นักเศรษฐศาสตร์แนะรัฐบาลส่งสัญญาณให้ชัด ถ้าลอยตัวน้ำมันก็ลอย ไม่งั้นจะเกิดวิกฤตศรัทธา

31 มี.ค.2569-เพจ Dr. Nuch NOTES ของ ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี โพสต์ข้อความให้ความรู้เกี่ยวกับราคาน้ำมันว่า ระหว่าง 1. ลดภาษีสรรพสามิต หรือ 2. ให้กองทุนน้ำมันกู้มาอุดหนุดราคา – ต่างกันอย่างไร?

  1. การลดภาษีสรรพสามิตจะจำกัดการอุดหนุดราคา ได้มากกว่าให้กองทุนน้ำมันกู้มาใช้อุดหนุนราคา โดยเฉพาะถ้าเพดานหนี้สาธารณะสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  2. การลดภาษีสรรพสามิตและการอุดหนุนราคา เป็นการลดภาระแก่ผู้ใช้น้ำมัน แต่การให้กองทุนกู้มาใช้อุดหนุนราคา หวังว่าจะเรียกเก็บในอนาคตเมื่ออยู่ในสถานการณ์ปกติ ที่มีราคาน้ำมันต่ำ มาใช้คืนเงินกู้… คนที่ได้รับประโยชน์ตอนนี้คือคนกลุ่มนึงที่ต้องจ่ายคืนในอนาคต (สมมติว่าไม่มีการโอนหนี้ของกองทุนไปเป็นหนี้สาธารณะ) ในขณะที่การลดภาษีสรรพสามิตตอนนี้ ไม่สามารถเพิ่มภาษีในอนาคตเพื่อจัดเก็บภาษีที่หายไปคืนคลัง … คนเจ็บ คือ รัฐ
  3. เมื่อลดภาษีสรรพสามิต รายได้การจัดเก็บภาษีลดลง งบประมาณจะขาดดุลเพิ่มขึ้น และหากกู้เพิ่มขึ้น หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น คนจ่ายภาษีต่อให้ไม่ใช้รถก็จะต้องร่วมรับภาระ และเมื่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ความเปราะบางที่เพิ่มมากขึ้นอาจกระทบอันดับเครดิต แต่ถ้าจัดการฝั่งรายจ่ายให้เหมาะสม ไม่ให้ชาดดุลเพิ่มขึ้น การลดภาษีสรรพสามิตก็นับว่าไม่มีผลเสียต่อผู้เสียภาษีรายได้ที่ไม่ได้ขับรถ ในขณะที่ การกู้ของกองทุนจะเป็นภาระของผู้ใช้น้ำมัน ตราบใดที่หนี้ของกองทุนไม่กลายร่างเป็นหนี้สาธารณะ

ถ้าจะลอย ก็ลอยค่ะ อย่ากลับตัวมา manipulate ราคา อุดหนุนราคาด้วยกองทุนอีกค่ะ เพราะจะเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่แน่นอนให้กับผู้ใช้น้ำมัน เดี๋ยวแถวจะยาว จะมีคนเก็งกำไรอีก นโยบายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จะยิ่งทำให้คนไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่ประกาศออกมา เกิดเป็นวิกฤตศรัทธา มันจะยุ่งกว่าเดิม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. ไฟเขียวให้สกนช. กู้ 2 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมัน

'รสนา' ปลุก! ร่วมกันคัดค้านรัฐบาลไม่ให้กู้ 1.5 แสนล้านใส่กองทุนน้ำมันเพื่ออุ้มโรงกลั่น

รสนา โตสิตระกูล อดีตสว. โพสต์ข้อความว่า ร่วมกันคัดค้านรัฐบาลไม่ให้กู้ 1.5 แสนล้านใส่กองทุนน้ำมันเพื่ออุ้มโรงกลั่น !!