หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

ภาพจำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) คอการเมืองนึกถึงระบบพรรค ความมีเอกภาพและไร้ความขัดแย้ง เป็นแรงดึงดูดให้คนหลั่งไหลมาร่วมงานลำดับต้นๆ กระทั่งแกนนำพรรคหมายมั่นปั้นมือ ยกระดับเป็นพรรคขนาดใหญ่

การจะเป็นพรรคใหญ่ สิ่งสำคัญจะต้องมีนโยบายใหญ่ตามไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนเรียกร้องอยู่ในขณะนี้

ในส่วนของพรรคสีน้ำเงิน ชาวบ้านอาจยังไม่ทราบว่าใครจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่บัดนี้ได้รับคำตอบจากปาก "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่า "คือตัวเขาเอง"

“หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่อนมาทำงานการเมือง มาจากภาคเอกชน เป็นนักอุตสาหกรรม เป็นนักลงทุนมา เรียกว่าเจอของจริงมากกว่าคนหลายคนที่มีการนำเสนอมา ซึ่งผมเข้าใจปัญหาต่างๆ และสามารถปฏิบัติได้ด้วย ไม่ใช่ทฤษฎีอย่างเดียว”

“อนุทิน” บอกว่า นโยบายเศรษฐกิจของพรรค อาทิ นโยบายลดหนี้ พักหนี้ 1 ล้านบาท 3 ปี ก็คือเศรษฐกิจมหภาค เพื่อให้คนสามารถฟื้นตัวไม่ต้องเจอปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาภาคใต้ให้เป็นด้ามขวานทอง ด้วยโครงการ Land Bridge เชื่อมฝั่งอันดามัน-อ่าวไทย เส้นทางใหม่เชื่อมโลก หรือจากจังหวัดระนองเชื่อมไปจังหวัดชุมพร โดยที่ไม่ต้องขุดคลอง เป็นการใช้ระบบที่คิดขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อ่อนไหว มีการพัฒนาทางเชื่อมเปรียบเหมือนการใช้ระบบเดียวในการขนถ่ายสินค้าจากสองฝั่งคาบสมุทร นี่เป็นนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เป็นต้น

ทั้งหมดไม่ต้องพึ่งคนต่างชาติ เราออกแบบเอง หาแหล่งทุนเอง จ้างงานเองและจะมีอุตสาหกรรมจำนวนมาก และเพราะจะทำให้เกิดการขยายเศรษฐกิจมหาศาล และกระจายไปถึงประชาชนทุกระดับ

“คนที่คิด คนที่เคาะ และคนที่ตัดสินใจ เป็นคนคนเดียวกัน ถามว่าตรงนี้เป็นประโยชน์กับพรรคกับประชาชนหรือไม่ ถ้าเราได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง 4 ปี ก็เหลือจะพอแล้ว ในเรื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น” อนุทินกล่าว 

นี่คือ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของภูมิใจไทย ที่ผ่านประสบการณ์จริงด้านเศรษฐกิจ ยังผ่านการล้มละลายและฟื้นฟูกิจการกลับมาได้ ก่อนอาสาตัวมาทำงานการเมือง.

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินเท้าขอบคุณ

ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก

'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'

ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต

"พักก่อนพี่เต้"

บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

'อยากดูแลทุกคน'

การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

โพสต์เดือด!

พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง

ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย