การทูตจีนยุคนี้ปรับเป็น “เชิงรุก” อย่างไร ให้ดูความเคลื่อนไหวและการแสดงความคิดเห็นของคุณ “หาน จื้อเฉียง” เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยคนใหม่
ตั้งแต่มารับตำแหน่งในประเทศไทยไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ท่านทูตหานพบปะกับผู้คนในวงการต่างๆ ในประเทศไทยอย่างคึกคัก
และพร้อมที่จะตอบคำถามทุกประเด็นที่จีนต้องการจะสื่อกับคนไทย
อีกทั้งตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องความเห็นทางลบเกี่ยวกับจีนจากภาคส่วนต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่านทูตหานตอบคำถามหลายข้อในงานสัมมนาออนไลน์กับสื่อมวลชนไทย
หลายประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่ควรจะนำมาเล่าขานเพื่อได้รับทราบถึงจุดยืนในเรื่องที่เป็นหัวข้อร้อนๆ อยู่
เช่น ตอนหนึ่งท่านทูตจีนประกาศว่า ประเทศต่างๆ ในภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย “ไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง”
นั่นย่อมหมายถึงจีนและสหรัฐฯ
เป็นจุดยืนที่น่าสนใจมากในภาวะที่มีการเผชิญหน้าที่หนักหน่วงขึ้นระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตันในหลายมิติ
ไทยมักจะถูกทั้ง 2 ฝ่ายกดดันให้โอนเอียงไปข้างของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเมืองเรื่องของผลประโยชน์
ในยุคสงครามเย็น ยักษ์ใหญ่ฝั่งโลกตะวันตกและคอมมิวนิสต์ก็ขีดเส้นแบ่งข้างชัดเจน ประเทศส่วนใหญ่ไม่มีทางเลือก ต้องตัดสินใจประกาศตนว่าอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง
แม้แต่กลุ่มที่เรียกตนเองว่า “ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” หรือ Non-Aligned Movement (หรือ NAM) ในขณะนั้นก็ยังหนีไม่พ้นถูกดึงไปข้างใดข้างหนึ่งในประเด็นนโยบายหลัก
ไทยถูกกดดันและน้าวโน้มไปอยู่ข้าง “โลกเสรี” และในขณะนั้นก็ยืนอยู่คนละข้างกับจีนและสหภาพโซเวียตกับเวียดนาม
แต่หลังสงครามเวียดนามสงบ ตามมาด้วยการสิ้นสุดของสงครามเย็น ไทยก็ปรับตัวคบหากับจีนคอมมิวนิสต์แต่ก็ยังคงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ เอาไว้อย่างต่อเนื่อง
วันนี้ไม่ว่าเราจะเรียกว่าได้เกิด “สงครามเย็นรอบใหม่” ระหว่าง 2 ยักษ์หรือไม่ แต่ในความเป็นจริงก็คือว่า การเผชิญหน้าขณะนี้ก็ทำให้ไทยและประเทศอื่นๆ ต้องถูกขอร้อง, กดดัน, และกึ่งบังคับให้ต้องเลือกข้าง
เมื่อทูตจีนบอกว่าปักกิ่งไม่ได้ต้องการให้ประเทศอื่นต้องเลือกข้าง จึงเป็นแนวทางที่น่าคิด
น่าคิดตรงที่ว่าจีนหมายความอย่างนั้นจริงหรือไม่
และสหรัฐฯ จะมีแนวคิดอย่างไรกับจุดยืนของจีนที่แถลงออกมาเช่นนี้
ในการสัมมนากับสื่อไทยวันนั้น ทูตหานบอกด้วยว่า จีนไม่ได้พยายามแข่งขันกับประเทศใดๆ เพื่อครองโลกหรือขยายอิทธิพล
ท่านทูตบอกว่ามีบางประเทศพยายามอย่างที่สุดเพื่อกดดันประเทศจีน สร้างข้อพิพาทและการเผชิญหน้า ซึ่งความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ที่จีน
โดยที่ท่านเน้นว่าประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง
แต่สามารถเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาของโลก
ท่านทูตย้ำว่าประเทศต่างๆ ควรเคารพซึ่งกันและกัน
ปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม และร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
ท่านบอกด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรเป็นความสัมพันธ์ของการเคารพซึ่งกันและกัน การปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
ทูตหานบอกว่าจีนคัดค้านแนวคิดสงครามเย็นและการเมืองแบบแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และต่อต้านการทำลายความสามัคคีและสร้างเงื่อนไขการเผชิญหน้ากัน
จีนยึดมั่นในการพัฒนาอย่างสันติ สนับสนุนความร่วมมือแบบ win-win และส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ และเชื่อว่าบนเส้นทางที่ถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาของโลกและทิศทางความก้าวหน้าของมนุษยชาติ
“เราจะมีเพื่อนอยู่ทุกหนแห่งในโลก และเรามีอนาคตที่สดใส ผู้มีคุณธรรมจะได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนกัน ผู้ซึ่งไร้คุณธรรมจะโดดเดี่ยว ความพยายามและการกระทำที่ทวนกระแสโลกและขัดต่อผลประโยชน์พื้นฐานของประเทศต่างๆ ในโลก ไม่ว่าพวกเขาจะมีอำนาจมากขนาดไหนและบ้าคลั่งเพียงใด ก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จและจะเผชิญหน้ากับความล้มเหลวในที่สุด...”
เป็นวาทะที่ตอกย้ำถึงจุดยืนของจีนในหลายๆ ด้านที่เป็นแนวทางการทูตจีนวันนี้อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง
วันนั้นท่านทูตหานยังถูกถามถึงข้อกล่าวหาจีนเรื่องแม่น้ำโขงที่น่าวิเคราะห์อีกด้วย
พรุ่งนี้ว่าต่อครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


