พรรคคนทำงาน

เป้าหมาย ส.ส.100 ที่นั่งของพรรคภูมิใจไทย หลังหัวหน้าหนู-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ประกาศระหว่างประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคที่พระนครศรีอยุธยา เมื่อเร็วๆ นี้ อาจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่เกิดขึ้นได้เพราะผลของการทำงาน และผลักดันนโยบายจนสำเร็จ  

สะท้อนได้จากมุมมองของ "บังซุป" นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย หนึ่งในผู้บุกเบิกพรรคตั้งแต่เริ่มต้นกระทั่งก้าวสู่ปีที่ 14 

"ศุภชัย" ย้อนความว่า ช่วงเริ่มก่อตั้งพรรคในปี 2551 มีแต่เสียงสบประมาทว่าพรรคของเราจะต้องแตกดับและอวสานในสมัยรัฐบาลเดียวเท่านั้น 

แต่ในความเป็นจริง หลังการเลือกตั้งวันนั้นผ่านพ้นไป พรรคภูมิใจไทยก็ยังเป็นพรรคการเมืองอยู่ในสภา ถึงจะเป็นฝ่ายค้าน แต่เราก็ยังเข้มแข็งในการทำหน้าที่ และยังคงอยู่ยงคู่การเมืองไทยมากระทั่งการเลือกตั้งปี 2562 ที่พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นศรัทธาลงคะแนนเลือกเราเข้ามาเป็นผู้แทนจำนวนไม่น้อย

เราอยู่มาจนถึงจุดนี้ได้อย่างไร ...คำตอบของคำถามทั้งหมดอยู่ที่หลักคิดของพรรคเรา ผู้ใหญ่ในพรรคของเรา พูดตรงกันว่า ถ้าพรรคการเมืองไม่ทำงานให้ประชาชน เราก็ไม่เหลือคุณค่าอะไรเลย 

เริ่มต้นโดย "ครูใหญ่" ได้สร้าง “บุรีรัมย์โมเดล” เป็นต้นแบบและบทพิสูจน์คุณค่าที่มาจากผลแห่งการทำงาน กระทั่งยกระดับเป็น “ภูมิใจไทยโมเดล”

"หัวหน้าอนุทิน" พูดกับเราเสมอว่า มาอยู่กับเราแล้วเหนื่อย เพราะต้องทำงาน แต่ก็เพราะการทำงานนี่เอง ที่ทำให้นโยบายของพรรคสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ 

"วันนี้เราถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดแล้ว เราปลดเงื่อนไขผู้ค้ำออกจากการกู้ กยศ.แล้ว GRAB ถูกกฎหมายแล้ว ผู้ป่วยฟอกไตฟรี วันหยุดขึ้นทางด่วนฟรี และอีกหลายอย่างที่ใช้การกระทำ เปลี่ยนจากแผนหน้ากระดาษสู่ความสำเร็จ ถือเป็นแรงดึงดูดของพรรค ทำให้หลายท่านอยากมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย" ส.ส.ศุภชัยกล่าว  

"ทำงาน" คือ "วิถีคนภูมิใจไทย" ที่ช่วยยืนหยัดมาอยู่จุดนี้พร้อมเป้าหมายใหม่ 100 ที่นั่ง.  

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน