
16 ก.พ. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่ามองข้ามพรรคกล้าธรรม
ถ้าหากว่าใครได้ติดตามความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้แถลงข่าวจับมือกับพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกัน ล่าสุดมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดสรรโควตารัฐมนตรีกัน ตามที่มีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะดูแลกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจ และกระทรวงด้านความมั่นคง ส่วนพรรคเพื่อไทยจะได้ดูแลในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษาและนวัตกรรม หรือ อว. กระทรวงแรงงาน ซึ่งถือว่าเป็นกระทรวง เกรด A และกระทรวงสำคัญหลายกระทรวง จนล่าสุดมีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะขอแลกกระทรวงแรงงานกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะไปผลักดันโครงการ หรือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยด้วย
ถ้าหากเป็นเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทย ได้ยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาจากพรรคกล้าธรรม ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้กับพรรคเพื่อไทยดูแล ซึ่งแสดงว่าการที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในลำดับต่อไป ก็ไม่มีโอกาสจะได้ควบคุมหรือดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกแล้ว เพราะกระทรวงนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้ยกให้เป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย จึงทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งหมายมั้นปั้นมือ และจองกระทรวงนี้มาก่อน ตั้งใจจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่เคยได้เป็นมา
ถ้าเป็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยไม่แคร์ ไม่สนใจ และไม่ให้ความสำคัญพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส ทั้งที่ได้มีการส่งสัญญาณมาก่อนว่า พรรคกล้าธรรมขอจองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่กลับมีเหตุผลจะขอยึดกระทรวงนี้ เพื่อให้นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี มากำกับดูแลด้วยตัวเอง แต่การที่พรรคภูมิใจไทย ยกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้กับพรรคเพื่อไทย แสดงว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับพรรคกล้าธรรม และไม่เห็น ร.อ.ธรรมนัส อยู่ในสายตา
ถ้าหากพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคลำดับ 3 ก็จะได้รับการจัดสรรโควตากระทรวงเกรด B เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะต้องทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ต้องคิดหนักว่า จะร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งทำให้พรรคกล้าธรรมอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าอยู่ในรัฐบาลต่อไป ก็ได้กระทรวงเกรด B ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แต่ถ้าหากเป็นฝ่ายค้าน ก็ต้องทำงานร่วมกับพรรคประชาชน ซึ่งไม่สามารถจะร่วมงานกันได้อย่างราบรื่น เพราะพรรคประชาชนตั้งข้อรังเกียจพรรคกล้าธรรมมาแล้วตั้งแต่ต้น
ถ้าเป็นเช่นนี้พรรคกล้าธรรมจำเป็นต้องร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยต่อไป และอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือกินน้ำใต้ศอกพรรคภูมิใจไทยต่อไป แต่ถ้าหากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจแบบนี้ ก็น่าจะเกิดรอยแค้นหรือความเจ็บใจอยู่ในใจของ ร.อ.ธรรมนัส อยู่ไม่น้อย
จึงขอเตือนให้ระวังการลดเกรด หรือไม่ให้ความสำคัญพรรคกล้าธรรม ซึ่งเคยจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน1มาแล้ว อาจจะถูกย้อนศรเหมือนกับกรณีที่ นายอนุทินตีกลองเอาฤกษ์เอาชัย ที่จังหวัดระนอง และในที่สุดไม้ตีกลอง เด้งกลับมาตีหน้าตัวเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุดิษฐ์' จี้ 'รบ.' แก้ปัญหาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานจริงจัง มากกว่าคำขอโทษปลอบใจหลังเกิดเหตุ
อนุดิษฐ์ ชี้คนไทยไม่ได้ต้องการเพียงคำปลอบใจหลังเกิดเหตุ แต่ต้องการเห็นรัฐบาลลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
'ส้ม' เขย่า 'ภท.' ลอยแพแก้รธน. หวั่นอำนาจสว.ทำสะดุด
'พนิดา' มองเป็นเรื่องดี-เคารพเสียง ปชช. หลัง 'ภูมิใจไทย-เพื่อไทย' เตรียมดันร่างแก้ รธน. แย้ม 'ปชน.' จ่อเสนอร่างด้วย ห่วง 21.6 ล้านเสียงสูญเปล่า ย้ำ ทุกพรรคต้องหาฉันทามติร่วมกันปมอำนาจ 1 ใน 3 สว. หวั่น ทำแก้ ม.256 สะดุด
นายกฯ รุดดูจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ คาใจทำไมไม่แจ้งเตือนมีรถคร่อมอยู่
นายกฯ รุดดูจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ แสดงเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ กำชับดูแลเยียวยาเต็มที่ เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต ย้ำชัดไม่ควรมียานพาหนะจอดคร่อมรางรถไฟ คาใจทำไมไม่แจ้งเตือนมีรถคร่อมอยู่
นายกฯผลักดันงาน 'ฮักบั้งไฟพุเตย' หนุนต่อยอดท่องเที่ยว–ซอฟต์พาวเวอร์ท้องถิ่น
นายกฯ เปิดงาน “ฮักบั้งไฟพุเตย 2569” ชื่นชมพลังชุมชนสืบสานวัฒนธรรม หนุนต่อยอดท่องเที่ยว–ซอฟต์พาวเวอร์ท้องถิ่น
'สว.นันทนา' เดือด! ตราหน้ารัฐบาลน้ำเงิน 'สักแต่พูดพลัส'
'นันทนา' จี้รัฐบาลหยุดเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ ลั่นทำแต่เรื่องไม่หาเสียง แต่สิ่งที่สัญญากลับไม่ทำ แซะถ้าจะเบี้ยวปชช. เปลี่ยนคำขวัญพรรคใหม่เป็น 'สักแต่พูดพลัส'

