บันทึกหน้า 4

เปิดทำการวันแรกปีเถาะ พุทธศักราช 2566 ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ยังคงปักหลักที่ปลายซอยย่านคลองเตยเป็นสัปดาห์สุดท้าย จากนั้นวันที่ 10 มกราคม จะเริ่มทยอยย้ายวิกไปอยู่แถวประชาชื่น เบิกฤกษ์ปีแห่งการเปลี่ยนการสื่อสารข่าวอย่างกระปรี้กระเปร่า รับฮวงจุ้ยที่ทำการใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม

การเมืองสภาใหญ่ว่าร้อนแล้ว แต่สภาเล็กเสาชิงช้าร้อนยิ่งกว่า แว่วว่าจะมี ม็อบเล็กๆ รวมแล้วก็น่าจะประมาณ 45 สมาชิกสภา กทม. หรือ ส.ก. จะไปปรึกษาหารือ ปรับทุกข์ ผูกมิตรกันที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิปฯ วาระก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ซักฟอก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.นอกสถานที่ โปรยหัวกันว่ามีทั้งผู้อาวุโส เฮียเล้า-เฮียล้าน จากเพื่อไทย หนุนเนื่องด้วย ต่าย คลองเตย จากกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ตามมาด้วยพ่อดาราดัง ภาพรวมคือปัญหาความไม่เข้าขาระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ

ว่าด้วยเรื่องงบประมาณและนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นใหญ่ที่ “ชัชชาติ” กำลังผุดนโยบายเรื่องการจัดตั้ง ประชาคมเขต โดยให้ผู้อำนวยการเขตเป็นผู้คัดเลือกสมาชิกประชาคมจากชุมชนต่างๆ ขึ้นมา 50 คน เพื่อฉายภาพสังคมมีส่วนร่วมอยู่เบื้องหน้า แต่ทว่าเหล่าบรรดานักเลือกตั้งถึงกับสะดุ้งเฮือก เพราะสูตรแบบนี้คือการดึงอำนาจไปอยู่ที่ ฝ่ายประจำ สร้างเครือข่ายของตนเองขึ้นมาเป็นฐานคะแนน จึงเกิดคำถามว่าวันข้างหน้าคิดการใหญ่อะไรหรือไม่ ยิ่งเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองโรมรันพันตูสะท้อนสัญชาตญาณดิบกันแบบสุดขั้วกันจนคนเบื่อหน่าย การเมืองในวาระต่อไปก็ถึงเวลาเข้าเสียบ พร้อมสรรพกำลังที่เสร็จสรรพได้ทันที

หลังแกนนำ 2 พรรค ไทยสร้างไทย-สร้างอนาคตไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายโภคิน พลกุล, พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายอุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นัดหารือทางการเมืองที่ร้านอาหารชื่อดังย่านสุขุมวิท โชว์ความเป็นพันธมิตรกันไปแล้ว แต่ยังไม่สรุปว่าจะรวมพรรคหรือไม่ ...แต่ไม่ว่าดีลควบรวม 2 ส. พรรคตระกูลสร้างจะจบลงเอยอย่างไร แต่เมื่อดูจากปฏิทินการเมืองแล้ว มีเวลาคิดทบทวนถึงสิ้นเดือนมกราคมนี้ และต้องปักหมุดให้ชัด แต่ดูจากทุกองค์ประกอบมีแนวโน้มสูงว่าน่าจะลงเอยด้วยการรวมพรรค ตอนนี้แค่กลับไปเคลียร์ปัญหาเล็กน้อยของพรรคตัวเองก่อน ซึ่งหากได้ข้อยุติว่ารวมเป็นพรรคเดียวก็ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ หรือถ้าให้คนจากสร้างอนาคตไทยลาออก ย้ายมาสังกัดไทยสร้างไทย เพราะ “เจ้หน่อย” เชื่อว่าชื่อนี้ ติดตลาด มากกว่า

ผู้สูญหายจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ณ วันที่ 2 มกราคม ยังอยู่ที่ 5 นาย มนุษย์กบ สำหรับการกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล กองเรือยุทธการ พร้อมด้วยเรือปฏิบัติการความเร็วสูง พ.51 และเรือยาง ค้นหาบริเวณเกาะต่างๆ ได้แก่ เกาะแกลบ เกาะยูง เกาะหนู เกาะแมว และเกาะกุลา ของจังหวัดชุมพร นอกจากนี้กำลังของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาคที่ 1 หรือ ศรชล.ภาค 1 ยังคงวางกำลังในพื้นที่ค้นหา ตั้งแต่ท่าเรือประจวบ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยมุ่งเน้นการสำรวจตามชายหาดและโดยรอบเกาะต่างๆ ...ยังไม่มีการปิดภารกิจนำร่างของผู้สูญหายคืนให้ครอบครัว โดยวันนี้ บิ๊กจ๊อช-พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวกำลังพลผู้สูญเสียให้กับ 23 ครอบครัว ครอบครัวละ 100,000 บาท โดยบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ประสงค์มอบเงินช่วยเหลือให้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .