
"ยอดทะลุ 1 ล้านบาทแล้วอย่างรวดเร็ว”
นี่..ข้อความขึ้นต้นที่คุณโตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ โพสต์เมื่อวันก่อน ก่อนจะต่อด้วย.. “ขอบคุณมากๆ เลยนะครับทุกคน ชื่นใจมากๆ ครับ ที่เห็นทุกคนมาช่วยกัน
เหลือเวลาอีกแค่ 16 วันแล้ว ช่วยกันต่อไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการลดขยะพลาสติก การช่วยกันดูแลแม่น้ำทุกสายในประเทศ และการรู้จักแบ่งปันให้กับทั้งเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทุกสายพันธุ์
โลกใบนี้จะดีขึ้นได้ เพราะทุกคนช่วยกันลงมือทำครับ เงินที่ได้รับจากการบริจาคทั้งสิ้นจะถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว”
ครับ..ก็เป็นการรายงานให้ได้ทราบว่ากิจกรรม “หนึ่งคนว่าย หลายคนให้” การว่ายน้ำเพื่อการกุศลของนักแสดงหนุ่มคนนี้ยังเป็นไปตามกำหนดการ ไม่มีเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ปนบ่น-แซะ หยามหยันเย้ยอย่างไร คุณโตโน่ก็ไม่ได้หวั่นไหว หรือท้อแท้หมดกำลังใจที่จะทำความดีเพื่อสังคมตามอุดมการณ์!
ผมนั้นแปลกใจ-สงสัยเหมือนกันว่า การว่ายน้ำข้ามโขงของคุณโตโน่ในวันที่ 22 ตุลา.นี้ ทำไมบางคนต้องหงุดหงิด อารมณ์เสีย เดือดร้อนใจด้วย?
อย่างคุณยุ้ย ญาติเยอะ อดีตนักร้องลูกทุ่งดัง ที่เมนต์ในเพจข่าว.. “จริงๆ แล้ว เขามีสะพานให้ข้ามนะคะ หรือมันดูง่ายไป งั้นใช้เรือแล้วพายไปเอง แต่ขอคนดีย์พายไปคนเดียวนะคะ
ดูพยายามขึ้นมานิดนึงทันที เปิดรับบริจาคได้ละแหละ (ไม่มีใครต้องเสี่ยงให้ลำบาก คนอื่นปลอดภัย ถ้าตายก็ตายคนเดียวดีไหมคะ)”
นี่..แทนที่คนกันเอง ในวงการเดียวกันจะเป็นกำลังใจ-สนับสนุนส่งเสริมคนทำความดี คุณยุ้ยกลับไปแขวะ แซะ กระแนะกระแหนซะงั้น!
โดยเฉพาะในวงเล็บ.. “ถ้าตายก็ตายคนเดียวดีไหมคะ” คุณยุ้ยคงโกรธ-เกลียด เหม็นหน้าคุณโตโน่จนล้นอก-ล้นใจสิหนาถึงเขียนประโยคอัปมงคลออกมาเช่นนี้ได้?
ที่จริงคุณโตโน่ว่ายน้ำเพื่อรับบริจาคเงินมอบให้กับโรงพยาบาลฝั่งไทย-ลาว ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่เห็นจะไปหนักหัวกบาลใคร..
และถ้าไม่ปลอดภัยเขาก็ไม่บ้า หรือโง่ที่จะเอาตัวเองลงไปตายกลางน้ำโขงนั่นหรอก!
และที่ว่า.. “จริงๆ แล้ว เขามีสะพานให้ข้ามนะคะ หรือมันดูง่ายไป งั้นใช้เรือแล้วพายไปเอง แต่ขอคนดีย์พายไปคนเดียวนะคะ” นั้น
ทำให้เห็นลึกเข้าไปในจิตใจของนักร้องสาวคนนี้ นอกจากมีอคติกับคุณโตโน่แล้ว ยังจะมีพฤติกรรมหมั่นไส้ “คนดี” ด้วยแหละ!
แต่เอาล่ะ..เมื่อคุณโตโน่ไม่คิดจะถือสาหาความไม่ว่ากับคนในหรือนอกวงการก็ดีแล้ว เพราะจะได้ไม่ต้องขุ่นมัวใจ หรือทำให้พะวักพะวงเสียสมาธิ
อ้อ..สำหรับคนที่เป็นห่วง-เป็นใยจริงด้วยความบริสุทธิ์ใจ อยากให้อ่านที่ผู้จัดการออนไลน์รายงาน..
“ล่าสุดอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปพบ 3 นักว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงซึ่งว่ายมานานหลายปี และปัจจุบันนี้ก็ยังว่ายอยู่ เพื่อสอบถามถึงเรื่องนี้
ซึ่งทั้งสามคน ประกอบไปด้วย นายประสิทธิ์ ปะทะดี อายุ 44 ปี, นายธนัทนนต์ นนทวงศ์ อายุ 36 ปี และนายสุเทพ พันธุเศรษฐ อายุ 63 ปี ต่างระบุตรงกันว่า..
การว่ายน้ำข้ามโขงง่ายกว่าว่ายน้ำในสระ เหตุน้ำโขงมีกระแสน้ำที่ไหลต่างจากในสระที่เป็นน้ำนิ่ง พวกตนว่ายประจำไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด มีน้ำสูงขึ้นมากแค่ไหนยิ่งว่ายง่าย..
ที่หลายคนเป็นห่วงเพราะคิดว่าเป็นช่วงน้ำหลากอาจเกิดอันตรายได้ ตัดปัญหาตรงนี้ไปได้เลย ขอเพียงแค่โตโน่มีร่างกายแข็งแรง มีการฟิตซ้อมมาเป็นอย่างดีเท่านั้น..
อีกทั้งการว่ายน้ำข้ามโขงสามารถว่ายได้ทุกฤดู หากโตโน่จะว่ายไปยังพระธาตุศรีโคตะบองแนะนำให้ว่ายแบบเฉียงล่องไปตามกระแสน้ำก็จะไม่เหนื่อยแรงเหมือนลอยคอไปตามสายน้ำ
ระยะทางไปกลับแค่นี้สบายมาก.. ตนในฐานะคนนครพนมแต่กำเนิดให้การต้อนรับ และหากโตโน่เชิญไปร่วมว่ายน้ำในครั้งนี้ด้วยก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง”
แบบนี้ก็..สบายใจ-หายห่วง!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”
ชุดไทยพระราชนิยม
ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!

