
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
ปมแรกที่ถูกจับตาคือเรื่อง “คุณสมบัติและมาตรฐานจริยธรรมของรัฐมนตรี” ซึ่งฝ่ายค้านเตรียมเดินหน้าเกมตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะจากฝั่งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งสัญญาณชัดว่า หากพบข้อพิรุธอาจยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความกังขาต่อคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี ทั้งในประเด็นการใช้อำนาจช่วงเลือกตั้ง และกรณีคดีฮั้ว สว. ซึ่งถูกมองว่าอาจกระทบต่อหลักการประชาธิปไตย
ยิ่งไปกว่านั้น รายชื่อรัฐมนตรีบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการการเลือกตั้ง, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ แม้บางคดีเคยถูกยกคำร้องในชั้นอนุกรรมการ แต่ก็ยังเป็น “ชนวนซ้ำ” ที่ฝ่ายค้านสามารถหยิบยกขึ้นมาเล่นงานทางการเมืองได้
ปมที่สองคือ “ความเสี่ยงเลือกตั้งโมฆะ” จากข้อร้องเรียนเรื่องการใช้เทคโนโลยี เช่น คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ซึ่งอาจกระทบต่อหลัก “การลงคะแนนลับ” ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญ หากวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่
หากเกิดสถานการณ์เช่นนั้นจริง ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ ทั้งงบประมาณมหาศาลที่ต้องใช้ และความล่าช้าในการแก้ปัญหาประเทศ ที่สำคัญยังเสี่ยงซ้ำรอยวิกฤตการเมืองในอดีต ไม่ว่าจะเป็น การเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 และการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งจบลงด้วยความขัดแย้งรุนแรง
นอกเหนือจากโจทย์การเมือง รัฐบาลยังต้องเผชิญแรงกดดันด้านเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ประเด็นแรกคือ “วิกฤตพลังงาน” จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้เกิด Risk Premium ดันราคาน้ำมันผันผวน และส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง
ประเด็นถัดมาคือ “แรงกดดันจากนโยบายการค้าสหรัฐ” แม้ศาลสูงสหรัฐจะวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีตอบโต้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่แนวโน้มการใช้นโยบายกีดกันทางการค้ายังเข้มข้น โดยเฉพาะภายใต้แนวคิดของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกของไทยในระยะถัดไป
อีกด้านหนึ่ง “ความเสี่ยงการคลัง” ก็เริ่มน่าเป็นห่วง ปัจจุบันหนี้สาธารณะไทยอยู่ที่ประมาณ 66% ของจีดีพี หรือกว่า 12.66 ล้านล้านบาท แม้ยังไม่เกินเพดานวินัยการคลังที่ 70% แต่ถือว่าเข้าใกล้ขีดจำกัด และทำให้พื้นที่ใช้นโยบายการคลังของรัฐบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน สัญญาณเงินเฟ้อเริ่มกลับมา หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 ส่งผลให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ในส่วนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อมีรายงานว่า บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ปฏิเสธรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และตำแหน่งอื่นทั้งหมด ทำให้รัฐบาลต้องปรับทัพใหม่
อย่างไรก็ตาม มีการดึง “มือกฎหมายระดับแถวหน้า” เข้ามาเสริมทีม ไม่ว่าจะเป็น ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤฎีกา ซึ่งถือเป็นศิษย์สายตรงของมีชัย ฤชุพันธุ์ และวิษณุ เครืองาม
รวมถึงบุคลากรมากประสบการณ์อย่าง “ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส” และ ดิสทัต โหตระกิตย์ ที่เคยทำงานในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังมีชื่อ สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
การวางตัวบุคคลในลักษณะนี้ สะท้อนว่ารัฐบาลพยายาม “ปิดจุดเสี่ยงทางกฎหมาย” และสร้างความมั่นใจต่อเสถียรภาพการบริหารงาน ท่ามกลางแรงตรวจสอบที่เข้มข้น.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
เปิดบันทึกในวันน้ำท่วมถ้วนทั่วกรุงเทพมหานคร มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ชัยภูมิที่ตั้งของแต่ละเขต ...0
บันทึกหน้า 4
"เธอคือที่สุด ความสุขของคนไทย" ปลาบปลื้มตื้นตันกันทั้งโลก "เนเน่ รอยัล" น้องแพรว-รัตติกานต์ อำลอย นักร้องและมือกีตาร์สาวน้อยภูเก็ตวัย 16 ปี สร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ คนไทยคนแรกคว้าแชมป์ America's Got Talent 2026
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาของ “สุกันยาณี ยะวิญชาญ” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ที่มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน 2569 ฉบับที่ 4-5 เมื่อวันพุธนั้น ไม่สามารถกลบกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่าด้วย “มหาอุทกภัย” ได้ดีนัก เพราะสาเหตุหนึ่งก็มาจากการออกประกาศที่เหมือน “เอไอ” หรือหุ่นยนต์เกินเหตุ คือ เป็นการออกตามกำหนดเวลา แทนที่จะออกมาชี้แจงแบบเป็นจริงจังในช่วงจังหวัดเวลาที่เหมาะสม ...๐
บันทึกหน้า 4
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่สหรัฐอเมริกา ขณะที่เมืองไทยมีข่าวสะพัดว่าจะมีการปรับ ครม. ดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.)
บันทึกหน้า 4
กรณีที่ นายวรชัย เหมะ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาเรียกร้องให้ยุติการจองล้างจองผลาญตระกูลชินวัตร พร้อมหยิบยกปมภาษีหุ้นชินคอร์ปและผลกระทบทางคดีขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง สอดรับกับกระแสสังคมต่อร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสร้างความปรองดอง ทว่า ในความเป็นจริงกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่สามารถคุ้มครองหรือนิรโทษกรรมให้แก่
บันทึกหน้า 4
บันทึกในวันฟ้าอึมครึมไม่น้อยหน้าไปกว่าความรู้สึกมืดๆ มัวๆ ของประชาชนในสังคมไทยเวลานี้ หลังได้ยินได้ฟังผลการวินิจฉัยของ “กกต.” ที่ตัดสินใจส่งเรื่องราวฟ้องร้องกล่าวโทษใน “คดีฮั้ว สว.” ไปแค่ 77 คน จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย โดยเป็น สว. 26 คนเท่านั้น ที่เหลือคนที่อยู่ข้างหลังรอด!! ...0

