
“ถือว่าเป็นพฤติกรรมของแต่ละท่าน
หากปฏิบัติผิดข้อบังคับประธานก็ควบคุมได้ แต่จะควบคุมมารยาทจริยธรรมบางทีก็ยาก”
นี่..ไม่ใช่ใบมีดโกน แต่เป็นคำพูดธรรมดาเนิบๆ จากปากของคุณชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ตอบคุณคารม พลพรกลาง ที่ได้หารือในที่ประชุมสภาก่อนลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า..
“มี ส.ส.บางคนเอาดอกไม้จันทน์เข้ามาในสภาทำไม สภาแห่งนี้เป็นที่ทรงเกียรติไม่ใช่วัด ไม่ใช่เมรุ ขอให้ประธานควบคุมและดูความเรียบร้อยด้วย”
ซึ่ง ส.ส.บางคนที่คุณคารมว่านั้น เท่าที่เห็นจากภาพ-ข่าวขณะนำดอกไม้จันทน์ไปวางยังหน้าที่นั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี..
ก็..มีนายรังสิมันต์ โรม หนึ่งล่ะ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อีกหนึ่งของพรรคก้าวไกล ซึ่งใครที่ได้ดู-ได้เห็น ถ้าใจไม่อคติหรือไม่บอดแล้วไซร้ คงจะคิดคล้ายหรือเหมือนกัน..
ต้องอัปรีย์-จัญไรแค่ไหนถึงทำพฤติกรรมเช่นนี้ได้กลางสภาอันทรงเกียรติ?
เข้าใจล่ะ ว่ามันยากที่จะ “ควบคุมมารยาทจริยธรรม” ของคนเป็นผู้แทนฯ ในสภาอย่างที่ “ประธานชวน” ยอมรับ แต่คงไม่ยากกระมัง..
หากประชาชนจะได้พิจารณาเลือกคนเป็น “ผู้แทน” ของท่าน ที่พอจะมีคุณธรรม-จริยธรรมติดตัวอยู่บ้าง ว่ามั้ย?
อย่างท่านนี้ คุณกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ถ้าผมพักอาศัยอยู่ย่านนั้น ก็เห็นจะต้องเลือกเป็น “ผู้แทน” ของผมแน่นอนต่อไป
ทำไมน่ะหรือ? ก็อ่านที่ ส.ส.กานต์กนิษฐ์โพสต์ดูสิ.. "หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจสิ้นสุดลง นี่เป็นครั้งแรกที่กานต์ขอใช้พื้นที่นี้ พูดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา
ก่อนอื่นกานต์ต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจ ที่ส่งให้กานต์และครอบครัวตลอดช่วงเวลาอภิปรายที่ผ่านมา
ซึ่งในการอภิปรายครั้งนี้ของกรณีคุณชัยวุฒิ กานต์มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวของเรา ไม่ว่าบทสรุปของครอบครัวกานต์จะลงเอยอย่างไร
กานต์และคุณชัยวุฒิ ยอมรับการตัดสินใจของกันและกันและพร้อมจะดูแลลูกๆ ของเราอย่างดีที่สุด
กานต์ไม่ปรารถนาให้ใครก็ตามเอาเรื่องภายในครอบครัวของกานต์มาเป็นเป็นเครื่องมือทางการเมือง มาพูดในสภา เพื่อสร้างเครดิตให้ตัวเอง
ลูกๆ ของกานต์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เขายังเด็กและไม่ควรมารับรู้เรื่องที่ผู้ใหญ่ก่อขึ้น และเขาอาจจะต้องเผชิญกับสายตาแปลกๆ จากสังคมที่โรงเรียนของเขา
วันนี้เป็นวันลงมติกัน กานต์ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานอย่างมีสติว่า กานต์ต้องแบ่งแยกให้ได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว และที่สำคัญเหนือสิ่งใด
คือความรู้สึกของลูกๆ เมื่อลูกโตขึ้นหนูจะเข้าใจว่า ไม่ว่าใครพยายามจะทำร้ายครอบครัวเราในสภาอย่างไร....ทุกอย่างที่แม่ทำ แม่จะไม่ทำให้ลูกๆ เสียใจ”
ครับ..ปัญหาในครอบครัวของคู่ผัว-เมีย ก็เป็นเรื่องยากไม่ต่างจากการ “ควบคุมมารยาทจริยธรรม” ของบรรดา ส.ส.ในสภานั่นแหละ
และการที่ ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยนำเรื่องภายในครอบครัวของคุณกานต์กนิษฐ์กับรัฐมนตรีชัยวุฒิ อภิปรายโจมตีฝ่ายชายเสมือนหนึ่งปกป้องเกียรติ-ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงด้วยกันนั้น
จะมองเห็นเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเป็นการ “หวังดีประสงค์ร้าย” เสียมากกว่า ซึ่งนักการเมืองจะชั่วดีถี่ห่างเขาก็ไม่เอาเรื่องพรรค์อย่างนี้มาพูด-มาโจมตีกันในสภา..
จะด้วยมารยาทหรือจริยธรรมก็สุดแท้ แต่เมื่อคุณกานต์กนิษฐ์ใช้สติมากกว่าอารมณ์ก่อนตัดสินใจโหวตไว้วางใจให้คุณชัยวุฒิ ฝ่ายผู้หวังดีประสงค์ร้ายก็เห็นจะต้องผิดหวัง-ตาร้อนกันไป
ส่วนคุณชัยวุฒิจะรู้สึกอย่างไรไม่อาจเดาใจได้ แต่ถ้าเป็นผมจะบอกว่า..
ขอบใจนะที่รัก..จุ๊บจุ๊บ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”
ชุดไทยพระราชนิยม
ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!

