
หัวใจเธอสวยมาก!
ถ้าจะพูดคำนี้กับคุณศุภชัย ศรีวิจิตร หรือที่ดารา-ศิลปินในวงการเรียกขานกันว่า “แม่เอ” ก็เห็นจะพูดได้เต็มปากเต็มคำ
เพราะที่เธอยอมเสียเงิน-เสียเวลาไปเจรจากับผู้บริหารบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์เพลงมอบให้นักร้องลูกทุ่งสาว “ตั๊กแตน ชลดา” ได้ร้องหน้าเวทีโดยไม่เป็นการละเมิดนั้น
ในวงการนี้ (แทบ) ไม่มีใครเคยทำ ที่สำคัญต่อให้มีเงิน (ซื้อลิขสิทธิ์) แต่ต้นสังกัดอาจจะปฏิเสธได้ หากคนติดต่อ-เจรจาไม่มีบารมีมากพอ!
“ขอทำเพื่อลูก ต่อจากนี้ไปลูกไม่ต้องร้องเพลง 7 คำ ให้แฟนคลับได้ฟังแล้ว ร้อง 1000 คำไปได้เลย เราจะได้มาเปิดผ้าม่านกั้นด้วยกัน” ..คุณเอได้กอดและบอกกับหนูตั๊กแตนอย่างนี้
ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 ภายในระยะเวลา 1 ปี..
จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะไม่ไปตอแย หรือฟ้องร้องนักร้องลูกทุ่งสาวคนนี้ หนูตั๊กแตนสามารถจะร้องเพลงที่ตัวเองได้บันทึกเสียงได้ทุกคำ-ทุกเพลง แฟนเพลงก็จะได้ไม่ต้องอึดอัดใจ
ก็..ต้องขอบคุณคุณศุภชัยและจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ได้ช่วยเหลือ เปิดทาง-เปิดโอกาสให้นักร้องได้ก้าวเดิน-ทำมาหากินต่อไปได้บนถนนสายนี้
ผมน่ะไม่อยากพูดว่าใครถูก-ใครผิดระหว่างค่ายเพลงกับนักร้อง เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผล และน่าเห็นใจทั้งสองฝ่าย ซึ่งการที่มีปัญหาต้องแหกสัญญิง-สัญญา..
ทางต้นสังกัดก็จำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ จะปล่อยให้ศิลปินนำเพลงที่ใช้เงินลงทุนเชียร์ (นับสิบล้าน) กว่าจะดังไปร้องเก็บเกี่ยวประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียวก็คงจะทำใจลำบาก!
บางค่ายจึงเลยประกาศห้ามนักร้องที่มีปัญหา-ออกจากบริษัทไปแล้ว นำเพลงที่อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัท แม้จะเป็นเพลงที่นักร้องผู้นั้นบันทึกเสียงไว้ ไปร้องหน้าเวทีเด็ดขาด..
ไม่งั้นจะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์!
ฟากศิลปินก็มีสิทธิ์จะคิด ในฐานะคนร้อง คนสร้างสรรค์ ก็ควรที่จะมีสิทธิ์ในเพลงนั้นๆ ไม่ว่าจะอยู่หรือออกจากบริษัทไป ก็สามารถจะร้องเพลงเพื่อประโยชน์ตัวเองได้
นี่..ผมไม่แน่ใจ ระหว่างจีเอเอ็ม แกรมมี่ กับหนูตั๊กแตน จะใช่ปัญหานี้หรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเรื่องอันใด หนูตั๊กแตนก็ต้องเชื่อฟังที่แม่เอว่า ต้องรักและไม่โกรธแกรมมี่นะจ๊ะ!
ครับ..เห็นความช่วยเหลือของคุณเอ ศุภชัย ในเรื่องนี้แล้วก็ให้รู้สึกชื่นชม และเท่าที่เฝ้าติดตามดูแต่ไหนแต่ไรมา พูดได้เลยว่า นักปั้นมือทองคนนี้..
ทำตัวเป็น “พี่มีแต่ให้” กับน้องๆ ตลอดมา และไม่เคยมีปัญหากับคนในวงการบันเทิงเลยสักครั้ง ก็ขอให้ยึดมั่นประพฤติ-ปฏิบัติตนได้อย่างนี้ต่อไปนะนุ้ยนะ!
พูดถึงปัญหาคนในวงการ..หลังคุณบอล เชิญยิ้ม ตลกคนดังประกาศบอกเจ้าภาพไม่รับงานคู่ “โชค มงคล” อีกต่อไป แต่งานที่รับไว้จะขึ้นโชว์ตามคิวที่รับไว้ให้สมบูรณ์ครบ
ล่าสุด ฝ่ายคุณโชคได้อัดคลิปผ่านเฟซบุ๊ก.. “...ผมขอยุติบทบาทงานคู่ทั้งหมด ที่รับงานกับพี่บอล เชิญยิ้ม 50 กว่าคิว
เนื่องจากผมได้รับแรงกดดันจากทางสังคมและการแสดงบนเวที จึงทำให้ผมไม่ที่จะสามารถแสดงต่อได้จริงๆ...
ผมต้องกราบขอโทษเจ้าภาพ ผู้จัดงาน และเจ้าของร้านทุกๆ ท่าน ที่ไม่สามารถทำการแสดงต่อได้ ส่วนงานเดี่ยวที่ผมรับไว้ผมจะทำให้เต็มที่และดีที่สุด..”
และไม่ทันข้ามวัน ผู้จัดการของคุณบอลก็โพสต์.. “คุณแค่อัดคลิปออกมา ขอยุติบทบาทงานคู่ทั้งหมด เพราะทนกระแสดรามากดดันของสังคมไม่ได้ แต่กลับยืนยันว่างานเดี่ยวยังคงจะไปแสดง
คุณคิดได้แค่นี้จริงๆ เหรอครับ? แล้วความเสียหาย การเสียชื่อเสียง การเสียเครดิตของเจ้าภาพ ผู้จัดงาน เจ้าของร้านเอเจนซี่จัดหา ออกาไนเซอร์จัดงานคอนเสิร์ต ที่จับจองคิวงานคู่ไว้ล่ะ?
คุณไม่รับผิดชอบเหรอ?”
อย่างงี้เรียกว่า “เท” แบบ(กู)ไม่แคร์ใคร?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าท้าทายกฎหมาย
ยังไม่รู้.. ว่าที่..เพจเฟซบุ๊กของ “เสก โลโซ” หรือคุณเสกสรรค์ ศุขพิมาย ร็อกเกอร์คนดัง ที่เวลานี้ยังเป็นนักโทษและได้ย้ายจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี ไปยังเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง จ.เพชรบุรี
นางพญาหลังม็อบ?
“ปูเลิกกับพี่เด๋อตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว สาเหตุในการเลิกเป็นเพราะว่าไปเจอโลกอีกใบที่เขาซ้อนไว้ 29 ปีมาเฝ้าเขาที่ศูนย์ดูแลคนป่วย”
เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ?
“บทสรุปของการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ เป็นข้อยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่า ประเทศไทยไม่ได้มีเฉพาะ กทม.อย่างเดียว ประเทศไทยมี 77 จังหวัด ทุกคนคือคนไทยทั้งหมด
คนกทม.กับตจว.ใครโง่?
“ก็คาดหวังว่าทุกคนเวลาพูดอะไรไปแล้วเราก็อยากให้ทำตามนั้น บางเรื่องอาจจะต้องใช้เวลาก็จริง แต่อย่างน้อยเวลาเข้าไปจาก 10 เรื่องทำได้สัก 7 เรื่องมันก็ยังดี แต่เรื่องไหนที่ยังทำไม่ได้ก็คงต้องสื่อสารว่าทำไม่ได้เพราะอะไรแบบไหน
กางเกงยีนส์ไม่สุภาพ?
ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียง.. ปรากฏไวรัลหนึ่งเกิดขึ้นบนติ๊กต๊อกแบบทำให้ผมต้องเอ๊ะ..ใครผู้ใดหนอคิด “แฟชั่น” นี้ขึ้นมา?
1 เดือนแลก 1 ปี
“เราเอาคนหาดใหญ่เท่านั้น.. คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด แล้วพี่น้องจะเอาคนระโนดมาเป็น สส.เราเหรอ” ถ้าเป็น “ไอ้เท่ง-ไอ้ยอดทอง” หนังตะลุงพูดก็คงพอจะเข้าใจ-ทำใจได้ว่า “นายหนัง” ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดความแตกแยกหรือด้อยค่าชาวอำเภอระโนด..

