
ดาราโป๊ะแตก..
ทำงานเหนื่อยเลยสั่งให้ผู้จัดการไปวีนกองถ่าย แต่ดันลืมปิดไมค์ จนรู้ไปทั่ว!
นี่..ไม่รู้ดาราคนไหน หน้าตาเป็นอย่างไร แต่พลันที่ข่าวนี้แพร่ไปทั่วก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ซึ่งส่วนใหญ่ดูจะตำหนิเสียมากกว่าจะเป็นกำลังใจให้
อย่าง ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล หรือคุณชายอดัม ผู้กำกับคนดัง ก็ได้โพสต์ข้อความ.. “ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยนะครับ ใครทำแบบนี้ในกองอย่าคิดว่ากองไม่คุยกันครับ
นักแสดงสมัยนี้ชักสีหน้าบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ ผู้จัดการก็มีส่วนร่วมในความไม่เป็นมืออาชีพด้วยเยอะมากๆ
ต่อไปการรวมกลุ่มสหภาพแรงงานหรือการทำระบบการทำงานที่ชัดเจนขึ้นจะเริ่มตัดคนเหล่านี้ออกจากสารบบกองถ่ายมากขึ้นเยอะครับ
ผมก็พยายามบอกนักแสดงสมัยนี้ว่าอย่าทำตัวแบบนี้เลย นักแสดงสมัยก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้กัน เพิ่งมาเป็นไม่เกิน 20 ปีนี้เอง แล้วนักแสดงแบบนี้กำลังจะภัยเข้าตัวกันด้วย
เพราะถ้าทีมงานรวมกลุ่มสหภาพหรือกลุ่มแรงงานได้สำเร็จ ข้อต่อรองการทำงานกับดารางี่เง่าก็คงจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง เช่นการ Walk Out ทั้งกอง
หรือจัดแถลงข่าวและแบนนักแสดงนี้กันทั้งวงการอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ (เช่น แบนงาน 6 เดือน - 2-3 ปีไม่ร่วมงานด้วย) เป็นต้น
ดังนั้น 10 ปีไม่สาย อย่าทำตัวโง่ๆ อย่าชักสีหน้า อย่ามารยาททราม อย่าทำตัวเหนือกว่าคนอื่นเลยครับ
พี่ๆ อยู่ในวงการกันมานาน ตื่นก่อนนอนทีหลัง ทำงานก็หนักให้พวกคุณร่ำรวยสวยหล่อในวงการ อย่าเห็นแก่ตัวไปหน่อยเลยนะครับ ถือว่าบอกไปแล้ว บอกเรื่อยๆ และบอกตลอดไป
เพราะเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบความงี่เง่านี้มากๆ และก็ยอมปลดคนออกจากโปรเจ็กต์ได้เพราะนิสัยเสียของคนบางคนนะครับ
ข่าวสมัยนี้ก็เร็วนะครับ เช่นในข่าวนี้เป็นต้น แต่ต่อไปข่าวมันกระจายไวกว่าเดิมเยอะละครับ”
ครับ..จะเป็นใครก็ตาม เมื่อได้อ่านข้อความนี้แล้วก็เชื่อว่าน่าจะได้รู้สำนึก และปรับปรุงแก้ไขนิสัย-สันดานตัวเองเสีย
พร้อมกันนั้นก็มีความเชื่อ-ความหวังต่อไปอีกว่า ดารา-นักแสดงท่านอื่นๆ ที่มีพฤติกรรม-นิสัย มารยาทใกล้เคียงกับดาราท่านนี้จะได้พลอยคิด และเลิกทำตัวงี่เง่าไปด้วย
คุณชายอดัมคงไม่ได้ขู่หรอกกระมัง เพราะผมเองก็พอจะได้ยินเสียงบ่น เสียงรำคาญกับนิสัย-สัยดานของดาราสมัยนี้อยู่เหมือนกัน ถึงขั้นถ้าจำเป็นต้อง “แบน”ก็ต้องทำ!
ซึ่งผมก็ขออนุโมทนาด้วย และไม่เฉพาะแต่กับดารางี่เง่า ชักสีหน้า มารยาททราม ทำตัวเหนือกว่าคนอื่นเท่านั้น..
ประเภทแฝงกายเข้ามาเกาะแกะ อาศัยคราบดาราเพื่อที่จะขายของ-ขายตัวก็เถอะ ควรได้เวลาที่จะได้ร่วมแรง-ผนึกใจกัน “สังคายนา” เสียที!
กวาดบ้าน-ล้างชำระวงการบันเทิงกันเสียบ้างก็ดี แต่นั่นแหละ เรื่องพรรค์อย่างนี้มันต้องร่วมมือ-ร่วมใจกันจริงจัง ถ้ายังยึดธุรกิจ-ประโยชน์ส่วนตนกันอยู่ก็เห็นจะเป็นเรื่องยาก
แต่จะยากแค่ไหนก็อยากฝากคุณชายอดัม ช่วยเขียนเสือให้วัวกลัวเป็นตัวอย่างสักคนเถอะนะ!
อ้อ..ส่วนคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เห็นจะไม่มีอะไร “ยาก” เกินที่จะทำอีกแล้ว แต่หากจะเพลาๆ การตามบี้-ตามฟัดพรรคการเมือง..
แล้วหันมาตั้งหน้าตั้งตากระชาก “หน้ากากทนายคนดี” ก็น่าจะได้ใจกองเชียร์เพิ่มอีกโข!
จี้ถาม..“ทรัพย์สิน” ที่มีหรูหรา อู้ฟู่ แบรนด์เนม เสื้อ กางเกง นาฬิกา รถหรู บ้านช่องต่างๆ เหล่านี้ “ท่านได้แต่ใดมา?” อย่าได้หยุด
ดูสิ..จะซ่อนหน้าอยู่อย่างไร!?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”
ชุดไทยพระราชนิยม
ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!

