
“การแสดงความคิดเห็นสามารถทำได้
แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติกัน และที่สำคัญดาราไม่ใช่ถังขยะอารมณ์ของใคร ที่คิดจะว่า จะด่า อะไรก็ได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณกล้าพิม ก็จงกล้ารับในผลที่ตามมาด้วยละกันครับ ขอบคุณครับ”
นี่..ผมไม่ได้เตือนหรอกนะ แต่คนที่เป็นดาราอย่างคุณเฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ หรือ “แจ็ค แฟนฉัน” เขาเตือน และดูเหมือนจะเป็น “คำเตือน” ที่พ้องประสานของคนในวงการบันเทิงมาตลอด!
กระนั้นก็ยังมีบรรดาเกรียนคีย์บอร์ดอยู่อีกมากที่ไม่ได้สนใจหรือแคร์กับคำเตือนนี้ จึงได้เห็น-ได้อ่านข่าวอยู่แทบทุกเมื่อเชื่อวัน ก็ไม่รู้เหมือนกัน..พ่อ-แม่มันรวยมากหรืออย่างไร?
เช่นกันกับรายนั้น..พ่อ-แม่รวย-จนไม่รู้ รู้แต่ว่าเวลานี้ตัวเองได้ปวารณาตัวเป็น “ขี้ข้า-ทาสรับใช้คนรวย” แบบถวายชีวิตอย่างเปิดเผย และเพื่อการทำหน้าที่ขี้ข้าให้เข้าตานาย..
วันเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเมื่อวันก่อน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จึงได้เค้น-คิดประดิดประดอยวาทกรรมหวังให้ดูโดดเด่นเป็นดาวสภา!
แต่..ผลของการเปรียบรัฐบาลประยุทธ์เป็นรัฐบาล 608 กลับกลายเป็นหอกพุ่งแทงตัวเอง เพราะนอกจากสังคมจะวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมแล้ว
ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ก็ได้โพสต์..
“จะอภิปรายโจมตีการทำงานของรัฐบาลก็ว่าไป แต่การนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่ม 608 ผมว่าอันนี้ไม่สร้างสรรค์อย่างมาก
เป็นการ bully ทั้ง "เหยียดอายุ" (ageism) และ "เหยียดผู้ป่วย" (patient discrimination) และยังเป็นการเปรียบเทียบที่ผิดอีกด้วย
กลุ่ม 608 เป็นคำที่ใช้เรียกประชาชนกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อโควิด ไม่ได้เป็นกลุ่มที่ "ไร้ความสามารถ" อย่างที่ต้องการจะสื่อ
กลุ่ม 608 ยังทำงานได้ เช่นเดียวกับ ส.ส.หลายคนในสภาฯ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่รวมอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน ประสิทธิภาพการทำงานขึ้นอยู่กับความสามารถ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการเป็นกลุ่ม 608
นอกจากนั้น กลุ่ม 608 ยังไม่ใช่เพียงกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วย แต่ยังรวมถึง "หญิงตั้งครรภ์" ด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ การเป็นกลุ่ม 608 นั้น "ไม่ใช่ความผิด"
ผมจึงขอให้สื่อและผู้ใช้สื่อทุกคนเลี่ยงหรือละเว้นการนำเสนอข้อความนี้ เพราะนอกจากจะเป็นข้อความเหยียดผู้อื่นแล้ว
ยังอาจจะกลายเป็นวาทกรรมที่เป็นการ "ตีตรา" (stigmatize) ให้กลุ่มประชาชน 608 ในทางลบอย่างไม่เป็นธรรมอีกด้วย”
เป็นไงล่ะ..เจอเลกเชอร์เข้าอย่างนี้แทบหมดแรงกระโชก-เห่าต่อวันนี้-พรุ่งนี้เลยสิท่า จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ไหงกลับใช้สัปปายะสภาสถานเป็นที่บูลลี่ เหยียดวัย-เหยียดผู้ป่วยซะงั้น?
จึงไม่แปลกใจที่ผู้คนเขาสงสัย..พล.อ.ประยุทธ์หรือหมอชลน่านกันแน่ที่ “พิการทางสมอง”?
และลำพังลูกน้องว่า “พิการ” แล้ว อ่านที่ลูกพี่พูด.. “เอาละที่ผมเคยพูดไปวันนั้นท่าน ว่าวัคซีนร้อยล้านโดสมาแน่นอนสิ้นปีนี้ ร้อยบาทเอาขี้หมากองเดียว สิ้นปีนี้ไม่มีร้อยล้านโดสฉีดให้ประชาชน
และวันนี้เห็นท่านรัฐมนตรีสาธารณสุขบอกว่าผมแพ้พนัน ว่าพนันกันขี้หมากองเดียว ผมก็ไม่เป็นไร ถือว่าท่านมีแรงจูงใจดีเลยทำสำเร็จ
ท่านเลยบอกว่าจะเอาขี้หมามาให้ผม ช่วยเตรียมไว้เยอะๆ หน่อยนะ จะเอาไปอุดรูรั่วบนหลังคาสภาที่บริษัทท่านสร้าง”
ครับ..ต้องพิการทางสมอง-พิการศีลธรรมขั้นสูง ถึงจะคิด-พูดอย่างนี้ได้ สัปปายะสภาสถานไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ แต่..
ควรให้เกียรติ-ให้ความเคารพนะโทนี่!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”
ชุดไทยพระราชนิยม
ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!

