บันทึกหน้า4

ต้องเรียกว่าเป็น “ควันหลง” หลังการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม ที่เกิดปรากฏการณ์ “ส้มทั้งแผ่นดิน” งานนี้เลยทำให้ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือพี่โทนี่ วู้ดซัม นายใหญ่จากดูไบก้นร้อน ต้องออกมาชี้แจงแถลงไขกันเลยทีเดียว เพราะเรียกว่าเสียหน้าอย่างมากกับการโอ้อวดว่าด้วยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดินที่คุยโขมงมานักต่อนัก แต่สุดท้ายกลายเป็นที่สอง ที่สำคัญยิ่งทำให้ “สัมภเวสี” ถึงกับปวดกระดองใจก็คือ เข็นลูกสาวสุดที่รักที่ตั้งท้องหลานออกมาสู้ทั้งที กลับพลาดท่าเสียทีกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์!!! ได้ ...๐

งานนี้จึงไม่แปลกที่พี่โทนี่จะฟาดงวดฟาดงาในเรื่อง “ไอโอ” ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้หัวทิ่มหัวตำจากกรณีสู้ไปกราบไป พิโธ่! จะมีไอโอที่ไหนเล่า ก็มีพี่โทนี่นั่นแลที่ออกมาพูดในลักษณะพูดไปกราบไปนั่นแล 

แล้วที่สำคัญการดึง “เศรษฐา ทวีสิน” พ่อค้าขายบ้านมาเป็นจุดขาย ก็เป็นความผิดพลาดอย่างที่สุด เพราะหากยืนหนึ่งดัน “แพทองธาร ชินวัตร” เหมือนที่ดันน้องสาว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้วไม่มีนโยบายเลอะเทอะออกมา ป่านนี้ชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อาจชื่อ “อุ๊งอิ๊ง” ไปแล้วก็ได้ ...๐

หรืออาจจะเป็นเหมือนที่ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” วิเคราะห์ไว้ก็เป็นได้ว่า “ทักษิณ” คือปัญหาของพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่าเวทมนตร์ของทักษิณเข้าสู่จุดเสื่อม เพราะคนรุ่นใหม่ไม่มีใครรู้จักทักษิณแล้ว แหม ก็เล่นไปอยู่ต่างประเทศถึง 17 ปีนี่จ๊ะ ที่สำคัญ “ปวิน” ยังเสนอแนะทางออกให้ พท. ซึ่งมีทั้งสิ้น 5 ข้อ แต่ก็บอกว่ายากพอๆ กับงาช้างงอกจากปากสุนัขกันเลย เพราะเงื่อนไขข้อแรกก็เป็นไปไม่ได้แล้ว นั่นคือทักษิณต้องออกไปจากพรรค 2.คนเพื่อไทยมีแต่คนแก่ หรือถ้าเป็นหนุ่มสาว ก็คิดแบบคนแก่ 3.พรรคต้องปรับอุดมการณ์ให้ทันกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ 4.ทักษิณต้องหยุดการแสดงความเห็นทางการเมือง และ 5.ถีบนางแบกออกจากพรรคให้หมด ...๐

ก็ไม่รู้ว่าข้อสุดท้าย “ปวิน” รังเกียจรังงอนใครเป็นการส่วนตัวนะเนี่ย แต่ที่แน่ๆ ดูเหมือน “ทักษิณ” ก็คงไม่สนใจใส่ใจตามเคย เพราะยังทำหน้าที่ชี้นำ พท.อยู่ โดยล่าสุดก็ประกาศชัดแจ้งถึง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทว่าคงทำไม่ได้แล้ว เพราะเป็นแค่พรรคอันดับสอง ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็คงอยู่ในมือก้าวไกล พิโธ่! ก็ทำไมไม่รวมนโยบายกันเล่า เพราะก้าวไกลของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ก็มีนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่เกิน 45 บาท ส่วน พท. 20 บาท งานนี้ เป็นรัฐบาลร่วมกันก็จับทั้งคู่มาหาร 2 ก็ตกค่าโดยสารไม่เกิน 32-35 บาท เรียกว่าวิน-วิน กันทั้งคู่มิใช่เหรอ ...๐

เพราะดูเหมือน “ก้าวไกล” ยามนี้ก็อะลุ่มอล่วยให้พรรคเพื่อไทยอย่างมาก ดูได้จากผลการเลือกตั้งเขต 20 เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) ที่ “ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” หรือ ส.ส.อิ่ม ชนะผู้สมัครจากพรรคก้าวไกลเพียง 4 คะแนนเท่านั้น เพราะปกติ “ก.ก.” คงไม่ยอมแน่ และต้องร้องให้นับคะแนนใหม่ แต่กลับเงียบหาย ต่างจากการนับคะแนนเมื่อวันที่ 14 พ.ค.หลังปิดหีบไปซักพัก ที่ “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกลออกมาแถลงข่าวโจมตี กกต.ว่าด้วยหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของ จ.ฉะเชิงเทราที่หายต๋อมไป แต่นี่ 4 คะแนนชี้เป็นชี้ตายเก้าอี้ ส.ส.หนึ่งตัวและ สถิติใหม่ของบรรดาด้อมส้มใน กทม. ทั้ง “ชัยธวัช” และ “พิธา” กลับเงียบยิ่งกว่าเป่าสาก ...

ดูเหมือนยามนี้นอกจากประเด็นจัดตั้งรัฐบาล 6 พรรคแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องของการโหวตนายกรัฐมนตรี และพุ่งเป้าไปที่สภาสูง หรือบรรดาสมาชิกวุฒิสภากันอย่างมาก ซึ่ง “ชัยธวัช” ก็พูดอารีอารอบเชื่อว่า “ส.ว.จะมีวุฒิภาวะ ไม่อยากให้เกิดทางตันทางการเมือง” แต่ดูเหมือน “ชัยธวัช” จะลืมเตือนบรรดาลูกพรรคที่ยามนี้เวลาเดินแทบคับประเทศอย่าง “รังสิมันต์ โรม” ที่ดูเหมือนจะสุมฟืนและราดน้ำมันให้สถานการณ์ร้อนฉ่า เพิ่มขึ้นทุกวัน และยังไม่นับรวมบรรดาพรรคที่จะร่วมรัฐบาลอย่าง “ไทยสร้างไทย” ที่ “น.ต.ศิธา ทิวารี” เลขาธิการพรรคเปรียบเปรยบรรดา ส.ว. โดยใช้ศัพท์นักบินว่าเป็น “กระสอบทราย” ที่นักบินจะไม่เอาขึ้นเครื่องเพราะจะทำให้เคลื่อนไหวไม่คล่องตัว ที่สำคัญยังสำทับอีกว่ากินภาษีประชาชน อย่ามางดออกเสียง แล้วอย่างนี้ “ชัยธวัช” จะหาโอกาสไปเจรจาพาทีขอเสียงบรรดาสภาสูงได้อย่างไร หากยังไม่คุมปากบรรดาลูกหาบทั้งหลาย …๐

แล้วก็ได้แต่งงเป็น “ไก่ตาแตก” อีกครั้งสำหรับว่าที่ ส.ส.รังสิมันต์ ที่นอกจากพูดกระทบกระเทียบระราน ส.ว.แล้ว ล่าสุดยังตอกย้ำเรื่องปิดสวิตซ์ ส.ว. มาตรา 272 เพื่อให้ประเทศเดินหน้า แต่กลับบอกให้ ส.ว.โหวตให้ “พิธา” นั่งเก้าอี้นายกฯ เพราะเป็นคนละส่วนกัน เพราะนี่เป็นฉันทามติของประชาชน ไม่รู้ว่าทั่นโรมแกล้งโง่หรืออ่านภาษาไทยไม่ออก เพราะมาตรา 272 และเรื่องโหวตนายกฯ ก็เรื่องเดียวกันนั่นแล ส่วนเรื่องฉันทามตินั้นก็เลิกอ้างได้แล้ว เพราะอย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นต้นกำเนิด ส.ว. ก็ทำประชามติมาเหมือนกัน ฉะนั้นจึงควรให้เกียรติการทำงานซึ่งกันและกันมากกว่านะจ๊ะ ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ อีกสองคน ก็ชัดเจนลงตัวแล้ว โดยประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย สายตรงเนวิน ชิดชอบ

บันทึกหน้า 4

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้วโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป ซึ่ง “ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ระบุว่า

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลาป่วย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นประธานแทน ต่อมาเวลา 11.45 น. นายกฯ

บันทึกหน้า 4

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน

บันทึกหน้า 4

บันทึกบอกกล่าวเล่าสิบ ..หลังผ่านการเลือกตั้งมาตั้งแต่ 8 ก.พ. ได้ฤกษ์แล้วว่า ในวันที่ 14 มี.ค.ศกนี้ จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาอย่างเป็นทางการเพื่อเลือก "ประธานรัฐสภา" อันถือเป็นลำดับขั้นตอนแรกก่อนที่จะมีการโหวต "นายกรัฐมนตรี" คนที่ 33 ให้ไปบริหารจัดการราชการแผ่นดินต่อไป ...

บันทึกหน้า 4

กลับสู่โหมดการเมืองเต็มตัว หลัง กกต. ปลดล็อก รับรอง สส. ระบบเขต และปาร์ตี้ลิสต์ 499 คน เหลือแค่สุพรรณบุรี เขต 2 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย ที่โดนแขวน เนื่องจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งส่อทุจริต "ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์"