บันทึกหน้า 4

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน

ขณะที่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลในรอบนี้ เนื่องจากเงื่อนไขทางการเมืองและปัญหาเอกภาพภายในพรรค

ในสูตรการแบ่งเก้าอี้คณะรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลจะถือครองตำแหน่งหลักของฝ่ายบริหารมากที่สุด โดยได้ 26 ตำแหน่ง จาก 14 กระทรวง พร้อมตำแหน่งสำคัญในฝ่ายนิติบัญญัติ คือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 ตำแหน่ง และรองประธานสภาคนที่ 1

ตำแหน่งประธานสภาฯ มีความชัดเจนแล้วว่า โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย จะทำหน้าที่ดังกล่าว ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นโควตาพรรคภูมิใจไทย โดยมีรายงานว่า มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ทายาทตระกูลการเมืองใหญ่จากจังหวัดลพบุรี ถูกวางตัวไว้ในตำแหน่งนี้ โควตารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยครอบคลุมกระทรวงสำคัญจำนวนมาก ได้แก่ มหาดไทย กลาโหม คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การท่องเที่ยวและกีฬา อุตสาหกรรม การต่างประเทศ การคลัง พาณิชย์ พลังงาน ยุติธรรม วัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เบื้องต้นมีการจัดวางตำแหน่งในกลุ่มแกนนำของพรรคเช่นเดิม ล่าสุดมีรายงานว่า เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ส่วน วราวุธ ศิลปอาชา จะเข้ามาดูแลงานในกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังต้องรอการตัดสินใจในช่วงท้าย โดยจะพิจารณาตามสถานการณ์ทางการเมืองก่อนจัดตั้งรัฐบาล

ขณะเดียวกันยังมีรายชื่อ สส.ที่ทำงานกับพรรคภูมิใจไทยมาอย่างต่อเนื่อง ถูกพิจารณาเป็นรัฐมนตรีด้วย เช่น เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, บุณย์ธิดา สมชัย, วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์, สุขสมรวย วันทนียกุล และภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์

ด้านไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล คาดว่าวันที่ 16 มีนาคม จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ จากนั้นวันที่ 19 มีนาคม จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนมีนาคม และเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในเดือนเมษายน

หลังจัดตั้งรัฐบาลแล้ว พรรคภูมิใจไทยเตรียมผลักดันงานด้านนิติบัญญัติและนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ด้วยการเสนอแก้กฎหมายเพื่อรวมกระทรวงการท่องเที่ยวเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากภารกิจมีความเกี่ยวข้องกัน ขณะที่งานด้านกีฬาอาจแยกออกเป็นหน่วยงานเฉพาะเพื่อพัฒนากีฬาอาชีพและกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ

อีกหนึ่งกฎหมายสำคัญคือ ร่างกฎหมาย Super License ซึ่งมีเป้าหมายปรับระบบการอนุญาตของภาครัฐให้เป็น One Stop Service ลดขั้นตอนการขออนุญาตสำหรับผู้ประกอบการ เช่น โรงแรม โรงงาน หรือธุรกิจบริการ เพื่อดึงดูดการลงทุน โดยคาดว่าจะผลักดันผ่านสภาได้ภายใน 6 เดือน

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังเตรียมผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งมีแนวคิดให้ประชาชนสามารถเลือกจัดสรรภาษีส่วนหนึ่งไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง พร้อมสร้างกลไกตรวจสอบภาคประชาชนที่เข้มแข็ง

ด้านนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน รัฐบาลเตรียมลดค่าไฟฟ้า โดยกำหนดให้ผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก จ่ายหน่วยละ 3 บาท ส่วนที่เกินคิดแบบขั้นบันได ซึ่งสามารถออกประกาศผ่านกระทรวงพลังงานได้ทันที

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังมีแนวคิดเปิดเสรีการแข่งขันในธุรกิจพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการหลายรายได้ คล้ายการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคม โดยรัฐบาลใหม่ยังไม่เร่งผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญในระยะแรก และจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องประชาชนเป็นลำดับแรก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ดุเดือดเลือดพล่านแน่! ศึกซักฟอกส้ม-ฟ้าแท็กทีมไล่บดขยี้น้ำเงิน แค่เปิดเนื้อหาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฝ่ายค้านตั้งข้อหาฉกาจฉกรรจ์ หนักกว่านายกฯ ทุกยุคที่ผ่านมา

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าเป็น “ระเบิดลูกใหญ่” ที่ถูกหย่อนโดย “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้าลงกลางวงน้ำเน่าจากภาวะน้ำท่วมเสียจริงๆ และที่โดนไปเต็ม 100 แบบไม่ต้องหักก็คือพรรคประชาชน ภายใต้บังเหียนของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดงานรำลึกเป็นประจำทุกปี ตัวแทนองค์กรต่างๆ ร่วมรำลึก ฝ่ายค้านนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ

บันทึกหน้า 4

ความคิด สถานการณ์อุทกภัยในหลายภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงเป็นวิกฤตการณ์ที่ต้องการการบริหารจัดการอย่างทันท่วงที การที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากำชับให้เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยภายในสัปดาห์นี้

บันทึกหน้า 4

บันทึกในวันที่คน กทม.ยังต้องลุ้นสถานการณ์ว่าฝนระลอกใหม่ตั้งแต่วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบริหารจัดการ “เอาอยู่” ไหม?!? กับภาวะน้ำรอการระบาย ท่ามกลางข้อถกเถียงถามหา “แก้มลิง” ที่หายไปในยุคผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ...0

บันทึกหน้า 4

ขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทั่วประเทศที่ยังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมที่ "เอาไม่อยู่" โดยเฉพาะมหาวิปโยคเมืองหลวง แต่ฝนเจ้ากรรมไม่ยอมหยุดถล่มรอบสองเมื่อวันพฤหัสฯ แถมเล่นเอาคนกรุงแตกตื่น