สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'

ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50

นำทัพ “สีกากี” !!!

ที่สังคมกำลังจับตา “ทิศทาง” การบริหารงานของ “ผบ.ตร.คนใหม่” ที่มีเวลาถึง 7 ปี จะเกษียณอายุราชการ  จะนำพา “เรือเหล็กสีกากี” ฝ่ามรสุมคลื่นลมที่โหมกระหน่ำ ทุกทิศ ทุกทาง ได้ตลอดรอดฝั่งแค่ไหน อย่างไร

โดยเฉพาะโจทย์ใหญ่ “ปฏิรูปตำรวจ” ให้เป็นที่พึ่ง ที่หวัง ของประชาชนอย่างแท้จริง

เท่าที่ส่อง “องคาพยพ” หลังเสร็จสิ้นการแต่งตั้ง “นายพล” มาเป็นขุมกำลังให้ “ผบ.ราญ” ในการขับเคลื่อนการทำงาน แม้บางคนจะถูกกังขาในเรื่องอาวุโส เรื่องตำแหน่งอยู่บ้าง แต่ถ้ามองในเรื่อง “ฝีมือ” ก็ต้องยอมรับเกือบทุกคนอยู่ระดับแถวหน้า “กรมปทุมวัน” อยู่ที่ “แม่ทัพ” จะเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับงานเท่านั้น

เหมือนอย่างหน้างาน “คุมประตูเมือง” ที่เลือก อาจารย์นพ-พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ นั่งเก้าอี้ “ผบช.สตม.” หรือ “ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง” นักสืบระดับแถวหน้าในแวดวงสีกากี ต้องบอก

“ถูกฝาถูกตัว”

อันนี้ไม่ได้พูดเอง ไม่ได้คิดเอง...แต่ได้ฟังจากปาก “อดีตนายตำรวจใหญ่” ระดับ “นายพล” วัยเกษียณที่ผ่านงาน ผ่านคดีมามากมาย เห็นรุ่นน้องทำงานมาตลอดชีวิต มีโอกาสคุย ได้สนทนา ได้สอบถาม “โผนายพล” วาระที่ผ่านมา

การันตี “นพศิลป์” เก่งจริง

แม้หน้างาน “ตรวจคนเข้าเมือง” จะอยู่ในการให้บริการงานด้านคนเข้าเมือง การตรวจบุคคลและพาหนะที่เข้า-ออกราชอาณาจักร รวมถึงการดูแลและให้บริการชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

แต่งานป้องกันปราบปรามการกระทำผิด โดยเฉพาะ “คนต่างชาติ” ก็ต้องทำควบคู่

ยิ่งปัญหาทุนเทา ปัญหานอมินี ปัญหามาเฟียต่างชาติ แฝงมาใช้ไทยแลนด์แดนสวรรค์หาผลประโยชน์ทุกรูปแบบชุกชุมยิ่งกว่ายุง ถ้าวลี "รวยไม่ไหวแล้วโว้ย" ถูกนำมาประชดประชันทางการเมือง ถูกนำมากระแนะกระแหนเศรษฐกิจ

ปัญหา “ต่างชาติทุนเทา” ก็ต้องร้อง “ไม่ไหวแล้วโว้ย” เหมือนกัน

แค่ได้ยิน รมช.มหาดไทย-พลพีร์ สุวรรณฉวี บอกมีที่ดินที่ถือครองโดยบริษัทต่างชาติที่ถือหุ้นส่วนมากกว่าคนไทย ซึ่งผิดกฎหมายอยู่กว่า 11,000 บริษัท หรือที่ “บิ๊กราญ” ควงคู่ “ผบช.นพศิลป์” ไปจับกุมชาวจีนที่หลบหนีคดีเข้ามาซุกซ่อนในไทย แถมมาชุบตัวทำบัตรประชาชนไทย สร้างรกราก มีลูกมีเต้า มีทรัพย์สินมากมาย นานกว่า 3 ทศวรรษ อยู่ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

รอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ ใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ ได้อย่างไร???   

การได้ระดับ “ซือแป๋นักสืบ” มาคุมงานตรวจคนเข้าเมือง น่าจะช่วยเสริมงานสืบสวน งานป้องกันปราบปราม ให้ “สตม.” เดินหน้างานเชิงรุก ควบคู่กับงานบริการนักท่องเที่ยว บริการชาวต่างชาติ ได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญยังช่วยขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลอนุทิน ในการปราบปรามต่างชาติที่เข้ามาขยายอิทธิพลเป็น “มาเฟีย” มาสร้างเครือข่ายนอมินี ทำผิดกฎหมายในเมืองไทย

อดใจรอดูผลงาน “ซือแป๋นักสืบ” คุมหน้าด่านเมืองไทย ที่มีระดับ “อดีตนายตำรวจใหญ่” การันตีฝีมือแทบไม่ไหวจริงๆ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'

ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'

จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.

คุณ-นะ-ทำ

เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า

โผวัดใจ 'ก.ตร.'

ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ

ลุ้น! 'บิ๊กเอ็ม' คืนถิ่น

งวดเข้ามาทุกที การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" ระดับ รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569

ดาวรุ่งส่อดาวร่วง

ดูท่า โผ "นายพลสีกากี" ปีนี้ จะไม่ง่าย จะไม่หวาน จะไม่รวดเดียวจบ เหมือนเก้าอี้ "ผบ.ตร." เสียแล้ว โดยเฉพาะเก้าอี้ "ผบช." หรือ "ผู้บัญชาการ" ยศ พล.ต.ท.