‘สื่อเสี้ยม’ไม่ได้เพิ่งจะมี

มบัติ เมทะนี ศิลปินแห่งชาติ “พระเอกยอดนิยมตลอดกาล”

ศพ..จะตั้งสวดพระอภิธรรม ณ ศาลาพ่วงจินดา วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร จนถึงพรุ่งนี้-24 สิงหา. ก่อนจะเก็บไว้บำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100 วัน!

หลังความตาย..ผมได้หยิบหนังสือ “เป็นพระเอกซะจนได้” ที่คุณสมบัติได้เขียนเล่าเรื่องราวชีวิตบางแง่มุมของตัวเองเอาไว้เมื่อปี 2539 มาเปิดอ่านม้วนเดียวจบ อีกรอบ!

แต่ละเรื่องเพลิดเพลิน สนุกเหมือนได้ย้อนกลับไปสู่อดีต บางเรื่องก็พอจะรู้ (จากข่าว) และหลายเรื่องผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านก็ไม่เคยรู้ อย่างเช่นเรื่อง “บู๊นอกจอ”..

“เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนที่จะจัด “ศึกแม้วแดง” (ไม่เกี่ยว กับแม้วหนีคุก-สันต์ฯ) คือจะจัดให้มีการชกโชว์บนเวทีราชดำเนิน

โดยพี่บุญรอด ชัยชนะ จะให้มิตร ชัยบัญชา ต่อยกับผมบนเวทีเพื่อเรียกคนดูให้มาดูมวยคู่เอก ทั้งมิตรและผมมีความเห็นตรงกันว่า เราเป็นพระเอกนักบู๊ทั้งคู่ ไม่ควรจะขึ้นไปต่อยกันบนเวที

ถ้าต่อยกันเหยาะแหยะไม่จริงจังคนดูก็จะไม่พอใจ แต่ถ้าเกิดการต่อยกันอย่างสมจริงสมจัง พลาดท่าเกิดโดนดั้งจมูกหัก หน้าแหกเสียโฉมก็จะสร้างรอยเจ็บปวดซึ่งกันและกัน..

เพราะฉะนั้น เราจึงตกลงกันว่าเราจะไม่ต่อยกัน แต่ทำอะไรอย่างอื่นได้ออกเยอะแยะไปที่จะทำกุศล

ในขณะนั้นลือชัย นฤนาท ได้รับการอภัยโทษออกจากคุกพอดี ก็คงจะต้องการแสดงออก ก็เลยเสนอตัวผ่านสื่อมวลชน (หน้าหนังสือพิมพ์ของคุณชานนท์ โปสินธุ์)

ซึ่งเป็นพี่ชายของคุณทวิช โปสินธุ์ ว่าเขาต้องการที่จะชกกับใครก็ได้ แต่อยากจะต่อยกับนักกล้าม

ซึ่งพอผมอ่านเจอเข้าก็เข้าใจว่าเขาคงอยากจะต่อยกับผมนั่นเอง ซึ่งแน่ละคุณชานนท์ก็ต้องมาสัมภาษณ์ผมถึงการที่ลือชัยอยากจะต่อยด้วย ผมก็กำลังมีอารมณ์อยู่แล้วก็ให้สัม ภาษณ์ไปว่า

สำหรับกับคุณลือชัยอยากจะต่อยกับผมนั่นน่ะ ผมยินดีที่จะต่อยด้วย แต่ต้องไม่ใช่บนเวที อยากจะเจอกันในโรงถ่าย โดยการปิดโรงถ่ายแล้วต่อยกัน 2 คน คนชนะก็คือคนที่เดินออกมานอกโรงถ่าย..

เหตุการณ์ผ่านมาราวๆ เดือนกว่า ลือชัยกับผมก็ได้เผชิญหน้ากันที่โรงถ่าย ในขณะที่เราทั้งคู่กำลังจะต่อยกัน เชาว์ มีคุณสุต อีกนั่นแหละได้เข้ามากั้นกลางห้ามไว้

โดยพูดจาให้เราเป็นเพื่อนกันอย่าต่อยกันเลย ในขณะที่เชาว์ใช้แขนขวาลากแขนซ้ายผมเดินขนาบไปกับเขา โดยที่แขนซ้ายของเชาว์ก็ดึงแขนขวาของลือชัยไปด้วย

ขณะที่พูด ลือชัยได้สะบัดแขนขวาและต่อยเข้าที่กรามซ้ายของผมเข้าอย่างจังเพราะผมมัวแต่ฟังเชาว์พูดอยู่

ถ้าไม่ใช่คนฟิตร่างกายอยู่เสมอก็คงจะงงหรือแย่ เพราะลือชัยไม่ใช่คนตัวเล็กๆ น้ำหนักเขาคงหนักกว่าผมโขอยู่..

ผมถือหลักอยู่แล้วว่า สู้คือนักเลง ข่มเหงคืออันธพาล ลือชัยต่อยโดนเพียงหมัดเดียว จากนั้นผมก็บรรเลงทั้งเตะและต่อย

จนเขากระเด็นไปโดนรถแลนเซอร์สีขาวที่ผมออกมาใหม่เอี่ยมยุบไปหน่อย

ตอนนั้นไม่รู้ว่าเขาชักปืน 11 มม. ออกมาจากไหนเร็วจริงๆ สมกับเขาเป็นมือปืน เขาชักปืนแล้วจ้องมาที่ผม..เชาว์ก็โดดจับปืนลือชัยไว้ได้ทันที ปากก็ห้ามไม่ให้ลือชัยลุแก่โทสะ

เมียลือชัยชื่อเครือมาสก็มาด้วย ก็เข้าไกล่เกลี่ยและขอโทษที่เกิดเรื่องถึงกับชักปืนออกมาจะยิงผม

ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนกำลังเล่นหนังกับผู้ร้ายในหนัง แปลกครับ ผมนิ่งสงบ ตั้งสติเหมือนแสดงในหนังยังไงยังงั้น..

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า อย่าให้คนอื่นโดยเฉพาะสื่อ มวลชน เขาเสี้ยมให้เราชนกัน ถ้าเป็นข่าวออกมาเขามีหน้าที่ทำข่าว เขาก็ทำไป แต่เราสิอาจจะต้องเสียหายเสียชื่อได้”

ครับ..ได้รู้เรื่องราวสองพระเอกบู๊นอกจอกันแล้ว ยังจะได้รู้อีกว่า..

“สื่อเสี้ยม” ไม่ได้เพิ่งจะมี!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

ชุดไทยพระราชนิยม

ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!