"สัมพันธ์คงเดิม"

"เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้นโนบายลูกพรรคหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ไม่โจมตีใคร พร้อมนำเสนอนโยบายต่างๆไปสู่การรับรู้จากประชาชนมากที่สุด 

คนที่รับนโยบายและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ต้องยกให้ "รองกวาง" ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย แห่งเมืองดอกลำดวน จ.ศรีสะเกษ 

ไม่ว่าจะทำหน้าที่ในตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล ก็เน้นข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง นำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน และสร้างสรรค์

ในบทบาทนักการเมือง ก็เน้นทำงานอย่างเดียว  ไม่สร้างความขัดแย้ง  อย่างเช่นการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ แม้จะถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตี และถูกฝ่ายบิดเบือนข้อมูล ใส่ร้ายด้วยวาทกรรมที่ไม่เป็นความจริงต่างๆ ก็ตาม 

แต่ "รองกวาง" ก็เลือกใช้วิธีหาเสียงแบบสุภาพ  พร้อมให้ข้อมูลแก่ชาวบ้านที่เป็นประโยชน์ เพื่อสยบความขัดแย้ง

 อย่างเช่นการโพสต์เฟสบุ๊คว่า ว่า  การเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้จะมีบัตร 2 ใบ  “เลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ชอบ

ใบนึงเป็นบัตรแบบแบ่งเขต (สีม่วง)ซึ่งแล้วแต่ว่าเราจะมีภูมิลำเนาอยู่เขตไหน ก็ให้เลือกผู้สมัคร ส.ส ในเขตนั้น   ส่วนอีกใบนึงบัตรเลือกพรรค (สีเขียว) ใบนี้เลือกได้ทั่วประเทศค่ะ ให้เลือกพรรคที่ชอบ  ถ้าใครยังไม่มีพรรคที่ชอบ ก็จะชวนให้มาเลือกกวาง  เบอร์ 7 

กวางเป็นผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9 พรรคภูมิใจไทย  ซึ่งสามารถเลือกได้ทั่วประเทศ อยู่จังหวัดไหนก็เลือกกวางได้นะคะ โดยการกาบัตรสีเขียวเบอร์ 7 

ส่วนใครที่ไม่ชอบพรรคภูมิใจไทย ก็อยากให้ชอบกวาง แทน โดยการกาเบอร์ 7 ได้นะคะ เผื่อจะได้มีลูกหลานชาวอีสาน จังหวัดศรีสะเกษได้เป็น ส.ส อีกหนึ่งคน

 

"แต่ถ้าไม่ชอบทั้งกวางไม่ชอบทั้งพรรค หรือมีพรรคในดวงใจแล้วก็ไม่เป็นไรนะคะ การเมืองให้เป็นเรื่องของการเมืองไป   ความสัมพันธ์เราคงเดิม อย่าทำให้การเมืองมาสร้างความแตกแยกระหว่างเรา" 

 

นี่คือตัวอย่างนักการเมืองรุ่นใหม่ ทำงานสร้างสรรค์  ไม่ขายความความขัดแย้ง 

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน