
ช่วงนี้มรสุมเข้าทั้งที่เป็นสภาพภูมิอากาศและมรสุมค่าใช้จ่ายที่เล่นเอากระเป๋าฉีกกันไปตามๆ กัน โดยเฉพาะค่าไฟที่แชร์กันสนั่นโซเชียลว่าซูเปอร์แพง
ค่าไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่มี 4 ส่วน ได้แก่ 1.ค่าไฟฟ้าฐาน ทบทวนทุก 3-5 ปี 2.ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ปรับทุก 4 เดือน เพื่อให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายที่อยู่เหนือการควบคุม 3.ค่าบริการรายเดือน ค่าใช้จ่ายในการให้บริการจำหน่ายไฟฟ้า และ 4.ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ซึ่งล่าสุดได้มีการปรับค่า Ft งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 ขึ้น 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่า Ft ที่เรียกเก็บเป็น 93.43 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟโดยรวมสูงขึ้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ค่า Ft ปรับเพิ่มขึ้นมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้าราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ในปีนี้ปรับตัวขึ้นกว่าเท่าตัว ส่วนราคาก๊าซธรรมชาติส่งผลให้ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี
ที่ต้องนำเข้ามีราคาสูงขึ้น 10 เท่าตัว และราคาถ่านหินก็สูงมากเช่นกัน ขณะที่ค่าเงินบาทกลับอ่อนค่าลง ถึงวันนี้เมื่อธนาคารกลางสหรัฐปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกระลอกก็ยิ่งทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงเกือบแตะ 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแล้ว
ส่วนในปีหน้า 2566 ก็ไม่ต้องพูดถึง ทิศทางราคาเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนผลิตไฟฟ้าจะพุ่งขึ้นต่อเนื่อง จากเหตุที่การผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยของเราไม่เพียงพอ ส่วนก๊าซของเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาก็ติดปัญหากำลังการผลิตลดลง ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าแอลเอ็นจีที่ราคาแพงหูฉี่ รวมถึงความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และรัสเซียเองก็ลดการจ่ายก๊าซให้ประเทศยุโรป ทำให้ความต้องการแอลเอ็นจีเพิ่มขึ้นอีก กระทบทางอ้อมต่อราคาแอลเอ็นจีในตลาดเอเชียแถวบ้านเราอย่างเลี่ยงไม่ได้
ที่ผ่านมาเพื่อลดภาระกับภาคประชาชน รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟ โดยมติ ครม.เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2565 ได้อนุมัติงบกลางปี 2565-2566 วงเงิน 9,128 ล้านบาท ช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน (กันยายน-ธันวาคม 2565)
โดยคนใช้ไฟฟ้าบ้านที่ไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง จะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่กันยายน-ธันวาคม 2565 ส่วนอีกกลุ่มที่ใช้ไฟตั้งแต่ 301-500 หน่วยต่อเดือน จะได้ส่วนลดการจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 แบบขั้นบันได ในอัตราร้อยละ 15-75
ซึ่งกลุ่มหลังนี้ถ้าใช้ไฟ 301-350 หน่วย จะได้ส่วนลดค่า Ft 75% หรือ 51.50 สตางค์ต่อหน่วย ถ้าใช้ 351-400 หน่วย ได้ส่วนลดค่า Ft 45% หรือ 30.90 สตางค์ต่อหน่วย และถ้าใช้ไฟ 401-500 หน่วย จะได้ส่วนลดค่า Ft 15% หรือ 10.30 สตางค์ต่อหน่วย
เรียกง่ายๆ ว่า ถ้าต้องประหยัดการใช้ไฟฟ้าไม่ให้เกินเดือนละ 500 หน่วย หน่วยการใช้ไฟยิ่งต่ำก็ยิ่งดี จะช่วยให้มีเงินเหลือเก็บในกระเป๋ามากขึ้น และยังช่วยให้ประเทศนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีที่มาผลิตไฟลดลง ต้นทุนการผลิตไฟก็จะลดลงตามไปด้วย ได้ประโยชน์ 2 เด้งเลยทีเดียว เพียงแค่ใช้ไฟอย่างประหยัด หรือเท่าที่จำเป็น
หรืออาจกล่าวได้ว่า แม้ปัจจัยที่ทำให้ค่าไฟแพงจะอยู่นอกเหนือการควบคุม แต่เรื่องการประหยัดเป็นเรื่องใกล้ตัว ใครๆ ก็สามารถทำได้ เพราะปัจจุบันไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น หลายๆ ประเทศก็หันไปพึ่งพาการประหยัดพลังงานเป็นทางออกในช่วงวิกฤตพลังงาน โดยมีแนวทางคล้ายๆ กัน คือ การรณรงค์ให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส ใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น ใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดพลังงาน เป็นต้น
ซึ่งของไทย ภาครัฐก็นำร่องให้ประชาชนเห็นความเอาจริงเอาจัง โดยการวางเป้าหมายให้หน่วยงานของภาครัฐลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันลงถึง 20% พร้อมกำหนดเป็นตัวชี้วัดผลงานที่สำคัญของหน่วยงานด้วย
ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน เปลี่ยนพฤติกรรมเรื่องการประหยัดพลังงานกันใหม่ ลองปรับเปลี่ยนวิธีใช้พลังงานนิดๆ หน่อยๆ ทำอย่างสม่ำเสมอ แค่นี้ก็ช่วยลดการใช้ไฟ ลดค่าไฟของเราได้แล้ว.
บุญช่วย ค้ายาดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำความรู้จัก Financial Optionality
เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป
อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น
การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น
แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง
ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”
Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง
งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

