต้องการหลอกมีอยู่เต็มโซเชียลไปหมด

และขอให้รับรู้ไว้ว่า เราจะต้องใช้พลังงานในราคาแพงไปอีกนานพอควร

ก็อย่างที่ทราบกันครับสงครามยังไม่จบ มีแต่ขยายวงไปเรื่อยๆ กระทบแหล่งผลิตพลังงานและการขนส่งมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อคืนวันจันทร์ เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วเมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย

กองกำลังฮูตีเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีโรงงานผลิตน้ำมัน เรือบรรทุกน้ำมัน และศูนย์กลางการขนส่ง สนามบิน

ประเทศที่นำเข้าพลังงาน และล้าหลังเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยังคงเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของไอเอ็มเอฟ ระบุว่าอุปสรรคจากสงครามที่ยืดเยื้อและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นอีกครั้ง สร้างความกดดันต่อสถานะทางการคลังและเศรษฐกิจภายนอก และส่งผลกระทบต่อประเทศที่นำเข้าพลังงานและประเทศที่มีรายได้ต่ำมากที่สุด

มีบทสัมภาษณ์ของ “เปทยา โคเอวา บรูกส์” รอง ผอ.ไอเอ็มเอฟ

“...ประเทศที่มีหนี้สินจำนวนมากและต้องนำเข้าน้ำมันกำลังเผชิญกับผลกระทบด้านพลังงานที่รุนแรงที่สุด และมีทางเลือกที่ยากลำบากในการช่วยเหลือประชาชนของตนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้”

"น่าเสียดายที่หลังจากหลายปีที่เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า ระดับหนี้สินก็เพิ่มสูงขึ้นมาก และในขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อก็กลายเป็นปัญหา"

ไอเอ็มเอฟ เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เสนอเงินอุดหนุนที่จำกัดและตรงเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤต พร้อมทั้งแนะนำให้รัฐบาลทุกประเทศร่วมกันสร้างความมั่นคงทางการคลังและแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมาหลายปีนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่

"ข้อความของเราใช้ได้กับประเทศส่วนใหญ่ แต่ในทางกลับกัน ข้อแลกเปลี่ยนและทางเลือกที่ต้องทำนั้นยากลำบากกว่ามากสำหรับประเทศที่เปราะบางที่สุด"

ครับ...หลักๆ จะเห็นว่าสิ่งที่ไอเอ็มเอฟเตือนนั้นคือ เรื่องวิกฤตพลังงาน และระดับหนี้สิน

สองอย่างนี้ชี้ชะตาแต่ละประเทศหลังจากนี้ได้ โดยเฉพาะประเทศที่เปราะบาง

ไทยเปราะบางหรือเปล่า

“เคนจิ โอคามูระ” รองกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ ระบุว่า นับตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ เศรษฐกิจไทยมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า ๓ เท่า

รายได้ต่อหัวเพิ่มจากไม่ถึง ๑,๘๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ เป็นมากกว่า ๘,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่อัตราความยากจนลดจากมากกว่า ๕๐% เหลือต่ำกว่า ๕%

คนไทยอย่างเราๆ มองจากภายในจะไม่ค่อยเห็น มีความรู้สึกว่าประเทศไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

แต่มุมมองจากข้างนอกยืนยันด้วยตัวเลขของไอเอ็มเอฟ ก็คงจะทำให้คนไทยเข้าใจสถานการณ์ประเทศของตนเองได้ดีขึ้น

แน่นอนครับไทยยังไม่ใช่ประเทศพัฒนาแล้ว ยังไม่มีลุ้นเหมือนที่มาเลเซียกำลังลุ้นในอีกปีสองปีข้างหน้า แต่ประเทศไทยก็พัฒนามาเรื่อยๆ

ไม่หยุดนิ่ง แม้จะมีปัญหาการเมือง คอร์รัปชันรุมเร้าโดยตลอด

 แต่นี่คือประเทศของเรา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

๒.๘๕ ล้านล้านในมือส้ม

ชนะถล่มทลายครับ... ขอแสดงความยินดีกับ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ในเครือข่ายพรรคส้ม ที่แลนด์สไลด์ ในการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม)

ประเทศไทยยืนหนึ่ง

ฉุดไม่อยู่แล้วครับ ประเทศไทยเวลานี้เด่นสง่าในแผนที่โลก ชนิดที่หลายๆ ประเทศแอบอิจฉากันเลยทีเดียว

กล่าวหา 'จิตใจผุพัง'

ชวนคุยเรื่องฝ่ายค้านเปิดซักฟอกรัฐบาลอีกสักวันครับ อ่านตัวญัตติระบุข้อกล่าวหารัฐมนตรีแต่ละคนแล้ว ก็แอบสงสัยในหลายประเด็น โดยเฉพาะการใช้ภาษา ที่เหมือนหลุดมาจาก ChatGPT

เขาว่า...ยุคคนชั่วได้ดี

เรียบร้อยครับ... วานนี้ (๘ ตุลาคม) พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย “หัวหน้าเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

'ทักษิณ' ผลไม้พิษ

นานๆ โผล่มาที วานนี้ (๗ ตุลาคม) "ทักษิณ ชินวัตร" ไปขึ้นศาลภาษีอากรกลาง ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่เจ้าตัว เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมสรรพากร กรณีการเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในปี

บันเทิงธิปไตย

คนกันเองวิจารณ์พอเลย “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ส่งเสียงไปยังพรรคประชาชนว่า พอได้แล้ว!