ลุ้นนายกฯ-เชียร์ “ออเจ้า”

“ไร้ภูมิปัญญา ไร้องค์ความรู้ ความสามารถ เป็นผู้นำที่พิการทางความคิด..”

นี่..แค่บางส่วนในญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภา..

พร้อมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยกขบวนกันไปยื่นต่อประธานสภาฯ คุณชวน หลีกภัย เมื่อวานซืน

ซึ่งเห็นปุ๊บใจก็พลันนึกถึงใบหน้าใครคนหนึ่งขึ้นมาทันที..ก็ “นารีขี่ม้าขาว” ที่ตะโกน “เอาอยู่ๆ” นั่นแหละ!

ทำไมให้นึกถึง ผมเห็นจะไม่บอกหรอกนะ แต่ถ้าเปรียบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับอดีตนายกฯ ขี่ม้าขาวที่หนีคดีความนางนั้น..

ถ้าหมอชลน่านไม่พิกล-พิการทางความคิด ก็น่าจะมองออกว่าประโยคข้างต้นควรจะใช้กับใคร?

ลืมไปแล้วหรือ ไม่กี่วันก่อน นายเหนือหัวของคุณหมอเพิ่งจะยกยอ-ยกย่อง “พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนเก่ง” ไปแหม็บๆ น่ะ!

ข้อหา..ไร้ภูมิปัญญา ไร้องค์ความรู้ ความสามารถ พิการทางความคิด ถามหมอชลน่านหน่อยเถอะ..พล.อ.ประยุทธ์จะได้เป็นถึง ผบ.ทบ. เป็นนายกรัฐมนตรีได้ไง..หือ?

และที่ว่า “เป็นยุคก่อหนี้มหาศาลเพื่อนำมาผลาญโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชน” ก็เช่นกัน ถ้าหมอชลน่านมีภูมิปัญญา มีองค์ความรู้ก็คงและเห็น..

ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงในด้านการพัฒนาอะไรไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางการขนส่ง-คมนาคม!

ช่างกล้าชี้หน้าด่าคนอื่นเนาะ.. “กู้หนี้มหาศาลเพื่อนำมาผลาญ” แล้วทีประเทศฉิบหาย 8-9 แสนล้านก่อนหน้านี้ล่ะ จะเรียกว่าอะไรดี.. “โคตรผลาญ” เบาไปมั้ย?

ผมไม่ได้จะปกป้องหรือมอง พล.อ.ประยุทธ์ดีเลิศเสียจนใครแตะต้องไม่ได้ แต่เห็นญัตติขอเปิดอภิปรายของฝ่ายค้านทีไร ก็ให้รู้สึกเวทนา-สมเพชเสียทุกทีไป!

ก็เพราะเก่งแต่การคิด-ใช้ถ้อยคำเย้ยหยัน เสียดสี ถากถาง การอภิปรายในสภาที่ผ่านมาแทนที่จะน็อกรัฐบาลให้ชัก-สลบคาเวที กลับเป็นฝ่ายรัฐบาลที่รุกไล่-ถลุงเสียจนหน้าหักยับยู่ยี่..

และคราวนี้ก็ดูท่าจะไม่แคล้ว เจอนายกฯ ลุงตู่สวนกลับเอาอีก..คอยดู!

แต่ที่ไม่ต้องคอยดูอีกต่อไปก็คือ..จากวันนี้ “นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุบสภาไม่ได้แล้ว”

ฉะนั้น ที่ตะโกนโหวกเหวกให้ “ยุบสภาๆ” ก็เห็นจะเงียบเสียงลงเสียที เหลือรอดูก็แต่การอภิปรายในสภา..นายกฯ ลุงตู่จะได้ไปต่อ หรือสิ้นสุดเพียงแค่นี้..

อยู่ที่หมอชลน่านกับพลพรรคฝ่ายค้านเท่านั้น..ระทึก-ตื่นเต้นกันใช่ไหมล่ะ?

เออ..ส่วนผมน่ะตื่นเต้นมาหลายเพลาแล้ว เพราะตั้งแต่เห็นตัวยง-ตัวอย่างหนังเรื่อง “บุพเพสันวาส 2” ที่ผู้สร้างเขาปล่อยออกมา ก็ให้เกิดความอยาก(ดู)ขึ้นมาทันที

ยิ่งมีข่าวพระเอก-นางเอก ทำท่าว่าจะรัก-เป็นแฟนกันนอกจอหลังจากที่ฝ่ายหญิงเลิกคบเป็นแฟนกับคุณเวียร์ ศุกลวัฒน์ ก็ยิ่งสร้างกระแสเชิญชวนให้ผมและแฟนคลับ..

กระหายที่จะดู-จะเห็น “ออเจ้า” กลับมาพบกันอีกรอบบนจอใหญ่!

แม้จะเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน (28 ก.ค.เข้าฉาย) แต่ฟังกระแสแล้ว เหมือนคอหนังจะเร่งวันเร่งคืนเพื่อที่จะได้ยกโขยงกันไปเข้าโรง ซึ่งถ้าจะให้คาดเดา ผมว่าหนังเรื่องนี้ต้อง 100 ล้านบาทขึ้น

ส่วนจะขึ้นไปถึง 200-300 ล้าน หรือมากกว่านั้น มีกูรูบางท่านกระซิบว่า “เป็นไปได้” เพราะยี่ห้อ “จีดีเอช” มันเหมือนใบประทับรับรองคุณภาพ และไหนจะมีบรอดคาสท์ฯ ร่วมทุน..

เรื่องที่จะปล่อยแบบสุกเอา-เผากินเห็นจะไม่มี!

เนี่ย..เชียร์ซะขนาดนี้ หวังว่าจะไม่ทำให้เสียหน้าหรอกนะ..ออเจ้า?.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

ชุดไทยพระราชนิยม

ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!