
"เต้ " อิทธิเดช สุพงษ์ ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 15 คันนายาว-บึงกุ่ม (เฉพาะแขวงคลองกุ่ม) พรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่เป็นโฆษกประจำตัว "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
ในทางการเมืองอาจดูว่าเป็นหน้าใหม่ แต่ที่ผ่านมาก็ทำงานคลุกคลีกับคนการเมืองมาหลายสมัย เพราะอดีตเคยเป็นข้าราชการ สำนักโฆษกในทำเนียบรัฐบาล
โดยเฉพาะบทบาททางด้านสื่อ ถือว่าครบเครื่องทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เพราะเป็นนักประชาสัมพันธ์ พิธีกร ผู้จัดรายการ ผู้ดำเนินการ ผู้บรรยาย วิทยากร ในงานต่างๆ มากมาย อีกทั้ง "เต้-อิทธิเดช" มีโอกาสทำงานกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ตั้งแต่ช่วงเป็นโฆษกรัฐบาล และต่อมานายพุทธิพงษ์มาดูแลเลือกตั้งกรุงเทพฯ ทำให้ เต้-อิทธิเดช จึงได้มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย
ส่วนตำแหน่งโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค มีผู้ใหญ่ในพรรคเห็นแววจึงดึงมาช่วยในช่วงการเมืองล่อแหลม เพราะทุกคำพูดมีความสำคัญ และยังหวังเอาไว้ทำหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ แทน และยังเป็นตัวปะทะแทน "เสี่ยหนู" ในบางกรณีอีกด้วย
"เต้-อิทธิเดช" บอกว่า "อนุทิน" แต่งตั้งตนเพื่อทำหน้าที่สื่อสารชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวหน้าพรรค รวมถึงบางเรื่องที่เป็นงานของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สังคมได้รับรู้และเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องด้วย
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยย้ำว่า การสื่อสารที่ดีจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ตรงไปตรงมา และไม่สร้างความขัดแย้ง
โดยเชื่อว่าทุกวันนี้พี่น้องประชาชน มีวิจารณญาณเพียงพอในการเปิดรับข่าวสารต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งโฆษกพรรคยังคงมีอยู่ แต่เพื่อความคล่องตัวมากขึ้น อนุทินจึงได้แต่งตั้งโฆษกประจำตัวขึ้นมาทำหน้าที่นี้อีกตำแหน่งหนึ่ง
ขณะที่การลงพื้นที่หาเสียง เขาก็ทำต่อเนื่อง ด้วยการลุยหาเสียง ชูนโยบายสุขภาพ เล็งผลักดันสร้างโรงพยาบาลรัฐ รักษามะเร็ง ฟอกไตฟรี ตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ โซนตะวันออก
สำหรับโปรไฟล์ก็ไม่ธรรมดา ผ่านการเป็น ผอ.กลุ่มสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, คณะทํางานรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี, รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ระหว่างปี 2554-2562, พิธีกรรายการเดินหน้าประเทศไทย
ส่วนการศึกษา Master of Development Policy, KDI School of Public Policy and Management ทุนรัฐบาลเกาหลีใต้, ปริญญาโท การจัดการการสื่อสารองค์กร ม.ธรรมศาสตร์, ปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช และปริญญาตรี รัฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
ด้วยประสบการณ์ต่างๆ เชื่อว่าจะช่วยสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ "อนุทิน" และ "พรรคภูมิใจไทย " ได้แน่นอน.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

