
แม้ไม่ส่งผู้ว่าฯกทม. แต่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ยังขอโอกาสทำงานในสภาฯกทม. เพื่อตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารกทม. และผลักดันสิ่งใหม่ๆให้ชาวกรุงเทพฯมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
"มินทร์ ลักษิตานนท์" ผู้สมัคร ส.ก.เขตจอมทอง เบอร์ 5ส.ก. ด้วยการนำจุดเด่นของพื้นที่ มาผลักดันให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิง ประวัติศาสตร์ พร้อม" ชู Soft power ดันสินค้าGI ที่เดียวใน กรุงเทพฯ อีกด้วย
ล่าสุด "เสี่ยโต" นายอภิชัย เตชะอุบล ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพ (ส.ก.)ได้ลงพื้นที่ ช่วย "มินทร์" โดยนั่งเรือไฟฟ้าต้นแบบ ลดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม ล่องไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ชุมชนวัดใหม่ยายนุ้ย วัดราชโอรส สวนลิ้นจี่ 100 ปี ที่มีลิ้นจี่บางขุนเทียนได้ขึ้นทะเบียน GI ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมายังเขตจอมทอง
"เสี่ยโต" บอกว่า ไม่กังวลแม้ผู้สมัคร ส.ก.เขตนี้ เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ เพราะพรรคเราสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ให้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนทางการเมือง คนรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถ มีไอเดียใหม่ๆ ในการพัฒนาพื้นที่ อย่าง "มินทร์" ถือเป็นคนรุ่นใหม่ ไฟแรง มีความตั้งใจเข้ามาเปลี่ยนแปลง แก้ปัญหา และพัฒนาชุมชนในเขตจอมทอง โดยเฉพาะการผลักดันการท่องเที่ยววิถีชุมชน ให้เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยว จึงมั่นใจว่า จะคว้าชัยชนะได้อย่างแน่นอน
"อย่างวันนี้ที่ได้พามาล่องเรือ ก็เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ผ่านวัดวาอาราม สวนลิ้นจี่ และคาเฟ่ในสวน ที่ผู้สมัคร ส.ก.ตั้งใจทำให้สำเร็จอีกหลายจุด ซึ่งหากทำได้ย่อมสร้างรายได้ให้ชุมชน มีการจ้างงาน มีการค้าขายดีขึ้นแน่นอน "
ขณะที่ "มินทร์ " มองว่า “การท่องเที่ยวแบบนี้เป็นการดึงต้นทุนทางวัฒนธรรมมาส่งเสริมรายได้ เป็นการใช้ Soft power เพื่อให้คนหันมาสนใจท่องเที่ยวเฉพาะทางแบบนี้ อย่างใน กรุงเทพฯ เขตจอมทองเป็นเขตเดียว ที่มีสินค้าขึ้นทะเบียนGI คือ ลิ้นจี่บางขุนเทียน ส้มบางมด ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นต้นทุนที่ดีมาก เมื่อเราสื่อสารได้ตรงจุด กลุ่มเป้าหมายก็จะเปิดใจรับและมาเที่ยว การจ้างงานจะเกิดขึ้น ร้านค้าระหว่างทางมาถึงที่ท่องเที่ยวจะขายดีขึ้น ทุกอย่างจะหมุนมาสู่ชุมชนทันที”
ด้วยกระแสคนรุ่นใหม่และ หาก ชาวจอมทอง ต้องการความเปลี่ยนแปลง "มินทร์" ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ได้ทั้งรักได้ทั้งวิตามิน
ควันหลงวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีคู่รักคนดังออกมาเปิดตัวและบ้างควงกันออกหวานโชว์สื่อ อย่างคู่รักการเมือง เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ควงภริยา “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิรามิษ” จดทะเบียนสมรสชื่นมื่น ส่วนที่ฮือฮาอีกคู่คือการเปิดตัวของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เปิดตัวหวานใจสวยเก่ง “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” ดารานักแสดง จนสาวๆ อกหักกันเป็นแถว
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

