ดูฤกษ์พานาทีที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังอยู่ใน การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ได้พบหน้าค่าตากับผู้นำประเทศต่างๆ แต่ดูเหมือนรัฐบาลกลับเกิดอาการระส่ำระสายหนัก โดยเฉพาะบรรดาบรรดาผู้แทนราษฎรในซีกพรรคร่วมรัฐบาล ...๐
ล่าสุด “สำลี รักสุทธี” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงหรือไม่ และให้นายสำลีหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.2564 ...๐
ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ได้มีหนังสือถึงประธานรัฐสภากรณีศาลมี คำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดี “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับพวกรวม 87 คน ในคดีทุจริตสนามฟุตซอลโคราชไปแล้ว ซึ่งมีผลให้จำเลย 3 คน คือ นายวิรัช, นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา และนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ไปแล้ว โดยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2/2564 เป็นนัดแรก “ประธานชวน หลีกภัย” ก็ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า มี ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งหมด 476 คน ซึ่งเป็นการรวม 3 คน ที่ถูกหางเลขคดีฟุตซอลไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รวมกรณีนายสำลี ฉะนั้นเบ็ดเสร็จแล้วก็มี ส.ส.ที่ทำหน้าที่ได้ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 475 คนเท่านั้น ...๐
ต้องเรียกว่าการเมืองว่าด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่รุมเร้าเข้าสู่พรรคร่วมรัฐบาลกันอย่างจังเบอร์ ที่สำคัญยังมาโป๊ะเชะในช่วงการเปิดประชุมสภาเสียด้วย งานนี้พรรคพลังประชารัฐภายใต้การดูแลของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. จึงต้องรีบควานหาบุคคลที่จะนั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือประธานวิปรัฐบาลโดยเร็ว ซึ่งก็ มีชื่อ “นิโรธ สุนทรเลขา” ส.ส.นครสวรรค์ โผล่มาแล้ว แต่ พปชร.นั้นหากย้อนดูให้ดีจะเห็นว่าชื่อที่โผล่มาแรกๆ ส่วนใหญ่จะเป็นขาปิ๋วเสียเป็นส่วนใหญ่ ...๐
ในขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยหรือพรรคชินวัตร ภายใต้สโลแกน “พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน” ที่ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีบรรจงคิดและบรรจงผลักดันการ เปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคคนใหม่จากคนบ้านเดียวกันอย่าง “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” มาเป็น “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” รวมทั้งดัน “แพทองธาร ชินวัตร” หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนเล็กขึ้นประธานที่ปรึกษาการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมใหม่ ก็มีอันทำให้เอฟซีทั้งหลายถึงกับอ้าปากค้างกันเลยทีเดียวในเรื่องมาตรา 112 เพราะนายใหญ่โพสต์เฟซบุ๊ก แบบหักด้ามพร้าด้วยเข่ากับข้อเสนอของ “ชัยเกษม นิติสิริ” ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย ที่บอกว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 และ 116 ...๐
งานนี้ก็ไม่รู้อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและอดีตอัยการสูงสุดจะมีหน้าเหลืออยู่กี่นิ้ว เพราะท่าทีตอนประกาศเรื่องดังกล่าวนั้นขึงขังอย่างมาก แต่เมื่อเจ้าของพรรคตัวจริงไม่เล่นด้วย “ชัยเกษม” จะทำตัวอย่างไร หรือจะเป็นประเภทลูกผู้ชายยืดได้หดได้ก็ไม่รู้ เพราะหากมองลึกกันลงไปกับข้อเสนอของ “ชัยเกษม” นั้น นอกจากทำเพื่อดึงดูดใจคนรุ่นใหม่แล้ว ดูเหมือนจะเป็นช่วยเบี่ยงประเด็นของ “อุ๊งอิ๊ง” ในเรื่องของการสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัยที่เป็นตำนานในวงการศึกษาไทยเสียด้วย ...๐
แต่ไม่ว่าอย่างไร ยามนี้ “ทักษิณ” ก็โดนบรรดาแฟนานุแฟนโหมประโคมด่า ไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะจาก “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งลี้ภัยการเมืองในฝรั่งเศสถึงกับโพสต์ว่าเหลือเชื่อกับแนวคิดของทักษิณ ก่อนจะตำหนิว่าเป็นผู้นำทางการเมืองที่ขี้ขลาด พร้อมระบุด้วยว่าปล่อยให้เด็ก หรือแม้แต่ฝ่ายตามของตัวเองเข้าคุกไป เผื่อวันหลังชนะค่อยมารับประโยชน์ พิโธ่! ศักดิ์เจียมเพิ่งจะรู้เหรอ บรรดาคนเสื้อแดงที่ล้มตายและติดคุก ยกเว้นพวกสู้แล้วรวย เขารู้เช่นเห็นชาติกันหมดแล้วว่า “สัมภเวสีแม้ว” เป็นคนเยี่ยงไร ก็มีแค่บรรดา "เอฟซี” ฝังหัวเท่านั้นที่ยังบอกว่า “ตดแม้วหอม” อยู่นั่นแล ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


