บันทึกหน้า 4

ในที่สุดคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่มีนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน

ก็ได้ลงมติเรื่องบัตรเลือกตั้งของหมายเลขผู้สมัคร ส.ส. กับหมายเลขพรรคการเมืองแล้ว โดย ที่ประชุม 32 เสียงเห็นด้วยกับการใช้คนละหมายเลข ในขณะที่ 14 เสียงเห็นด้วยกับการใช้หมายเลขเดียวกัน และงดออกเสียง 1 เสียง งานนี้เลยทำให้ “แลนด์สไลด์” ของใครที่วาดหวังไว้สะดุดขึ้นมาทันที

จึงไม่น่าแปลกใจแต่ประการใดที่ “ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.ถึงกับระบุก่อนประชุมว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับข้อกังวลจะขัดรัฐธรรมนูญ แต่ น่าจะกลัวแลนด์สไลด์จากพรรคเพื่อไทยมากกว่า พิโธ่! ทั่นผู้นำฝ่ายค้านในสภาจ๊ะ ตราบใดที่ยังขายและเชิดชู “ชินวัตร” อยู่ ก็ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะแลนด์สไลด์หรือไม่อย่างไร เพราะบรรดาสาวกนั้นรัก “นายใหญ่” เข้าเส้นเลือด ยิ่งกว่ายุคส่งเสาไฟฟ้าลงในพื้นที่ด้ามขวานเสียอีก งานนี้หากอยากได้แลนด์สไลด์จริงๆ ก็ ประกาศชื่อ “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นแคดดิเดตนายกฯ เบอร์หนึ่ง “พานทองแท้ ชินวัตร” แคนดิเดตนายกฯ เบอร์สอง พร้อมชูนโยบายพา “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” กลับประเทศไม่แลนด์สไลด์ก็ให้มันรู้ไป

แล้วที่มึนงงอย่างมากในการประชุม กมธ.ก่อนโหวตที่เปิดโอกาสให้ กมธ.แสดงความคิดเห็นกันนั้น ไม่น่าเชื่อว่า “กูรูสมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะอ้างอิงข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่บอกว่าได้แก้ปัญหาไว้แล้ว โดยให้วันแรกรับสมัคร ส.ส.แบ่งเขตไปก่อน จากนั้นวันที่สองรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วค่อยนำหมายเลขของ ส.ส.บัญชีรายชื่อไปใช้กับ ส.ส.แบ่งเขต นี่ ถ้าทำจริง “ศรีธนญชัย” คงได้อายม้วน และเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน ซึ่งก็ต้องมานั่งลุ้นกันอีกเฮือกว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่อย่างไร แล้วที่หวังว่าการเลือกตั้งเพื่อขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้พ้นสภาพไปเร็วๆ กลับต้องยืดเยื้อออกไปอีกหากศาลวินิจฉัยว่าโมฆะ ชาวบ้านร้านถิ่นเลยงงว่า “กูรูสมชัย” หนุนแนวทางนี้แบบหวังดีประสงค์ร้ายหรือไม่ อย่างไร

หันมาพิเคราะห์เก้าอี้พ่อเมืองกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 50 เขตที่จะให้หย่อนบัตรในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.กันบ้าง เพราะในวันพฤหัสบดีที่ 31 มี.ค. จะเป็นการเปิดให้สมัครกันเป็นวันแรกยาวไปถึง 4 เม.ย. ซึ่ง “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.ได้แถลงชี้แจงพร้อมตอกย้ำในเรื่องของคุณสมบัติของผู้สมัครว่าตรวจสอบกลั่นกรองให้ดีก่อน เพราะหากตรวจเจอทีหลังจะเจอคดีตามมา โดยเฉพาะบรรดา ส.ก.และสภาเมืองพัทยา

ต้องบอกว่าศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครานี้จะเป็นศึกช้างชนช้างก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะ บรรดาแคนดิเดตชื่อดังก็ไม่ได้มาลงสนามด้วย ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร., คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทยที่ไม่ลดตัวมาสู่สนามเล็ก หรือแม้แต่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ที่ขอเอาดีในด้านกีฬาดีกว่า จึงทำให้บรรดาตัวเก็งของโพลสำนักต่างๆ อย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ยิ่งกว่านอนมาตั้งแต่ยังไม่สมัครด้วยซ้ำไป แต่ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน ผู้แข็งแกร่งในปฐมพีก็อาจสะดุดได้ใครจะไปรู้ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า ขาเข้าสู่เก้าอี้เสาชิงช้าเกินครึ่งมากกว่าใครแล้ว

ส่วนของ ส.ก.นั้น ต้องบอกว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะมีหลายภาคส่วนที่เป็นอดีต ส.ก.เก่าที่ทำงานในพื้นที่มานาน เรียกว่าเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ผูกขาดก็ไม่ผิดนัก แต่ปัจจุบันได้ย้ายค่ายย้ายสังกัดกันไปหมดแล้ว ผลเลือกตั้งครานี้เราจึงอาจได้เห็น .ก.หน้าเก่าในพรรคใหม่ปักธงในสนามการเมืองท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเป็นพะเรอเกวียนแน่

งานนี้อยากให้ ฟังคำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่แนะคน กทม.ใช้สติมากๆ ในการเลือกนักปฏิบัติทำงานได้จริง มีวิสัยทัศน์ให้นั่งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเข้าใจได้ว่าทำไม “บิ๊กตู่” ถึงต้องออกมาแนะอย่างนี้ เพราะหากดูนโยบายขายฝันของบรรดาว่าที่ผู้สมัครแล้วก็ต้องบอกปวดกบาลกันทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอเรื่องรถไฟฟ้าราคาเดียว หรือแม้แต่การยกหนี้ กยศ. เป็นต้นนั้น ต้องบอกว่าผู้ว่าฯ กทม.ไม่ได้มีอำนาจใหญ่โตขนาดนั้น ขนาดนายกฯ ยังไม่สามารถสั่งให้รถไฟฟ้าทำราคาเดียวได้ แล้วผู้ว่าฯ จะทำได้อย่างไร ในขณะที่การยกหนี้นั้นก็เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมกู้แล้วไม่คืน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรส่งเสริมแต่ประการใด ฉะนั้น จึงควรใช้สติให้มากๆ ในนโยบายเพ้อที่ยิ่งกว่าเพ้อแบบนี้ ก่อนที่จะกาบัตรเลือกตั้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน