
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้าย หลังมีการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีครบถ้วนเรียบร้อย เตรียมนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ทันที โดยเจ้าตัวยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ในมือแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายเพื่อความชัดเจน ก่อนเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
แม้ภาพภายนอกจะดูเรียบร้อย แต่ในทางการเมืองแล้ว รัฐบาลอนุทิน 2 ยังไม่ทันได้เริ่มใช้อำนาจเต็ม ก็ต้องเผชิญแรงเสียดทานรอบด้านทันที ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจและแรงกดดันทางการเมืองที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน โดยเฉพาะวิกฤตราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทบต้นทุนชีวิตประชาชนโดยตรง แม้รัฐบาลจะเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ 7 ด้าน ทั้งลดภาษี อัดฉีดเงินช่วยเหลือ และดูแลภาคขนส่ง เกษตร และเอสเอ็มอี แต่ก็ยังถูกตั้งคำถามว่า “ช้าเกินไป” เพราะราคาสินค้าได้ปรับขึ้นไปก่อนแล้ว
แรงกดดันสำคัญยังอยู่ที่ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลกล้าจัดการโครงสร้างพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มทุนหรือ ไอ้โม่ง ที่ถูกมองว่าอาจมีบทบาทในการกักตุนน้ำมัน หากรัฐบาลยังไม่แตะจุดนี้ ความเชื่อมั่นของประชาชนอาจสั่นคลอน และจะกลายเป็นบทพิสูจน์แรกของผู้นำรัฐบาลว่าจะสามารถ “เอาอยู่” หรือไม่
ขณะเดียวกัน ศึกภายในพรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทยก็เริ่มมีแรงกระเพื่อมจากการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อ กลุ่มลูกเทพ ได้รับการผลักดันขึ้นสู่ตำแหน่ง ขณะที่นักการเมืองบ้านใหญ่หลายพื้นที่ซึ่งมีผลงานกลับยังไม่ได้รับการตอบแทนอย่างเหมาะสม สถานการณ์เช่นนี้ทำให้มีการจับตาความเป็นไปได้ของการ “ปรับสมดุล” ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการปรับคณะรัฐมนตรีหรือแบ่งโควตาใหม่เพื่อลดแรงกระแทกทางการเมือง
ฝั่งพรรคร่วมอย่างเพื่อไทยยิ่งอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางมากขึ้น ทั้งจากการถูกจำกัดบทบาทในรัฐบาล และความเสี่ยงที่ผลงานจะถูกพรรคแกนนำดึงไปเป็นเครดิตทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากคดีความในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีของ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ต้องหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรี ส่งผลกระทบต่อเครือข่ายทางการเมืองในพื้นที่ และถูกมองว่าเป็นเกมบีบทางอำนาจ เพื่อเปิดทางให้เกิดการจัดเรียงขั้วใหม่ในอนาคต
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในพรรคเพื่อไทยเองยังเกิดรอยร้าวลึก โดยเฉพาะความไม่พอใจของ กลุ่ม 2 ส. นำโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ สมศักดิ์ เทพสุทิน ต่อการจัดสรรตำแหน่ง ครม. ที่ถูกมองว่าถูกผูกขาดโดยแกนนำใหม่ในพรรค ภายใต้บทบาทของ แพทองธาร ชินวัตร และเครือข่ายตระกูลการเมือง ทำให้กลุ่มเดิมที่มี สส.ในมือจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามต่อทิศทางพรรค
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ชื่อของ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่กำลังจะได้รับพักโทษกลางเดือน พ.ค.นี้ ถูกจับตามองอีกครั้ง ว่าจะเข้ามามีบทบาท สยบรอยร้าว ภายในพรรคหรือไม่ เพราะหากปล่อยให้ความขัดแย้งบานปลาย อาจนำไปสู่การสูญเสียกำลังทางการเมือง และเปิดช่องให้พรรคแกนนำดึงตัวนักการเมืองเข้าสู่ขั้วของตน
ในอีกมุมหนึ่ง เกมการเมืองที่น่าสนใจคือ การตั้งคณะรัฐมนตรีเพียง 35 ตำแหน่ง จากทั้งหมด 36 ตำแหน่ง โดยจงใจเว้นว่างไว้ 1 ตำแหน่ง กลายเป็น เครื่องมือทางการเมือง สำคัญ ใช้เป็นทั้งแรงจูงใจและแรงกดดันต่อกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่ต้องการเข้าร่วมรัฐบาล หรือหวังตำแหน่งรัฐมนตรีในอนาคต
กลยุทธ์นี้ไม่เพียงช่วยลดแรงกดดันในช่วงตั้งรัฐบาล แต่ยังเปิดช่องให้สามารถปรับเปลี่ยนสมดุลอำนาจได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พรรคร่วมบางพรรคเริ่มมีท่าทีต่อรองเกินตัว ซึ่งบทเรียนก็ปรากฏชัดจากกรณีของ พรรคกล้าธรรม ที่แม้จะอ้างเสียงสนับสนุนจำนวนมาก แต่เมื่อเรียกร้องเกินน้ำหนักทางการเมือง กลับต้องเผชิญกับภาวะ กินแห้ว ไม่ได้ตำแหน่งตามที่หวัง หลังไม่พอใจแค่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีรายงานว่าอยากได้ถึงกระทรวงมหาดไทย
เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ที่มีจำนวน สส. 5 เสียง นำโดย ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรค แต่ พยายามต่อรองตำแหน่งระดับรัฐมนตรีว่าการ ทั้งที่ พรรคน้ำเงินจะให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ ก็ต้องพบกับความจริงทางการเมืองว่า “อำนาจต่อรอง” ต้องสอดคล้องกับ “น้ำหนักตัวเอง” มิฉะนั้นย่อมถูกกันออกจากสมการรัฐมนตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไม่แข่งยิ่งแพ้! บรรดา FC สีฟ้า แทบไม่ต้องลุ้นแล้ว แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์นัดเปิดตัวในวันเสาร์นี้ เผยโฉมล่วงหน้า ในงาน "AI Demo Day : Bangkok Build AI" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีแรกฮือฮาหลายคนคิดว่า ปชป. น่าจะส่งหน้าใหม่กิ๊กที่ไม่ใช่นักการเมืองมาลงสนาม เหมือนสมัยที่ส่ง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักบริหารที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด สามารถเอาชนะใจคนกรุงได้สำเร็จ ชนิดทิ้งห่างคู่แข่งหลายแสนคะแนน ทำให้สปอตไลต์หลายดวงจับจ้องไปที่ "ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา" ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus อดีตซีอีโอ LINE
บันทึกหน้า 4
ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ
บันทึกหน้า 4
ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย
บันทึกหน้า 4
การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
บันทึกหน้า 4
11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.

