ต้องบอกว่าเริ่มนับถอยหลังกันได้ สำหรับ ประเทศไทยที่กำลังจะกลายเป็นประเทศที่ 24 ของโลกที่จะมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ทะลุเกิน 2 ล้านคน เพราะล่าสุดที่ “พญ.สุมนี วัชรสินธุ์” ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษก ศบค.แถลงนั้น มีผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอยู่ที่ 6,978 ราย ทำให้ยอดรวมสะสมการติดเชื้ออยู่ที่ 1,989,473 รายแล้ว และหากอัตราการติดเชื้อที่ยังอยู่ระดับเกิน 5 พันรายต่อวัน ก็เชื่อว่าภายใน 2 วันนี้พี่ไทยก็จะมีผู้ติดเชื้อเกิน 2 ล้านรายแน่นอน เพราะล่าสุดก็ขาดเพียง 10,527 รายเท่านั้น ...๐
หมอสุมนียังแถลงอีกว่า มี “คลัสเตอร์” ใหม่ๆ โผล่ขึ้นมาอีกหลายพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นคลัสเตอร์พิธีกรรมทางศาสนา ทั้งงานบวชและทอดกฐินทั้งนั้น ในขณะที่คลัสเตอร์จากการเปิดประเทศนั้นยังไม่เกิดขึ้น โดยตัวเลขของผู้เข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-9 พ.ย.มียอดรวม 28,021 ราย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 29 ราย หรือคิดเป็น 0.10% สะท้อนให้เห็นว่าคนติดเชื้อภายในประเทศนั้นพุ่งขึ้นมาจากเชื้อที่ฝังตัว หรือไม่แสดงอาการ แต่เมื่อเปิดกว้างทั้งในเรื่องกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งเวลาเคอร์ฟิว ก็ทำให้ “เชื้อโรค” เริ่มขยายตัวนั่นแล ...๐
งานนี้เลยต้องลุ้นการประชุมใหญ่ “ศบค.” ในวันศุกร์ที่ 12 พ.ย.นี้ ว่าจะมีการประเมินสถานการณ์ที่ครบ 2 สัปดาห์ออกมาในรูปแบบใด ซึ่งล่าสุด “พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ก็แย้มมาแล้วว่า อาจต้องมีการปรับโซนสีจังหวัดใหม่ๆ ซึ่งก็เชื่อว่าสีแดงเข้มอาจไปโผล่ในพื้นที่ด้ามขวานเสียเป็นส่วนใหญ่ในขณะที่พื้นที่ท่องเที่ยวนั้นก็เชื่อว่ารัฐบาลยังไม่กล้าขยับอะไรมากนัก ส่วนเรื่องของการดื่มแอลกฮอล์นั้น ก็ต้องลุ้นว่าจะมีการขยายเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร เพราะอย่าลืมว่า การเปิดประเทศนั้นหากไม่ปากว่าตาขยิบกัน เรื่องสุรา นารี พาชี และกีฬาบัตรนั้น เป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ...๐
หันมาเรื่องการเมืองว่าด้วยมาตรา 112 กันบ้าง ต้องบอกว่า “โทนี่ วู้ดซัม” หรือสัมภเวสีแม้ว เล่นสับขาหลอกรายวัน รายสัปดาห์ทีเดียว เพราะหลังจากหัก “ชัยเกษม นิติสิริ” ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทยมาหมาดๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา “ทักษิณ” ก็กลับกลอกตามสไตล์ มาเสนอให้แก้ไขเสียแล้ว โดยบอกว่าโทษจำคุกรุนแรงเกินไป ...๐
งานนี้ก็ เล่นเอาหัวหน้าพรรคหุ่นเชิดอย่าง “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน ก็ต้องพลิกตามนายหัวตัวจริงไปด้วย แต่พอกลัวถูกจับได้ว่ามีการครอบพรรคตามเรื่องที่คาอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง “หมอชลน่าน” ที่เคยได้เป็นดาวสภาเมื่อปี 2552 ก็ หันมาเสนอญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการใช้บังคับกฎหมายที่ล้นเกิน และขัดต่อหลักนิติธรรม สำหรับผู้ต้องขังทางการเมือง พร้อมกับแถไถไปว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 และ 116 แต่เป็นเรื่องช่วยเหลือเกี่ยวกับผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง หรือนักโทษทางความคิด!!! ...๐
งงกันจริงๆ นักโทษทางความคิดนั้นมันอยู่ในกฎหมายข้อไหนของประเทศไทยหรือของโลกกันจ๊ะ บรรดาผู้ต้องหาที่ติดคุกกันนั้นเกิดจากการกระทำทั้งนั้น ไม่ใช่เกิดจาก “มโนสำนึก” อย่างเดียว เพราะหากเกิดจากการมโน ตำรวจและอัยการ รวมถึงศาลจะไปจับกุมคุมขังหรือลงโทษได้อย่างไร แหม! งานนี้ไม่รู้ว่าผู้สื่อข่าวรัฐสภาจะมีการทวงเก้าอี้ดาวสภาคืนหรือไม่ เพราะช่วงหลังๆ ดูเหมือน “หมอชลน่าน” จะใช้อารมณ์และความรู้สึกมากว่าความเป็นจริงนะตัวเอง ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวใหญ่ และต้องบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของกลุ่มแกนนำแนวร่วมม็อบราษฎร คือ “อานนท์ นำภา-ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง” ปราศรัยเมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 เรียกร้อง 10 ข้อทะลุเพดานเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์นั้น มีเจตนาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่สุจริต เจตนาละเมิดกฎหมาย งานนี้ก็ไม่รู้ว่า “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้าและสมัครพรรคพวกทั้งหลายเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทางไปฝรั่งเศสหรือยังเอ่ย ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ
บันทึกหน้า 4
เลือกกันไปเรียบร้อยตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โผไม่พลิก “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทยนั่งตำแหน่งประธาน เอาชนะ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” จากพรรคประชาชนไปด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 คะแนน ที่น่าสนใจคือ มีผู้งดออกเสียงมากถึง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ


