ปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในมุม LGBTQ+

ประสบการณ์อันน่าจดจำ การได้ออกผจญภัยและการออกไปเพลิดเพลินกับโลกกว้าง คือนิยามของ “การเดินทาง” แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้เดินทาง LGBTQ+ ทั่วโลกต่างพบเจอประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากนิยามอันแสนสุขของการเดินทาง โดยผลการสำรวจล่าสุดของ Booking.com จากการสอบถามผู้เดินทาง LGBTQ+ ใน 25 ประเทศทั่วโลก เผยว่า 82% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ทั่วโลก และ 87% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยรู้สึกไม่ได้รับการต้อนรับ และเคยสัมผัสประสบการณ์ที่ชวนให้อึดอัดหรือไม่ค่อยเป็นมิตรนักเมื่อเดินทาง

การสำรวจข้อมูลนี้เผยให้เห็นถึงอุปสรรคในการเดินทางอย่างเท่าเทียมที่ผู้เดินทาง LGBTQ+ ยังต้องเผชิญ โดย 75% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยเปิดเผยว่า

พวกเขาเคยเผชิญการเลือกปฏิบัติระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการถูกตัดสินหรือถูกเหมารวม 34% การโดนจ้องมอง หัวเราะเยาะ หรือทำร้ายจิตใจด้วยวาจาจากผู้เดินทางคนอื่น 29% และจากคนในท้องถิ่น 23% ด้วยเหตุนี้เองผู้เดินทาง LGBTQ+ จึงมีความกังวลใจในการตัดสินใจออกเดินทางในแต่ละครั้ง ตั้งแต่การเลือกจุดหมายปลายทาง ไปจนถึงการเลือกกิจกรรมที่พวกเขาจะเข้าร่วมระหว่างเดินทาง 

โดยข้อพิจารณาของพวกเขามีดังนี้ คือ 74% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยกล่าวว่า การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน LGBTQ+ ส่งผลต่อการตัดสินใจของพวกเขาเมื่อวางแผนออกเดินทาง ส่วน 73% ระบุว่าพวกเขาต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีในฐานะผู้เดินทาง LGBTQ+ ขณะที่ LGBTQ+ ชาวไทยกว่าครึ่ง 58% รู้สึกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน LGBTQ+ มีผลต่อเลือกหรือจัดอันดับ “จุดหมายปลายทางในฝัน” ที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต และ 58% รู้สึกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน LGBTQ+ มีผลต่อการเลือกผู้ร่วมเดินทาง

แม้ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งในชุมชน LGBTQ+ จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายบนเส้นทางของการเดินทางอย่างเท่าเทียม แต่ก็ยังมีพื้นที่อีกมากที่พร้อมต้อนรับและมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับทุกคน โดย 85% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทย เห็นพ้องตรงกันกับผู้เดินทาง LGBTQ+ ทั่วโลกว่า ประสบการณ์การเดินทางส่วนใหญ่ที่พวกเขาเคยเผชิญถือเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและน่าจดจำ และ 83% ระบุว่าการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม LGBTQ+ ทำให้พวกเขารู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้นในฐานะผู้เดินทาง 

นอกจากนั้นพวกเขายังแชร์เรื่องราวน่ายินดีที่พบเจอระหว่างออกทริป เช่น 31% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นมิตร และได้รับข้อมูลที่จำเป็นจากผู้ให้บริการที่พัก, 29% เผยว่า พวกเขาได้รับคำแนะนำที่ดี อีกทั้งยังได้ข้อมูลเกี่ยวกับท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์ในการท่องเที่ยวระหว่างที่เข้าพัก และ 34% ได้รับความประทับใจแรกพบจากที่พัก ทั้งการได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงาน หรือการได้เครื่องดื่มต้อนรับ 

ผลสำรวจของ Booking.com ยังเผยให้เห็นอีกว่า การให้ความสำคัญกับชุมชน LGBTQ+ ของผู้คนที่อยู่ในจุดหมายปลายทางนั้นๆ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ผู้เดินทาง LGBTQ+ ตัดสินใจเลือกสถานที่ดังกล่าวเป็นปลายทางในการเดินทางท่องเที่ยว โดยกว่า 75% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยมีแนวโน้มที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ให้การสนับสนุนชุมชนและประวัติศาสตร์ของ LGBTQ+ ในท้องถิ่น นอกจากนี้ผู้เดินทาง LGBTQ+ เลือกที่จะเดินทางไปยังจุดหมายที่สนับสนุนชุมชน LGBTQ+ และพวกเขายังคงมองหาบริการจากผู้ให้บริการหรือแบรนด์ที่สนับสนุน LGBTQ+ อีกด้วย 

โดย 75% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยเผยว่า พวกเขามีแนวโน้มที่จะมองหาสิ่งที่น่าสนใจหรือกิจกรรมที่เหมาะกับกลุ่ม LGBTQ+ โดยเฉพาะ ขณะที่ 71% ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับที่พัก แบรนด์ และผู้จัดกิจกรรมต่างๆ ก่อนทำการจองที่พัก เพื่อให้เข้าใจถึงบทบาทของที่พักและผู้ให้บริการด้านการเดินทาง รวมไปถึงแบรนด์เหล่านั้นในการสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ เหตุนี้เอง 82% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยจึงมีแนวโน้มที่จะเลือกที่พัก หรือแบรนด์ใดๆ ที่มีความทุ่มเทในการสนับสนุนชุมชน LGBTQ+ มากกว่า

อย่างไรก็ดี เนื่องจากการเดินทางที่จะต้องเข้าถึงได้โดยเท่าเทียมและเป็นมิตรสำหรับทุกคน ผลสำรวจล่าสุดนี้จึงเผยให้เห็นถึงโอกาสสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางและผู้เดินทาง ในการร่วมมือกันสร้างโลกแห่งความเท่าเทียมที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้อย่างแท้จริง โดยในส่วนของ Booking.com หนึ่งในผู้ร่วมขับเคลื่อนแวดวงการเดินทาง ทราบดีว่าที่พักมีบทบาทสำคัญในการมอบประสบการณ์ที่เท่าเทียมให้กับผู้เดินทางทุกคน จึงดำเนินการเชิงรุกเพื่อให้ทุกคนออกเดินทางโดยเป็นตัวของตัวเองได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น. 

รุ่งนภา สารพิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน