
ผมมีความคิดพิเรนทร์อยู่อย่างหนึ่งครับ
ถ้าวันไหนคนดูโทรทัศน์เบื่อหน้านักวิเคราะห์การเมืองขึ้นมาจริงๆ เราจะทำอย่างไรกันดี
เอาถุงดำคลุมหัวตอนออกรายการเสียเลยดีไหม!
คนดูจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเดิมๆ ให้รำคาญใจ
แต่คิดอีกที คนดูอาจตกใจ นึกว่ากำลังดูรายการจับผู้ต้องหา
ถ้าอย่างนั้นก็ให้โฟนอินเข้ามา ไม่ต้องเห็นหน้ากันเลย
อ้าว…แล้วถ้าคนดูจำเสียงได้อีกล่ะ
ก็คงต้องใช้แอปแปลงเสียงช่วยกันแล้วละครับ
แหม…แค่อยากฟังคนวิเคราะห์การเมืองสักคน ทำไมต้องลำบากกันถึงขนาดนี้ด้วย
เรื่องของเรื่องคือมีคนเขียนมาบ่นครับ เปิดโทรทัศน์ไปช่องไหนก็เจอแต่นักวิเคราะห์การเมืองหน้าเดิมๆ จนชักจะทนไม่ไหว
ผมอ่านแล้วอดขำไม่ได้ เพราะเจ้าของจดหมายบ่นเสียเห็นภาพ แต่พออ่านต่อไปก็มีคำถามถึงคนทำสื่ออย่างผมด้วย
ลองอ่านกันครับ
⸻
สวัสดี คุณเสมอต้น
วันๆ ไม่ได้ทำอะไรมากหรอกค่ะ พอว่างจากงานก็ชอบเปิดทีวี ถือโทรศัพท์ไถดูข่าวบ้านเมืองไปเรื่อย แต่พักหลังๆ มานี้ ดูแล้วมันตงิดๆ ใจจนทนไม่ไหว ต้องหาทางเขียนมาคุยด้วยนี่แหละค่ะ
คุณเสมอต้นเคยเป็นไหมคะ เปิดไปช่องไหนๆ ก็เจอแต่หน้าเดิมๆ อาจารย์คนเดิม ด็อกเตอร์คนเดิม เช้าช่องนี้ สายวิ่งไปช่องโน้น ค่ำๆ โผล่ไลฟ์สดอีกแล้ว วนเวียนกันอยู่แค่นี้จนจำหน้าจำชื่อได้แม่นกว่าหน้าญาติผู้ใหญ่ที่บ้านแล้วค่ะ
ดิฉันก็นั่งคิดไปเรื่อยเปื่อยนะคะว่า คนพวกนี้เขาเอาเวลาไหนไปสอนลูกศิษย์ลูกหากันบ้าง หรือเดี๋ยวนี้ทางสถาบันเขาให้นับชั่วโมงออกทีวีเป็นชั่วโมงสอนหนังสือไปแล้วหรือเปล่าคะ
วิ่งรอกกันขยันขนาดนี้ ได้เงินค่าตัววันละเท่าไหร่กันหนอ… เช้า สาย บ่าย เย็น เต็มที่ขนาดนี้คงรวยกันแย่แล้วกระมัง
ที่สำคัญ ดิฉันรู้สึกว่ามันเริ่มไม่ค่อยเข้าท่าบางคนมานั่งวิเคราะห์ ฟันธงเรื่องนั้นเรื่องนี้มั่วซั่วไปหมด คาดเดาอะไรก็ผิดทางตลอด หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ พอมีเรื่องใหม่ ข่าวใหม่เกิด สื่อก็ยังหน้าทนเอาคนเดิมมานั่งฟันธงใหม่อีก แล้วพวกเราจะไปนั่งฟังคำวิเคราะห์จากคนที่ทายผิดตลอดเวลาไปทำไมกันคะ
มันเหมือนกับว่าสื่อบ้านเราขี้เกียจ หรือไม่ก็เอามักง่าย เอาคนที่คุ้นเคย คุยง่าย เรียกใกล้มือไว้ก่อน… คนไทยคนอื่นๆ เขาไม่มีความรู้ไม่มีความเก่งเลยหรืออย่างไรคะ สื่อถึงไม่มีปัญญาไปหามาออกรายการได้ หรือคนเก่งๆ มีอยู่จริง แต่ไม่สร้างเรตติ้งให้ช่องใช่ไหมคะ
ถ้าสื่อคิดได้แต่เรื่องธุรกิจแบบนี้ จะมาทำสื่อทำไม ไปทำธุรกิจอื่นเลยไม่ดีกว่าหรือคะ?
อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะ อดีตนักการเมืองบางคนเคยติดคุกติดตะรางเพราะโกงการเลือกตั้ง สื่อหลายสำนัก แม้แต่เว็บไซต์ไทยโพสต์เองก็เถอะค่ะ ยังให้เครดิต ให้พื้นที่เขามาพูดเรื่องความยุติธรรม มาพูดเรื่องระบบเลือกตั้ง หรือเรื่องความโปร่งใสทางการเมือง ดิฉันเห็นแล้วรู้สึกท้อใจ… สื่อเป็นไปได้ขนาดนี้จนชินชาแล้วหรือคะ
สื่อควรจะเปิดโอกาสให้คนหน้าใหม่ๆ ที่เขาอัปเดตโลก หรือมีข้อมูลลึกๆ มาพูดบ้าง คนดูจะได้ความรู้ใหม่ๆ ได้เปิดหูเปิดตา ไม่ใช่ต้องมารับฟังแต่ความคิดเดิมๆ ของคนกลุ่มเดิม ที่พูดกี่ทีก็เหมือนเดิมตลอดแบบนี้
เลยอยากลองถามคุณเสมอต้นดูหน่อยค่ะว่า คนวงการสื่อเขาคิดอะไรกันอยู่ ทำไมถึงชอบเลี้ยงคนหน้าเดิมๆ ไว้เต็มจอไปหมด แล้วพวกเราพอจะมีความหวังได้เห็นหน้าใหม่ๆ มาให้ความรู้คนดูบ้างไหมคะ
ด้วยความนับถือ ไพลิน
⸻
คุณไพลินครับ อ่านแล้วผมอดขำไม่ได้หลายตอน โดยเฉพาะเรื่องอาจารย์ที่ออกโทรทัศน์บ่อยเสียจนคุณสงสัยว่าเอาเวลาไหนไปสอนหนังสือ
เรื่องนี้ผมตอบแทนไม่ได้ เพราะไม่รู้ตารางสอนของใคร บางคนอาจจัดเวลาเก่ง ออกโทรทัศน์ก็ได้ สอนหนังสือก็ทัน
แต่เรื่องคนหน้าเดิมๆ นี่ ผมกลับคิดต่างกับคุณไพลินอยู่หน่อย
ผมว่าเห็นหน้ากันบ่อยก็ไม่เสียหายอะไร ถ้าเขามีความรู้ มีข้อมูล พูดแล้วคนฟังได้อะไรกลับไป จะออกสื่อวันละกี่รอบก็เรื่องของเขา
ส่วนคนที่วิเคราะห์ผิดบ่อยๆ ผมก็ไม่ถึงกับอยากให้เลิกเชิญมาออกรายการ การเมืองมันพลิกกันได้ทุกวัน ใครจะทายถูกไปเสียทุกเรื่องล่ะครับ
ถ้าใครวิเคราะห์ผิดอยู่เรื่อยๆ คนดูก็คงรู้เองว่าจะเชื่อถือได้แค่ไหน
ที่คุณไพลินถามว่าทำไมสื่อชอบเชิญคนหน้าเดิมๆ ผมพอจะเล่าให้ฟังได้บ้าง เพราะทำงานด้านนี้มานานเหมือนกัน
คนมีความรู้ไม่ได้อยากออกสื่อทุกคนครับ บางคนไม่ชอบออกโทรทัศน์ บางคนไม่อยากให้สัมภาษณ์ นักข่าวโทรศัพท์ไปขอความเห็นก็ไม่ยอมคุยด้วย
บางเรื่องคนรู้จริงมีอยู่ไม่กี่คน พอติดต่อไปก็ไม่ว่าง หรือไม่อยากพูดเรื่องนั้น
แต่คนที่พร้อมออกสื่อก็มีครับ บางคนพร้อมเสียจนคนทำรายการแทบไม่ต้องออกแรงตามหา
สะดวกดีเหมือนกันนะครับ!
แล้วอย่าเพิ่งไปโทษคนทำรายการว่าขี้เกียจหาคนใหม่เสียทั้งหมด เพราะบางครั้งกว่าจะเชิญใครมาออกได้สักคน โทรศัพท์กันจนแทบจะจำเสียงรอสายได้
คนเก่งบางคนพอเห็นกล้องก็ไม่เอาแล้ว บางคนคุยกับนักข่าวได้เป็นชั่วโมง แต่พอชวนไปออกรายการกลับบอกว่าไม่ถนัด
ส่วนคนที่ออกโทรทัศน์บ่อยๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีความรู้ บางคนพูดเก่ง อธิบายเรื่องยากให้คนทั่วไปเข้าใจได้ คนทำรายการก็อยากเชิญมาอีก
เรื่องเรตติ้งก็มีส่วนอยู่แล้วครับ รายการไหนมีคนดู มีคนติดตาม ก็ช่วยให้สื่ออยู่ได้ เพราะสื่อเองก็ต้องหาเงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานและค่าใช้จ่ายต่างๆ
แต่จะให้เอาใครมาออกก็ได้ ขอเพียงมีคนดูเยอะๆ อย่างนั้นผมก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน
เดี๋ยวนี้นักการเมือง นักวิชาการ และคนมีชื่อเสียงต่างก็มีช่องทางของตัวเอง อยากพูดอะไรก็โพสต์ลงเฟซบุ๊กหรือ X ไม่ต้องรอให้นักข่าวโทรศัพท์ไปถาม สื่อก็หยิบความเห็นเหล่านั้นมาทำข่าวต่อ
บางคนไม่ต้องไปออกรายการที่ไหนเลย นั่งโพสต์อยู่กับบ้านก็เป็นข่าวได้ทั้งวัน
คุณไพลินสงสัยว่าคนที่วิ่งรอกออกรายการเช้าสายบ่ายเย็น ได้ค่าตัวกันเท่าไหร่
เท่าที่ผมรู้ รายการที่เชิญนักวิชาการหรือวิทยากรมาให้ความเห็นก็มักมีค่าตอบแทนหรือค่าเสียเวลาให้ มากน้อยก็แล้วแต่รายการ
อย่างรายการของไทยโพสต์ทาง YouTube ซึ่งเป็นช่องขนาดไม่ใหญ่ ค่าตอบแทนก็ไม่ได้มากมายอะไร บางคนไม่รับ บางคนถามเรื่องค่าเดินทางก่อนตกลงมาออกรายการ
ผมว่าเป็นเรื่องธรรมดาครับ คนเขาสละเวลามาให้ความรู้ จะมีค่าตอบแทนกันบ้างก็ไม่เห็นแปลก
ส่วนใครจะได้ค่าตอบแทนกันวันละเท่าไหร่ ผมไม่รู้จริงๆ และไม่คิดจะไปนั่งนับด้วย เพราะสำหรับคนดูแล้ว สิ่งที่เขาพูดน่าจะสำคัญกว่า
ทีนี้มีอีกเรื่องที่คุณไพลินตำหนิไปถึงไทยโพสต์ด้วย
เรื่องอดีตนักการเมืองที่เคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ยังออกมาพูดเรื่องความสุจริตโปร่งใสทางการเมือง
ผมเข้าใจว่าทำไมคุณไพลินถึงขัดใจ
แต่เรื่องนี้ผมคิดต่างครับ คนที่เคยทำผิดและรับโทษมาแล้วก็ยังมีสิทธิพูดเรื่องการเมืองเหมือนคนอื่น ไม่ได้มีกติกาว่าใครเคยติดคุกแล้วต้องเลิกแสดงความคิดเห็นไปตลอดชีวิต
ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นเรื่องของคนฟัง ประวัติที่ผ่านมาไม่ได้หายไปไหน ใครเคยทำอะไรไว้ คนอ่านก็เอามาคิดประกอบได้
สำหรับสื่อ การนำความเห็นของใครมาทำข่าว ไม่ได้แปลว่าสื่อรับรองว่าคนนั้นพูดถูก หรือเห็นดีเห็นงามกับทุกอย่างที่เขาเคยทำมา
คนเคยทำผิดก็พูดเรื่องความถูกต้องได้ครับ ส่วนจะพูดแล้วน่าเชื่อถือแค่ไหน คนฟังตัดสินกันเอง
ไทยโพสต์เองก็นำความเห็นจากเฟซบุ๊กของนักการเมืองมาทำข่าวอยู่บ่อยๆ เรื่องที่คุณไพลินท้วงมาผมก็รับฟังครับ
คุยกันมาเสียยาว ผมว่าคุณไพลินคงไม่ได้รังเกียจคนหน้าเดิมทุกคน เพียงแต่อยากฟังอะไรใหม่ๆ จากคนที่มีความรู้จริงบ้าง
ส่วนความคิดที่จะเอาถุงดำคลุมหัวนักวิเคราะห์ หรือให้ใช้แอปแปลงเสียงที่ผมพูดไว้ตอนต้น ขอถอนก็แล้วกันครับ
เพราะถ้าคนพูดมีความรู้ มีเรื่องน่าฟัง จะเป็นหน้าเดิมหรือหน้าใหม่ก็คงไม่สำคัญนัก
แต่ถ้าใครเบื่อหน้าจริงๆ จะลองหลับตาฟังก็ได้นะครับ
ประหยัดค่าถุงดำไปได้อีก!
— เสมอต้น
20 ตุลาคม 2569
📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“บอกกล่าว...กันลืม”
พรุ่งนี้แล้วนะ.....๒๑ ตุลา. ที่เรานัดมาพบกันวันครบรอบปีที่ ๓๐ ของไทยโพสต์ กาแฟ ปาท่องโก๋ รอบเช้า...พร้อม
🔴LIVE ‘ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์’ เหลียวหลังแลหน้า 25 ปี...สสส.!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ของจริงหรือราคาคุย! 'โรม' ลั่นจัดหนักซักฟอก รมต.สีน้ำเงิน ไม่มีน้ำท่วมทุ่ง ใช้หลักฐานน็อก
‘โรม’ ฝากถึงเพื่อน สส. ขอเพียงใช้เศษเสี้ยวแห่งความดีในหัวใจดู จะรู้ถึงความเสียหายประเทศ จาก ‘ระบอบน้ำเงิน’ ยัน ซักฟอก 5 วันเหมาะสมแล้ว เหน็บ ถูกบีบเหลือ 3 วัน เหตุรัฐบาลรู้สึกไม่ปลอดภัย-กังวล ลั่นรอบนี้จัดหนักแน่ ไม่ใช่ ‘น้ำท่วมทุ่ง’ แต่ใช้หลักฐานน็อก ถาม ‘ไชยชนก’ เป็นลูกนกในรัง หรือกล่องดวงใจกันแน่
ยังเร็วเกินไป! 'กรวีร์' ปัดตอบกระแสข่าวควบรวม 'ภูมิใจไทย-กล้าธรรม' ชี้อยู่ที่ 2 พรรคคุยกัน
“กรวีร์” เผย 21 ต.ค.นี้ วิป 3 ฝ่ายเตรียมหารือกรอบซักฟอก ชี้ อย่าเพิ่งยึดติด 3 หรือ 5 วัน แนะ กางประเด็นอภิปรายเป็นตัวตั้ง คำนวณเวลาที่เหมาะสมทั้งฝ่ายค้าน-รัฐบาล มั่นใจรมต. 18 คนพร้อมแจงข้อกล่าวหา ส่วนกระแสควบรวมภูมิใจไทย-กล้าธรรม มองยังเร็วไป ต้องรอดูสถานการณ์หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ
รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 27): คณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 เป็นรอยัลลิสต์ จริงหรือ ? : พลอากาศตรี มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์
หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 (11 พฤศจิกายน 2490 – 21 กุมภาพันธ์ 2491)
🔴LIVE ‘น้ำท่วม’ รีบตัก เมกะโปรเจกต์โผล่ใช้งบเพียบ | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569

