พระเอกษิทรามาแล้ว

เขียนเอง หรือใครเขียนบท (พูด) ให้ก็ช่าง..

ต้องบอกว่า..นี่ “บทพระเอก” หนังไทยยุค “สมบัติ เมทะนี” ที่ต้องสู้กับเหล่าอธรรม และบางครั้งก็ต้องร่วมมือกับอริ-ศัตรู เพื่อการบรรลุเป้าหมายเดียวกัน

ครับ..ผมกำลังพูดถึงคุณษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ที่เปิดใจถึงกรณีที่ได้ยื่นมือให้ความช่วยเหลือคุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ที่กำลังต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายในคดีการเสียชีวิตของดาราสาว แตงโม นิดา โดยเขากล่าวว่า..

 “ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนายอัจฉริยะ เพราะค้านสายตาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีนายอัจฉริยะ ในหลายคดีติดต่อกัน เหมือนเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาตั้งแต่ปี 2561

แต่วันนี้ขอลืมเรื่องบาดหมางในอดีต เพราะอยากร่วมพิสูจน์ความจริงเรื่องการเสียชีวิตของแตงโมแบบมีเงื่อนไขอย่างเดียว คือ ต้องมีหลักฐานเด็ดที่เห็นว่ามีมีดกรีดขา

หรือมีการรับสารภาพของคนบนเรือที่บ่งชี้ได้ว่าเป็นการฆาตกรรมจริง เนื่องจากหลักฐานดังกล่าวจะทำให้สู้ชนะทุกคดี และสามารถทำให้เรื่องจบได้โดยไม่มีข้อกังขา..

อย่างไรก็ตาม จะให้คนกลางนัดหมายนายอัจฉริยะ ในวันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายนนี้ เพื่อมาตรวจสอบหลักฐานเด็ดที่นายอัจฉริยะกล่าวอ้าง

ซึ่งหากมีอยู่จริงแล้วนายอัจฉริยะไม่กล้าเปิด ตนก็พร้อมที่จะพลีชีพเปิดเผยให้เอง”

เห็นมั้ย..มาดพระเอกควบม้าสง่ามาเต็มจอเลย หรือถ้าจะให้เห็นภาพชัด ก็ลองย้อนตอน “น้าบัติ” ยื่นมือให้คุณดามพ์ ดัสกร จับ พร้อมประกาศจะลุยกับเจ้าพ่ออย่างเกชา เปลี่ยนวิถี ยุคนู้นเอา!

จากนี้ก็คอยตามดูว่าเมื่อพระเอก-ษิทรา ยื่นมือให้กับคนที่เคยมีเรื่องบาดหมางต่อกันจับแล้ว คุณอัจฉริยะจะแสดงความรู้สึกอย่างไร จะยื่นมือยินดี หรือสะบัด..

ไม่ต้องรอ..23 มิ.ย. ก็จะได้รู้-ได้เห็น!

และหาก “สิงห์เหนือ-เสือใต้” สองพระเอกจับมือกันได้ ด้วยเป้าหมายเดียวกัน ความสะพรั่นพรึงก็น่าจะตกอยู่ที่ “หมาต๋า” แม้มือซ้ายจะกำกฎหมาย มือขวาจะถือปืนยืนตระหง่าน..

แต่ก็เห็นจะชะล่าใจ ย่ามใจกับการไล่ล่าคุณอัจฉริยะอย่างที่กระทำอยู่ต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ?

ยิ่งคุณษิทราคำรามลั่น.. “หากมี (หลักฐานเด็ด) อยู่จริงแล้วนายอัจฉริยะไม่กล้าเปิด ตนก็พร้อมที่จะพลีชีพเปิดเผยให้เอง” ด้วยแล้ว..

ตำรวจก็ตำรวจเถอะ..ต้องมีหนาว และระทึกใจกันบ้างแหละ!

เออ..ว่าแต่ฉากนี้ถ้าให้ยิ่งเข้มข้น ระหว่างการจับมือ-โชว์หลักฐานเด็ดของคุณษิทรากับคุณอัจฉริยะ หากมี “ทนายเดชา” ปรากฏตัวร่วมเฟรมขึ้นมาอีกคน..

คงจะมีเสียงปรบมือ-เสียงกรี๊ดสนั่นลั่นโรง เหมือนนั่งดู “เสาร์ห้า” หรือไม่ก็ “7 ประจัญบาน” สมัยโน้น ยังไง-ยังงั้นเลย!

ก็..หวังว่าฉากบู๊นี้จะไม่กลายเป็น “ซีนดรามา” พลิกอารมณ์คนดูนะ ผมหมายถึงคุณอัจฉริยะต้องมีหลักฐานเด็ดที่เห็นว่ามีมีดกรีดขา หรือมีการรับสารภาพของคนบนเรืออยู่ในมือจริง

เพราะไม่เช่นนั้น พระเอกษิทราก็จะควบม้ามาเหนื่อยฟรี และดี-ไม่ดี อาจจะผิดใจ-บาดหมางใจกันหนักกว่าเก่า นี่ผมคิดเอาเล่นๆ คดีแตงโมดูๆ เหมือนมีอาถรรพ์..

นอกจากทำให้เพื่อนๆ แตกคอ-ฟ้องร้องกันนัวเนียแล้ว เหล่าทะแนะ-ทะนง-ทนาย ก็คอยแต่จะหักเหลี่ยม-เชือดเฉือน-ยกตนข่มท่านจนดูวุ่นวาย!

กระทั่ง ส.ส.ปัดเศษ ก็ทำท่าต้องมา “พลีชีพ” กับคดีนี้แบบโง่ๆ ง่ายๆ ด้าน “คุณแม๊” ก็ไม่วาย ทั้งๆ ที่ตัวเองหัวใจสลาย ก็ยังต้องพลอยถูกมองเป็น..

“นังร้าย” นอกจออยู่ทุกวัน!.

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

ชุดไทยพระราชนิยม

ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!