
ท่ามกลาง “ประชาธิปัตย์” เลือดไหลออกไม่หยุด สังคมภายนอกมองเข้ามา สงสัยว่า “พรรคยังจะไปไหวไหม”
ผู้บริหารก็พยายามแก้ไขสถานการณ์ สื่อสารไปยังประชาชนรวมถึงบุคลากรที่ยังอยู่กับพรรค ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องมีคนหมุนเวียน ไหลออกไหลเข้าเป็นปกติธรรมดา
ปะหน้า “ชนินทร์ รุ่งแสง” อดีตส.ส.กรุงเทพมหานคร 2 สมัยของพรรค และปัจจุบันยังคงอยู่กับ “ประชาธิปัตย์” ไม่เปลี่ยนแปลง ถามตรงๆ “เบอร์ใหญ่ของพรรค” ทิ้งบ้านเก่าย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ ไม่ไปกับเขาด้วยรึ?
“แบง” ชนินทร์ ยืนหยัดไม่ย้ายค่ายแน่นอน ปักหลักสู้ศึกเลือกตั้งที่จะถึงด้วยใจเต็มร้อย สวมเสื้อสีฟ้าลงพื้นที่ทำแต้มที่เขตบางกอกน้อย-บางพลัด
จับใจความสำคัญเหตุผลที่เหนียวแน่นอยู่กับ “ประชาธิปัตย์” “เดอะแบง” บอกว่าเพราะพรรคนี้คือสถาบันทางการเมือง ไม่ว่าจะดีหรือร้ายพรรคยังคงอยู่กับประเทศเสมอมา ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจเดี๋ยวเดียวก็ไปตามกาล
แม้รอบที่แล้วผู้หลักผู้ใหญ่จัดลำดับเป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลึกไปนิดส์ ปี62 เลยชวดเก้าอี้ผู้แทนราษฎร แต่ไม่เคยน้อยใจ เก็บมาคิดเป็นเหตุให้ย้ายบ้านหรือเปลี่ยนอุดมการณ์ แต่เดินหน้าทำหน้าที่ “ส.ส.นอกสภามาตลอด” แวะเวียนพูดคุยกับชาวบางกอกน้อย บางพลัด ทำอะไร ใช้ชีวิตอยู่อย่างไรในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง
ทั้งยังมีสารพัดโครงการดูแลช่วยชาวบ้านตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งไถ่ของ ซ่อมบ้าน ข้าวแกง20บาท ส่งต่อผู้ป่วย-ฉีดวัคซีนโควิด เป็นต้น
นอกจากนี้ เจ้าตัว ยังเล่าถึงอีกหนึ่งผลงานด้วยความภาคภูมิใจ ว่าช่วงที่เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) ก็ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพ จนถึงตอนนี้ยังคงดำเนินการอยู่ มีประชาชนได้ประโยชน์ตรงจุดนี้เป็นแสนราย “เดอะแบง” ว่า “นี่แหละคอนเซ็ปต์ของผม ทำมาแล้ว ทำต่อ ทำทันที”
ตอนท้ายในฐานะคนทำการเมืองมานาน “ชนินทร์” ตกผนึก บอกว่า “การเมืองก็เหมือนความรัก เพราะต้องอดทน ต่อสู้ การเมืองต้องเสียสละ ไม่ครอบครอง ไม่ใช่คาดหวังว่าทำดีแล้วจะได้รับความเห็นใจ ประชาชนต้องเลือกเป็นส.ส. ที่ทำทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าทำเพื่อให้ประชาชนเลือก ไม่เลือกแล้วโกรธเขา ที่ทำทุกวัน เราต้องคิดว่าทำด้วยความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่นั้นจะไม่มีความสำเร็จทางการเมือง และจะไม่ภาคภูมิใจในทางการเมือง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

