ข้อจำกัดใหญ่

นับแต่พ้นโทษทัณฑ์ออกมาได้ไม่นานนัก ก็ออกมาขับเคลื่อนงานมวลชน เดอะเต้น-นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ที่ออกมาขับเคลื่อนมวลชนในนาม เครือข่ายขับไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) พร้อมกับจับมือ หนูหริ่ง-สมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ที่รวบรวมกลุ่มคนทำกิจกรรมคาร์ม็อบมาก่อน      ร่วมกันทำกิจกรรมไล่ประยุทธ์ในรูปแบบคาร์ม็อบ  ตระเวนขับขี่รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ไปตามเส้นทางต่างๆ  

งานล่าสุดเพิ่งถือเอาวันครบรอบ 15 ปี รัฐประหาร 19  กันยายน นัดหมายมวลชนมาทำกิจกรรมอีกครั้ง Car  Mob 19 กันยา ขับรถยนต์ชนรถถัง เคลื่อนทัพทั่วกรุง

โดยงานนี้ "เดอะเต้น" ลงทุนสวมเสื้อคนขับแท็กซี่ พุ่งชนรถถังจำลอง เพื่อเป็นการรำลึกถึงนวมทอง ไพรวัลย์       กิจกรรมครั้งนี้ดูเหมือนอะไรๆ จะไม่ค่อยเป็นใจเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์โควิดที่ยังไม่สู้ดีนัก จำนวนผู้ติดเชื้อในเมืองกรุงและยอดผู้เสียชีวิตยังคงพุ่งสูงอยู่ ประกอบกับฤดูฝนที่มรสุมเข้ามาในช่วงนี้พอดีอีก

ครั้นจะให้พี่น้องต่างจังหวัดเดินทางมาร่วม ก็ติดทั้งเงื่อนไขปัญหาปากท้องและปัญหาโควิดอีก       แนวร่วมส่วนใหญ่ที่มาก็เป็นคนเสื้อแดง

ขณะที่คนรุ่นใหม่นั้นมีมาร่วมอย่างบางตา ในช่วงก่อนเริ่มงานเจ้าตัวก็ได้สะท้อนออกมาตามความเป็นจริง      

“ยุทธศาสตร์วันข้างหน้า ขอประเมินสถานการณ์จากวันนี้ก่อน เพราะโควิด-19 เป็นข้อจำกัดใหญ่ การจะเคลื่อนไหวต่อสู้โดยปฏิเสธความจริง ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง สถานการณ์นี้การชุมนุมมวลชนมากๆ เหมือน พันธมิตรฯ, เสื้อแดง, กปปส. คงทำไม่ได้เหมือนในอดีต”

พร้อมทั้งยังบอกถึงทิศทางแนวทางการต่อสู้ต่อไป...    “จะประเมินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ให้มากที่สุด  ไม่ได้กดดันว่าจะต้องชนะวันนี้ พรุ่งนี้ อยากให้คณะรัฐประหารเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะใหญ่ขนาดไหน แต่หัวใจประชาชนใหญ่กว่า”      

หลังจากจบงานกิจกรรมวันครบรอบรัฐประหาร 19 กันยาไปแล้ว ยังต้องติดตามต่อไป ม็อบจะเคลื่อนไหวอะไรอย่างต่อเนื่องอีกหรือไม่ ในการขับเคลื่อนทุกอาทิตย์ ด้วยภาวะโควิด ฟ้าฝน ผู้คน ประกอบกับภาวการณ์ผ่อนคลายมาตรการโควิดมากขึ้น ทำให้การเดินทางสัญจรไปมาของผู้คนในวันหยุดกลับมาคึกคัก      

การเคลื่อนขบวน การนัดหมายทำกิจกรรม ที่จากเดิม แทบจะทำกันอาทิตย์เว้นอาทิตย์ คงต้องหันกลับมาประเมินในการขับเคลื่อนมวลชน เป็นทั้งข้อจำกัดใหญ่และการบ้านให้นักจัดตั้งมวลชนมืออาชีพต้องไปขบคิดให้ดีๆ.                                     

ม้าไม้ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินเท้าขอบคุณ

ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก

'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'

ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต

"พักก่อนพี่เต้"

บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

'อยากดูแลทุกคน'

การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

โพสต์เดือด!

พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง

ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย