ไม่กี่วันหลังกองทัพรัสเซียบุกยูเครน รัฐบาลของโอลาฟ โชลซ์ (Olaf Scholz) ประกาศนโยบายป้องกันประเทศใหม่ทันที สรุปจุดยืนและการเปลี่ยนแปลงบางประการ ดังนี้
ประการแรก ปกป้องเสรีภาพ ประชาธิปไตย และการอยู่ดีกินดี
จุดยืนหลักคือ ปกป้องเสรีภาพ ประชาธิปไตยและการอยู่ดีกินดี ดังเช่นชาวยุโรปทั่วไป
นายกฯ โชลซ์กล่าวว่า คนยูเครนกำลังต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตยของเขา ลำพังข้อนี้เพียงพอให้เยอรมันอยู่ฝ่ายยูเครน ส่งความช่วยเหลือแก่ประชาชนกองทัพยูเครนหลายรอบ
ในอีกด้านหนึ่งคือคว่ำบาตรรัสเซีย ทั้งระดับกว้างกับเจาะจงรายบุคคล โดยเฉพาะพวกนายทุนผูกขาด (oligarchs) เช่น ระงับใช้ท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ที่สร้างเสร็จแล้ว ประกาศแผนลดนำเข้าพลังงานรัสเซีย ลดนำเข้าสินค้า คว่ำบาตรธนาคารรัสเซียหลายแห่ง
สงครามยูเครนถูกตีความว่าเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับทรราชย์ แต่เยอรมันมองภาพที่ลึกกว่านั้น นั่นคือยุโรปที่เยอรมันมีบทบาทสำคัญ
ประการที่ 2 ซื้อก๊าซธรรมชาติทดแทนรัสเซีย
เดิมเยอรมันนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียถึง 55% ของปริมาณความต้องการ และนำเข้าน้ำมันรัสเซีย 1 ใน 3 ที่ใช้ทั้งประเทศ
นโยบายใหม่ให้เร่งสร้างท่าเรือรองรับเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ Brunsbüttel กับ Wilhelmshaven เพื่อลดพึ่งก๊าซจากรัสเซีย อาจแล้วเสร็จในปี 2026 รองรับความต้องการก๊าซ 10% ของปริมาณใช้ทั้งประเทศ
มีข้อมูลว่า แนวคิดก่อสร้างท่าเรือรองรับ LNG เริ่มตั้งแต่ปี 2015 แต่เนื่องจากนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับนักการเมืองบางคนไม่เห็นด้วยโครงการนี้จึงล้มพับไป และกลายเป็นที่มาของท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ในสมัยรัฐบาลของอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) มาวันนี้สถานการณ์กลับกลายเป็นว่าไม่เปิดใช้ Nord Stream 2 หันมาเร่งสร้างท่าเรือรับรอง LNG แทน
ประเด็นลดการนำเข้าพลังงานรัสเซียน่าจะเป็นที่ถกเถียงในอนาคต ระหว่างฝ่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้เชื้อเพลิงราคาถูก กับอีกฝ่ายที่ต้องการคว่ำบาตรรัสเซีย
สงครามยูเครนส่งผลต่อนโยบายพลังงานเยอรมันอย่างหนัก ต้องซื้อแพงขึ้นมาก งบประมาณประเทศ เงินในกระเป่าคนเยอรมันแทนที่จะนำไปใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นกลับต้องมาจ่ายราคาเพื่อคว่ำบาตรรัสเซีย ซ้ำร้ายในระยะสั้นอาจถึงขั้นไม่พอใช้ เมื่อรัสเซียตอบโต้ด้วยการประกาศว่าเยอรมันต้องซื้อด้วยเงินรูเบิล (ล่าสุดยังสามารถซื้อใช้ตามปกติ)
ประเด็นสำคัญคือ หากเยอรมันยกเลิกนำเข้าพลังงานรัสเซียสิ้นเชิง ผลร้ายแรงที่ตามมาคือราคาพลังงานในประเทศจะสูงขึ้นมาก ต้นทุนการผลิตทุกอย่างพุ่งพรวด อีกทั้งบางคนชี้ว่าการคว่ำบาตรรัสเซียไปซื้อจากตะวันออกกลางแทน ก็เหมือนคว่ำบาตรอำนาจนิยมประเทศหนึ่งแล้วไปสนับสนุนอำนาจนิยมอีกประเทศ
รัฐบาลโชลซ์เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีแต่จำต้องเดินหน้าต่อไป อย่างน้อยในระยะนี้
ภาพ: โอลาฟ โชลซ์ (Olaf Scholz) นายกรัฐมนตรีเยอรมัน
เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/olafscholz/photos/a.10160398644654311/10160450123829311/
ประการที่ 3 มุมมองภาพใหญ่ สงครามเย็นใหม่
นายกฯ โชลซ์กล่าวว่า รัสเซียบุกยูเครนส่งผลต่อระบบความมั่นคงของยุโรป จึงไม่ใช่เรื่องระหว่างยูเครน-รัสเซียเท่านั้น รัสเซียกำลังโดดเดี่ยวตัวเอง จำต้องหยุดรัสเซียผู้ก่อสงคราม
ด้าน Margrethe Vestager รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) แสดงความเห็นว่า ผลจากรัสเซียบุกยูเครนทำให้คิดว่าโลกเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว รัฐบาลปูตินเป็นภัยต่อประชาธิปไตย ต่อเสรีภาพของคนยุโรป เป็นสงครามเย็นแห่งศตวรรษที่ 21 ที่มีลักษณะบางอย่างต่างจากสงครามเย็นในอดีต โลกาภิวัตน์ยังอยู่ โลกยังต้องร่วมมือกัน เช่น ร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ อียูต้องการซื้อขายแลกเปลี่ยนแต่อยากลงทุนในประเทศที่เป็นมิตรมากกว่า การส่งออกทำให้คนอยู่ดีกินดี เพิ่มการจ้างงานหลายล้านตำแหน่ง ทุกวันนี้อียูมีคู่ค้าเกือบ 80 ประเทศ (กับดินแดน) ช่วยให้อียูมีอิทธิพลต่อประเทศต่างๆ อย่างไรก็ตามภาคเอกชนจะเป็นผู้ตัดสินใจมากกว่าที่รัฐบาลจะชี้นิ้วให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้
ประการที่ 4 โดดเดี่ยวรัสเซีย เข้าใกล้อเมริกา
ในสมัยรัฐบาลที่แล้วความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับแมร์เคิลไม่ดีนัก นโยบายสหรัฐบางอย่างบั่นทอนผลประโยชน์เยอรมัน ไฮโค มาส (Heiko Maas) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเยอรมันถึงกับกล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องทบทวนความสัมพันธ์กับสหรัฐ พร้อมกับสร้างระบบชำระเงินของอียูที่เป็นอิสระจากอเมริกาหากสหรัฐก้าวข้ามเส้นต้องห้าม
รัฐมนตรีมาสสรุปว่า เป้าหมายหลักคือสร้างนโยบายต่างประเทศที่ตั้งอยู่บนอธิปไตย ยุโรปที่เข้มแข็ง ยุโรปยังต้องการร่วมมือกับสหรัฐแต่ต้องไม่เบียดบังผลประโยชน์ยุโรปโดยไม่ปรึกษาก่อน
กองทัพรัสเซียบุกยูเครนกลายเป็นเหตุให้ชาตินาโตประสานงานใกล้ชิด มองว่าตนถูกคุกคาม ออกมาตรการตอบโต้หลายอย่าง เป็นเหตุให้เยอรมันกลับมาใกล้ชิดอเมริกา เยอรมันเป็นหนึ่งในฝ่ายประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามนาโตไม่ได้เป็นเอกภาพโดยสมบูรณ์ สมาชิกแต่ละประเทศยังพยายามรักษาผลประโยชน์ตนเอง ไม่ได้ตามใจรัฐบาลสหรัฐทั้งหมด แต่ไม่อาจปฏิเสธว่าสหรัฐได้ประโยชน์จากยุโรป จากเหตุการณ์นี้
ประการที่ 5 สร้างกองทัพให้เข้มแข็ง
นายกฯ โชลซ์กล่าวว่ารัฐบาลมองสถานการณ์โลกตามที่เป็นจริง จึงมุ่งมั่นพัฒนากองทัพ ให้มีอาวุธที่ดีขึ้น ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และเพิ่มกำลังพล ทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณจำนวนมาก เฉพาะปี 2022 จะเพิ่มงบกลาโหมอีก 100,000,000,000 ล้านยูโร (100 billion euro) และปีหน้าจะกำหนดงบกลาโหมเท่ากับ 2% ของจีดีพี มีโครงการพัฒนาเครื่องบินรบ โดรน รถถังรุ่นใหม่ บางโครงการจะพัฒนาร่วมกับชาติยุโรปอื่นๆ เช่น ฝรั่งเศส
ในอดีตมีข้อวิพากษ์มากมายว่ากองทัพเยอรมันอ่อนแอลง ขาดการเตรียมพร้อม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ มากกว่า กองทัพรัสเซียบุกยูเครนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ การตั้งงบกลาโหม 2% ของจีดีพีเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและเป็นไปตามความต้องการของรัฐบาลสหรัฐที่เรียกร้องเรื่อยมา
หากรัฐบาลเยอรมันยึดมั่นนโยบายงบกลาโหม 2% ของจีดีพีในอีก 4-5 ปีข้างหน้าจะเห็นกองทัพเยอรมันที่เข้มแข็งขึ้นมาก และเป็นแรงกดดันให้ชาตินาโตฝั่งยุโรปที่เหลือต้องปฏิบัติตาม
ในอดีตเยอรมันคิดว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศจะส่งเสริมความสัมพันธ์ ป้องกันสงคราม จึงทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจกับจีนหลายฉบับ นำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงจากรัสเซียมากขึ้น แต่สงครามยูเครนทำให้ความคิดเช่นนี้เปลี่ยนไป กลับสู่แนวคิดว่าต้องยืนบนขาตัวเองให้ได้ ต้องสร้างกองทัพให้เข้มแข็งพอที่จะป้องกันตัวเอง ไม่คิดหวังแต่นาโตในแง่มีกองทัพสหรัฐอีกต่อไป
แม้กระทั่งข่าวซื้อเครื่องบิน F-35 เพื่อทดแทนเครื่องบินติดอาวุธนิวเคลียร์เครื่องเก่า เกิดคำถามว่าทำไมยุโรปไม่พัฒนาเครื่องบินของตนเอง การใช้เครื่องบินสหรัฐบั่นทอนอุตสาหกรรมการบินยุโรปที่กำลังพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ FCAS
ไม่เพียงเท่านั้น มีข้อเสนอว่าเยอรมันไม่อาจคิดถึงแต่ความมั่นคงของตน ยังต้องรวมบทบาทหน้าที่ในฐานะสมาชิกนาโต ที่ชาติสมาชิกอื่นๆ คาดหวังทั้งในมุมนาโตภาพรวมกับนาโตที่เน้นฝั่งยุโรป ถึงเวลาแล้วที่จะฟื้นกองทัพเยอรมัน เป็นเวลาที่บริบทรับรอง รัฐบาลสหรัฐสนับสนุน
Margrethe Vestager รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเอ่ยถึง "strategic autonomy” ว่ายุโรปต้องตัดสินอนาคตด้วยตัวเอง เรื่องนี้เป็นประเด็นที่หลายประเทศยุโรปเอ่ยถึงเป็นระยะ
ความเป็นไปของยูเครนเป็นเรื่องเฉพาะหน้า เป็นการมองในกรอบแคบ เยอรมันมียุทธศาสตร์ภาพใหญ่และยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ต้องดำเนินไป ที่สุดแล้วยุโรปจำต้องรวมตัวกันต่อไป ไม่ว่าจะในนามนาโตหรือนาโตยุโรปหรืออื่นๆ เป็นยุโรปที่ต้องอยู่ร่วมกับชาติมหาอำนาจทั้งหลาย บทบาทเยอรมันในฐานะพี่ใหญ่เป็นเรื่องน่าติดตาม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มอสโกเดือดที่เคียฟสั่งโจมตีที่พำนักของปูติน แต่เซเลนสกีปัดว่าเป็นเรื่องโกหก
รัสเซียกล่าวหาเคียฟว่าใช้โดรนโจมตีที่พำนักของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ไม่ทิ้งเด็กไว้ข้างหลัง! หนุนแนวทางฟื้นฟูกายใจกลางวิกฤตภัยพิบัติและสงคราม
สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดเวทีสื่อสาร “แนวทางการดูแลและฟื้นใจเด็กในภาวะภัยพิบัติ-สงคราม” หวังก้าวผ่านผ่านวิกฤตเยียวยาฟื้นฟูทั้งทางกายและจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบ
เวเนซุเอลาจากพันธมิตรกลายเป็นศัตรูสหรัฐ
ความต้องการถอนอิทธิพลสหรัฐ เปลี่ยนเวเนซุเอลาจากพันธมิตรกลายเป็นศัตรู ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ สังคมอยู่ในสภาพอ่อนแอ ประชาชนอ่อนเปลี้ย ช่วยตัวเองไม่ได้
‘เท้ง’กลัวไม่ได้ตั้งรัฐบาล
กกต.เผยรับสมัคร สส.ทั้ง 400 เขตเรียบร้อยดี เตรียมรับสมัคร สส.บัญชีรายชื่อวันอาทิตย์นี้ เตือนประชาชนโพสต์ข้อความผิด กม.เลือกตั้ง เจอคุก 10 ปี
'เท้ง' นำทัพผู้สมัคร ปชน.สมัครวันแรก โวลั่นภารกิจตัดสีเทาออกจากประเทศ
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต นั่งรถเมล์ไฟฟ้าสีส้มเข้าสมัครรับเลือกตั้งวันแรก


