ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเปิดประตูต้อนรับผู้นำอาเซียนสองคนเมื่อต้นเดือนนี้
เป็นสัญลักษณ์อีกด้านหนึ่งว่า ปักกิ่งกำลังต้องการจะกระชับมิตรกับอาเซียนเพื่อสกัดอิทธิพลสหรัฐฯ
ผมสนใจหนึ่งในหัวข้อของการปรึกษาหารือกับนายกฯมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม คือการพูดถึงการรื้อฟิ้น "กองทุนการเงินเอเชีย" หรือ Asian Monetary Fund (AMF)
โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ
อันวาร์เสนอให้จัดตั้งกองทุนนี้บนเวทีสัมมนาใหญ่ประจำปี Boao forum ในไหหลำ
โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
“ตอนที่ผมพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ท่านพูดทันทีว่า ‘ผมอ้างถึงข้อเสนอของอันวาร์เกี่ยวกับกองทุนการเงินเอเชีย’ และเขายินดีต่อการหารือ” อันวาร์แจ้งกับรัฐสภามาเลเซียหลังกลับจากการเยือนจีน
นอกจากนี้ อันวาร์ยังเรียกร้องให้จีนฟื้นฟูแผนหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางหรือ One Belt One Road อีกด้วย
“ไม่มีเหตุผลใดที่มาเลเซียจะยังคงพึ่งพาเงินดอลลาร์ต่อไป” อันวาร์ประกาศ
ซึ่งต้องถือว่าเป็นก้าวใหม่ที่มีความสำคัญ ในขณะที่จีนกับสหรัฐฯ กำลังเผชิญหน้ากันหนักหน่วงยิ่งขึ้น
และมีแนวโน้มว่าเงินสกุลหยวนจะเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เมื่อหลายประเทศเริ่มหันมาใช้เงินสกุลหยวนในการซื้อขายแทนดอลลาร์
เมื่อผู้นำทั้งสองเปิดไฟเขียวเรื่องนี้ ธนาคารกลางของมาเลเซียก็เริ่มลงรายละเอียดถึงขั้นตอนของการเดินเรื่องนี้ทันที
โดยเน้นไปที่การเจรจาเรื่องการค้าโดยใช้เงินริงกิตและเงินหยวน
อันวาร์ควบตำแหน่งรัฐมนตรีคลังด้วย จึงอยู่ในฐานะจะผลักดันให้เรื่องนี้เดินหน้าได้เร็วและจริงจังขึ้น
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของมาเลเซียเรื่องนี้มีขึ้นเพียงไม่กี่เดือน หลังจากอดีตเจ้าหน้าที่ในสิงคโปร์หารือว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคควรทำอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงของค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงแข็งค่า
ซึ่งส่งผลให้สกุลเงินท้องถิ่นอ่อนค่าลง มีผลกระทบต่อการบริหารเศรษฐกิจของประเทศที่มีความผันผวนหนักขึ้นตลอดเวลา
การแข็งค่าของเงินดอลลาร์เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับประเทศในเอเชีย รวมทั้งมาเลเซียซึ่งเป็นผู้นำเข้าสุทธิของรายการอาหาร
ดัชนีบลูมเบิร์กดอลลาร์แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกันยายน 2565
การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้เงินริงกิตและสกุลเงินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ
นักวิเคราะห์บอกว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็หมดความอดทนกับอิทธิพลของ “เจ้าพ่อชื่อดอลลาร์” แล้ว
อันวาร์บอกว่า ในตอนแรกเขาได้ตั้ง “กองทุนการเงินเอเชีย” ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังเป็นครั้งแรกในทศวรรษที่ 1990
แต่แนวคิดนั้นไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรเพราะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังแข็งค่าอยู่
“แต่ตอนนี้ด้วยความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในจีน ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ผมคิดว่าเราควรหารือเรื่องนี้ อย่างน้อยที่สุดควรพิจารณากองทุนการเงินเอเชีย และประการที่สอง การใช้สกุลเงินของเรา” เขากล่าว
อันวาร์ยังเปิดเผยต่อฝ่ายนิติบัญญัติถึงรายละเอียดของเงิน 170,000 ล้านริงกิต (ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท) ที่จีนเตรียมจะนำมาลงทุนในมาเลเซีย
ซึ่งรวมถึงการลงทุนเบื้องต้นจำนวน 2 พันล้านริงกิตในปีนี้ในกลุ่ม Zhejiang Geely Holding Group และโครงการหุบเขาไฮเทคยานยนต์ของ Proton ซึ่งจะเพิ่มเป็น 32 พันล้านริงกิต
บริษัท Rongsheng Petrochemical Co. จะเพิ่มกิจกรรมในเมืองเปงเงอรัง รัฐยะโฮร์ ด้วยโครงการมูลค่า 80,000 ล้านริงกิต
Rongsheng เป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของจีน
จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับมาเลเซียเพื่อส่งเสริมอารยธรรมเอเชีย รักษาเอกราชทางยุทธศาสตร์
โดยสี จิ้นผิง ได้เน้นย้ำกับผู้นำมาเลเซียว่าจีนปฏิเสธ “ความคิดแบบสงครามเย็น” และการ "เผชิญหน้าแบบกลุ่ม” อย่างแข็งขัน
ปักกิ่งและกัวลาลัมเปอร์จะครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า
“ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสร้างชุมชนจีน-มาเลเซียที่มีอนาคตร่วมกัน สิ่งนี้จะเปิดบทใหม่ในความสัมพันธ์ทวิภาคี" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนรายงาน
นอกจากคุยเรื่องการค้าและลงทุนแล้ว อันวาร์บอกว่าเขายังได้สัมผัสกับความพยายามของรัฐบาลจีนในการเผชิญหน้าและคลี่คลายปัญหาความยากจนในจีน
“ซึ่งขณะนี้กำลังเกิดผลในทางปฏิบัติ เพราะคนจีนเกือบ 800 ล้านคนได้รับการปลดปล่อยจากโซ่ตรวนของความยากจน”
ห่างกันเพียงวันเดียว สี จิ้นผิง ก็เจอกับนายกฯ ลี เซียนหลง ของสิงคโปร์ด้วย
ผู้นำจีนบอกกับลีว่า "ภูมิภาคเอเชียได้จุดประกายเส้นทางการพัฒนาที่มีเอกราช ความเคารพซึ่งกันและกัน ความเสมอภาค ผลประโยชน์ร่วมกัน การเปิดกว้าง การรวมและ ความร่วมมือแบบ win-win ที่สอดคล้องกับความเป็นเอเชีย”
ซึ่งที่สีบอกลีสะท้อนถึงแนวคิดของจีนในยุคใหม่
สี จิ้นผิง บอกว่าโลกกำลังปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในช่วงหนึ่งศตวรรษ
จีนปฏิเสธ “ความเป็นเจ้าโลก” และ “การข่มขู่กลั่นแกล้ง” อย่างเด็ดขาด
อีกทั้งจะไม่อนุญาตให้ประเทศใดมาลิดรอนสิทธิของชาวเอเชียในการแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าให้ชีวิต
ไม่ต้องตีความให้ยากก็ต้องรู้ว่าสีหมายถึงอเมริกา
ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าทั้งสองฝ่ายควรทำงานเพื่อให้การเชื่อมต่อเที่ยวบินกลับมาอีกครั้ง
จีนเพิ่งเปิดพรมแดนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเมื่อวันที่ 15 มี.ค. โดยจีนให้กลับมาใช้วีซ่าทุกประเภทอีกครั้ง
นายกฯ สิงคโปร์ย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่จะมองไปข้างหน้า ทำงานร่วมกัน และทำให้หุ้นส่วนของสองประเทศก้าวไปข้างหน้า
โดยพูดเอาใจเจ้าของบ้านว่า "หลายประเทศรวมถึงสิงคโปร์มีความกระตือรือร้นที่จะกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน และผมหวังว่าการเยือนของผมครั้งนี้จะกระตุ้นแรงผลักดันใหม่สำหรับความร่วมมือทวิภาคีและการแลกเปลี่ยนระดับสูงระหว่างเรา"
ผมสังเกตว่าตอนประชุมกันนั้น สี จิ้นผิง พูดภาษาจีนผ่านล่าม
และลี เซียนหลง พูดภาษาอังกฤษผ่านล่ามเช่นกัน
ทั้งๆ ที่นายกฯ สิงคโปร์พูดภาษาจีนได้คล่องแคล่ว
เพราะผู้นำสิงคโปร์ต้องการจะคงไว้ซึ่ง “ความเป็นสากล” ของสิงคโปร์
ไม่ให้ถูกมองว่าสิงคโปร์มีความเป็นจีนมากเกินไปนัก
เขาสอนให้คนของเขาปฏิบัติตนและคิดแบบเป็น Singaporeans ไม่ใช่ Chinese
นี่คือความแตกต่างที่น่าสนใจยิ่งสำหรับคนไทยเราที่ติดตามข่าวคราวระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ในเชิงสัญลักษณ์และเนื้อหาที่มีความหมายลุ่มลึกอย่างมีนัยสำคัญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


