ในที่สุดคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่มีนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน
ก็ได้ลงมติเรื่องบัตรเลือกตั้งของหมายเลขผู้สมัคร ส.ส. กับหมายเลขพรรคการเมืองแล้ว โดย ที่ประชุม 32 เสียงเห็นด้วยกับการใช้คนละหมายเลข ในขณะที่ 14 เสียงเห็นด้วยกับการใช้หมายเลขเดียวกัน และงดออกเสียง 1 เสียง งานนี้เลยทำให้ “แลนด์สไลด์” ของใครที่วาดหวังไว้สะดุดขึ้นมาทันที
จึงไม่น่าแปลกใจแต่ประการใดที่ “ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.ถึงกับระบุก่อนประชุมว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับข้อกังวลจะขัดรัฐธรรมนูญ แต่ น่าจะกลัวแลนด์สไลด์จากพรรคเพื่อไทยมากกว่า พิโธ่! ทั่นผู้นำฝ่ายค้านในสภาจ๊ะ ตราบใดที่ยังขายและเชิดชู “ชินวัตร” อยู่ ก็ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะแลนด์สไลด์หรือไม่อย่างไร เพราะบรรดาสาวกนั้นรัก “นายใหญ่” เข้าเส้นเลือด ยิ่งกว่ายุคส่งเสาไฟฟ้าลงในพื้นที่ด้ามขวานเสียอีก งานนี้หากอยากได้แลนด์สไลด์จริงๆ ก็ ประกาศชื่อ “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นแคดดิเดตนายกฯ เบอร์หนึ่ง “พานทองแท้ ชินวัตร” แคนดิเดตนายกฯ เบอร์สอง พร้อมชูนโยบายพา “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” กลับประเทศไม่แลนด์สไลด์ก็ให้มันรู้ไป
แล้วที่มึนงงอย่างมากในการประชุม กมธ.ก่อนโหวตที่เปิดโอกาสให้ กมธ.แสดงความคิดเห็นกันนั้น ไม่น่าเชื่อว่า “กูรูสมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะอ้างอิงข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่บอกว่าได้แก้ปัญหาไว้แล้ว โดยให้วันแรกรับสมัคร ส.ส.แบ่งเขตไปก่อน จากนั้นวันที่สองรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วค่อยนำหมายเลขของ ส.ส.บัญชีรายชื่อไปใช้กับ ส.ส.แบ่งเขต นี่ ถ้าทำจริง “ศรีธนญชัย” คงได้อายม้วน และเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน ซึ่งก็ต้องมานั่งลุ้นกันอีกเฮือกว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่อย่างไร แล้วที่หวังว่าการเลือกตั้งเพื่อขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้พ้นสภาพไปเร็วๆ กลับต้องยืดเยื้อออกไปอีกหากศาลวินิจฉัยว่าโมฆะ ชาวบ้านร้านถิ่นเลยงงว่า “กูรูสมชัย” หนุนแนวทางนี้แบบหวังดีประสงค์ร้ายหรือไม่ อย่างไร
หันมาพิเคราะห์เก้าอี้พ่อเมืองกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 50 เขตที่จะให้หย่อนบัตรในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.กันบ้าง เพราะในวันพฤหัสบดีที่ 31 มี.ค. จะเป็นการเปิดให้สมัครกันเป็นวันแรกยาวไปถึง 4 เม.ย. ซึ่ง “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.ได้แถลงชี้แจงพร้อมตอกย้ำในเรื่องของคุณสมบัติของผู้สมัครว่าตรวจสอบกลั่นกรองให้ดีก่อน เพราะหากตรวจเจอทีหลังจะเจอคดีตามมา โดยเฉพาะบรรดา ส.ก.และสภาเมืองพัทยา
ต้องบอกว่าศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครานี้จะเป็นศึกช้างชนช้างก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะ บรรดาแคนดิเดตชื่อดังก็ไม่ได้มาลงสนามด้วย ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร., คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทยที่ไม่ลดตัวมาสู่สนามเล็ก หรือแม้แต่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ที่ขอเอาดีในด้านกีฬาดีกว่า จึงทำให้บรรดาตัวเก็งของโพลสำนักต่างๆ อย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ยิ่งกว่านอนมาตั้งแต่ยังไม่สมัครด้วยซ้ำไป แต่ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน ผู้แข็งแกร่งในปฐมพีก็อาจสะดุดได้ใครจะไปรู้ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า ขาเข้าสู่เก้าอี้เสาชิงช้าเกินครึ่งมากกว่าใครแล้ว
ส่วนของ ส.ก.นั้น ต้องบอกว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะมีหลายภาคส่วนที่เป็นอดีต ส.ก.เก่าที่ทำงานในพื้นที่มานาน เรียกว่าเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ผูกขาดก็ไม่ผิดนัก แต่ปัจจุบันได้ย้ายค่ายย้ายสังกัดกันไปหมดแล้ว ผลเลือกตั้งครานี้เราจึงอาจได้เห็น ส.ก.หน้าเก่าในพรรคใหม่ปักธงในสนามการเมืองท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเป็นพะเรอเกวียนแน่
งานนี้อยากให้ ฟังคำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่แนะคน กทม.ใช้สติมากๆ ในการเลือกนักปฏิบัติทำงานได้จริง มีวิสัยทัศน์ให้นั่งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเข้าใจได้ว่าทำไม “บิ๊กตู่” ถึงต้องออกมาแนะอย่างนี้ เพราะหากดูนโยบายขายฝันของบรรดาว่าที่ผู้สมัครแล้วก็ต้องบอกปวดกบาลกันทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอเรื่องรถไฟฟ้าราคาเดียว หรือแม้แต่การยกหนี้ กยศ. เป็นต้นนั้น ต้องบอกว่าผู้ว่าฯ กทม.ไม่ได้มีอำนาจใหญ่โตขนาดนั้น ขนาดนายกฯ ยังไม่สามารถสั่งให้รถไฟฟ้าทำราคาเดียวได้ แล้วผู้ว่าฯ จะทำได้อย่างไร ในขณะที่การยกหนี้นั้นก็เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมกู้แล้วไม่คืน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรส่งเสริมแต่ประการใด ฉะนั้น จึงควรใช้สติให้มากๆ ในนโยบายเพ้อที่ยิ่งกว่าเพ้อแบบนี้ ก่อนที่จะกาบัตรเลือกตั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"
ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
‘สุชาติ’ เขต 1 ชลบุรี โชว์สปิริตยินดีและเต็มใจให้นับคะแนนใหม่ภายใต้กฎหมาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดชลบุรี พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรียน พี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่าน
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
‘ช่อ’ ปลุกด้อมส้มอย่ายอม! ต้องกดดัน กกต.สั่งนับใหม่
นางสาวพรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า กกต. แถลง ไม่ #นับใ
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง


