ขึ้นต้นลำไม้ไผ่

นี่ซิ...ไม่เสียแรงรอดู รอฟัง นโยบายการขับเคลื่อน “สีกากี” ยุคใหม่ ภายใต้การกุมบังเหียนของ ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ที่หลายคนตั้งความหวัง การได้นั่งเก้าอี้ “ผบ.ตร.” ยาวถึง 7 ปีเต็ม การ “ปฏิรูปตำรวจ” น่าจะได้เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด

เพราะแค่ก้าวแรกในการทำหน้าที่ “ผบ.ราญ” ก็เหมือนรู้ใจ รู้ความอึดอัดของชาวบ้าน ประเดิมจัดระเบียบ “ด่านตำรวจ” รูปแบบใหม่ ยึดหลักโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้

ไม่ใช่จ้องจับ จ้องไถ เหมือนในอดีต

โดยเน้นย้ำการสร้างวินัยจราจร ลดอุบัติเหตุบนถนน ตำรวจจราจรต้องไม่ปิดบังใบหน้า ไม่สวมหมวกโม่งปิดคลุมใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่เรียกตรวจแบบซุ่มจับ การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนต้องสุภาพ มีความโปร่งใส มุ่งคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่สำคัญนโยบายการจัดระเบียบ “ด่านตำรวจ” ครั้งนี้ ก็ดูเอาจริงเอาจัง ไม่ใช่แค่คำสวยหรู โชว์สื่อ โชว์สังคมเท่านั้น ซึ่ง รองแมน-พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผบ.ตร. ก็รับมาปฏิบัติทันที

จัดประชุมหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการปฏิบัติของตำรวจจราจร ก่อนพิจารณาดำเนินคดี ต้องยึดหลักการตักเตือนก่อนเปรียบเทียบปรับ หากพบการกระทำผิดซ้ำก็ดำเนินการปรับตามกฎหมายแบบขั้นบันได เพิ่มอัตราโทษจนถึงระดับสูงสุดหากยังฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำ

เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

แต่ถ้าเป็นการกระทำผิดก่อให้เกิดความเสียหายอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใดหรือไม่ อย่างขับรถฝ่าไฟแดง ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร หากขับไปชนหรือทำให้รถคันอื่นเกิดอุบัติเหตุ การแข่งรถในทาง หรือการเมาแล้วขับ

ต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด!!!

รวมทั้งในมุมการบริการด้านจราจร ก็ยกระดับการทำงานใน 6 มิติ ทั้งการบริหารจัดการจราจรให้คล่องตัว การป้องกันและลดอุบัติเหตุ การอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม การสื่อสารให้ความรู้เพื่อสร้างวินัยจราจร และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน

พร้อมกำชับ “ผู้บังคับบัญชา” ทุกระดับมีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

เสียบดอกไม้...ชื่นชม มาถูกทางแล้ว แนวนโยบายงานจราจร “ผบ.ราญ” เข้าหู เข้าตา ถูกอกถูกใจแบบเต็ม 10 ไม่มีหัก

เพียงแต่ใน “ทางปฏิบัติ” ก็ต้องมาดู “ลูกน้อง” จะเข้าใจตาม “นาย” หรือเปล่า เสือเคยกินเนื้อจะให้หันมากินเจ มากินมังสวิรัติ แรกๆ ก็พอไหว กลัวพออยู่ไปลายเริ่มออก เขี้ยวเริ่มงอกออกมาใหม่ เพราะผลประโยชน์มันหอมหวาน

นี่ซิ...น่าเป็นห่วง

ได้ยิน "ลูกน้อง" เปรยๆ นโยบายจราจร ผบ.ราญ พร้อมปฏิบัติตาม “นาย” แต่ต้องไปกำชับ “ผู้บัญชาการ” “ผู้บังคับการ” “ผู้กำกับการ” เลิกตั้งเป้าจับกุมความผิด พ.ร.บ.จราจรขนส่งแต่ละเดือนเท่านั้นเท่านี้ เลิกตั้งเป้ายอดจับปรับ เลิกตั้งเป้าตั้งด่านจับเมาขับ

เป็นสิ่งที่น่ารับฟัง

ทุกอย่างจะได้เป็นลำไม้ไผ่ที่ตั้งตรง ไม่มีทางหลาวลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สารนิเทศ' ที่ถูกลืม!

ดูเหมือนช่วงหลังๆ หลายยุค หลายสมัย “กระบอกเสียงสีกากี” ทำหน้าที่สื่อสารงานตำรวจ ภายใต้ชื่อ “ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” จะไม่ค่อยมีการเลือก “ตำรวจ” จาก “กองสารนิเทศ” หน่วยงานขึ้นตรง ผบ.ตร. มาเป็นทีมงาน

ยุคใหม่ 'กรมปทุมวัน'

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ชีวิตราชการพออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ วันที่ 30 กันยายน ก็ต้องเกษียณอายุราชการตามกำหนด ทุกหน่วยงานจัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ จากคนเก่าไปสู่คนใหม่ตามประเพณีปฏิบัติ

นายพัน...ยะเยือก!

เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน

สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'

ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50

ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'

ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'

จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.