รับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง

จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เข้าสู่ภาวะสงคราม แน่นอนว่าได้สร้างผลกระทบต่อโลกขยายวงกว้างมากขึ้น  ที่ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบหนักสุดคือ สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวได้ทำให้รัฐบาลต้องหารือกันอย่างตึงเครียด โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2565 และนายกรัฐมนตรีกำหนดให้แต่ละกระทรวงกำหนดแผนการรับมือผลกระทบดังกล่าว ซึ่งมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเร่งวางแผนรับมือกับผลกระทบในแต่ละด้าน

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าในส่วนของผลกระทบในการค้าระหว่างประเทศเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะสายเดินเรือต้องมีการปรับเส้นทางเดินเรือในบางเส้นทาง รวมถึงมีการปรับเพิ่มค่าระวางเรือ ซึ่งที่ผ่านมาสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ได้เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เจรจากับประเทศจีน เพื่อวางแผนรองรับสำหรับการขนส่งสินค้าผ่านระบบรางของประเทศจีน ไปยังเอเชียกลางที่ติดกับประเทศรัสเซีย รวมถึงการขนส่งไปยุโรปตะวันออก จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องนำมาพิจารณา

ส่วนราคาสินค้าหลายรายการได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน รวมถึงวัตถุดิบการผลิตที่สูงขึ้น เช่น เหล็กสำหรับผลิตกระป๋อง รวมถึงผลกระทบต่อภาคการเกษตรเมื่อราคาปุ๋ยสูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีการนำเข้าปุ๋ยจากประเทศรัสเซียที่มีราคาถูกกว่าแหล่งผลิตอื่น เมื่อภาพผลกระทบของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเตรียมแผนรับมือให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบมากไปกว่านี้

ขณะที่กระทรวงคมนาคม โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการ ดังนี้ ด้านการขนส่งทางถนน ให้พิจารณาต้นทุนรถโดยสารสาธารณะ ที่จะส่งผลต่อการเสนอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร รวมทั้งต้นทุนรถแท็กซี่ รวมถึงแนวทางการอุดหนุน (Subsidy) ผู้ประกอบการเนื่องจากต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น โดยในส่วนของผู้ให้บริการขนส่ง ให้เตรียมประเมินสถานการณ์ในอนาคต กรณีตรึงราคาน้ำมันที่ 30 บาท/ลิตร และที่ราคาอื่นๆ รวมถึงการประเมินราคาต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น และแนวทางในการจ่ายเงินชดเชยค่า K หรือ ESCALATION FACTOR

ด้านการขนส่งทางราง ให้ประชาชนสะดวกในการเข้าใช้ระบบการขนส่งทางราง โดยพัฒนาระบบการจ่ายค่าโดยสารร่วมในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะรูปแบบอื่น การส่งเสริมทางการตลาด เพื่อสร้างแรงจูงใจ ให้ประชาชนเดินทางด้วยรถไฟฟ้า รวมทั้งพัฒนาแอปพลิเคชันที่ให้ข้อมูลการเดินทาง การเชื่อมต่อตลอดจนมาตรการส่งเสริมการขนส่งระบบราง และเตรียมความพร้อมในการรองรับบริการที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางมาใช้ระบบรถไฟฟ้า ด้านการขนส่งทางน้ำ ให้มีแผนการปรับเปลี่ยนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้พลังงานทางเลือกอื่น โดยบริหารจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินกิจการและการปฏิบัติงาน เพื่อมิให้เกิดการหยุดชะงักอย่างเฉียบพลันและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

โดยการขนส่งทางอากาศให้พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบสายการบิน รวมทั้งพิจารณามาตรการให้การช่วยเหลืออื่นๆ เพิ่มเติมในด้านการผ่อนคลายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค และช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการ รวมทั้งมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายของสายการบิน โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และเตรียมพร้อมในกรณีเกิดเหตุวิกฤต ทั้งนี้ หน่วยงานภาคเอกชนได้เสนอประเด็นปัญหาเรื่องการขนส่งชายฝั่งและการบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งมาตรการสนับสนุนเพื่อลดต้นทุนการขนส่งด้านอื่นๆ นอกเหนือจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดี เพื่อให้การดำเนินการเป็นรูปธรรม กระทรวงคมนาคมได้มอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานภาคเอกชน นำข้อเสนอแนะต่างๆ มาประมวลสรุปผล เพื่อนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคม ก่อนรายงานไปยังนายกรัฐมนตรี และให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้านโลจิสติกส์และขนส่งที่เกี่ยวข้อง และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้สามารถผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้มีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานครั้งถัดไปในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า.

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน