
อสม. และอสส. ถือเป็นหมอคนแรก ที่ช่วยดูแลสุขอนามัยของประชาชนตั้งแตระดับชุมชน ระดับรากฐาน ยิ่งในสถานการณ์ โควิด ก็ทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติไปอย่างรวดเร็ว
ล่าสุด "หมอหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิจไทย (ภท.) ตระหนักถึงความสำคัญ ได้พยายามผลักดันด้วยความจริงใจ เพื่อดูแลและจัดสรรสวัสดิการให้พี่น้อง อสม. และ อสส. จำนวนจำนวน 1,050,306 คน อย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มค่าป่วยการจาก 1,000 บาทขึ้นเป็น 2,000บาท และเตรียมชงให้ครม. เห็นชอบในวันที่ 7 มี.ค. นี้
สำหรับการปรับเพิ่มดังกล่าว เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งมีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ที่เล็งเห็นว่า อสม. และ อสส. เป็นบุคลากรสาธารณสุขที่มีความสำคัญ เป็นฐานรากการทำงานด้านสาธารณสุขของประเทศไทย เป็นจิตอาสา ทำงานเข้มแข็ง มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
รวมทั้งองค์การอนามัยโลก ยกย่อง เพราะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ไทยควบคุมโรคได้ทันที และ ฟื้นตัวได้เร็วกว่าหลายประเทศในโลก
ที่ผ่านมานักรบชุดเทา ไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน แต่ได้รับเงินค่าป่วยการ คือ เงินที่รัฐจัดให้ตามภารกิจปัจจุบันนี้ รัฐบาลให้ค่าป่วยการ อสม. คนละ 1,000 บาท ต่อเดือนเฉลี่ย วันละ30บาทเท่านั้น
โดย อสม 1. คน ต้องรับผิดชอบ 10 ครัวเรือน หรือ ประมาณ 30-40 คน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบค่าใช้จ่าย ที่พวกเขา ต้องออกเยี่ยม ตรวจสุขภาพ ประชาชนในหมู่บ้าน ส่งยาให้ผู้ป่วยติดเตียง มีทั้งค่าน้ำมันรถ ค่าอุปกรณ์ทำงาน ฯลฯ
"อนุทิน" เห็นว่า การปรับเพิ่มค่าป่วยการเป็น 2,000 บาท จึงเหมาะสม และสอดคล้องกับภารกิจที่มอบให้ นักรบชุดเทาปฏิบัติ ซึ่งขณะนี้มีหลายหน่วยงาน ฝากภารกิจให้อสม. และอสม.ทำเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากภารกิจของ สธ.
ด้วยความสำคัญของ อสม.-อสส. เชื่อว่าครม.ต้องการพิจารณาเห็นชอบเรื่องนี้โดยเร็ว และคงไม่มีใครคิดขวาง
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

